คนขายของส่วนใหญ่นอกจากจะขายของบน Facebook แล้วยังนิยมขายบนแพลตฟอร์ม eCommerce อย่าง Shopee หรือไม่ก็ Lazada ด้วย แน่นอนว่าหากคุณกระโดดเข้าไปร่วมขายสินค้า ณ ตอนนี้คุณต้องเจอกับปัญหาในเรื่องของการตัดราคากันอย่างถล่มทลาย หาสินค้าตัวเองไม่เจอ และอีกสารพัดปัญหา แล้วทำไมบางคนเพิ่งเปิดร้านแล้วทำไมขายดีล่ะ เราทำบ้างไม่เห็นขายดีเลย ลองดูวิธีการทำให้ร้านเราขายดีบ้างดีกว่า

1. คูปองติดตามร้านไม่ควรขาด

หากคุณเป็นคนที่เริ่มต้นจาก 0 เลย ไม่มีฐานลูกค้า ไม่มีคนรู้จักร้านเรา อันดับแรกๆ ถ้าอยากให้คนรู้จักเราลองให้พวกเค้าติดตามร้านค้าของเราดู แต่การจะทำให้ลูกค้ากดติดตามร้านค้าเราคงเป็นเรื่องยากพูดกันง่ายๆ ก็เหมือนการกด Subscribe ช่อง YouTube สักช่องที่มีความยากเย็นแสนเข็น แต่ถ้าคุณสร้างคูปองให้ผู้ติดตามกดแล้วมีส่วนลดให้สำหรับการซื้อสินค้าของเรา แน่นอนว่าย่อมมีลูกค้ากดง่ายกว่าการที่เราไม่มีอะไรให้เลย และเมื่อมีคนติดตามร้านในระดับหนึ่งแล้ว มันก็จะส่งผลให้สินค้าของเราขายดีมากขึ้น และช่วยเพิ่มยอดขายจากฟีเจอร์ต่างๆ ที่ทาง Shopee เค้ามีมาให้ในอนาคตนั่นเอง

2. ตั้งชื่อให้เป๊ะ ทำชื่อสินค้าให้ค้นหาง่าย

ไม่ว่าแพลพตฟอร์มออนไลน์ไหนๆ การตั้งชื่อให้กับสินค้าหรือแม้กระทั่งชื่อร้านค้าก็มีผลกับการค้นหาของลูกค้าทั้งนั้น คุณอาจจะเจอสินค้าบางตัวที่ตั้งชื่อหลากหลายสรรพนาม อาทิเช่น ร้านขายกรงสัตว์เลี้ยงอาจจะตั้งชื่อว่า

“กรงสัตว์เลี้ยงขนาด 50 x 50 ซม. กรงกิ้งก่า กรงงู กรงหนูแฮมเตอร์ กรงกระต่าย กรงน้องแมว”

การที่เค้าตั้งชื่อแบบนี้หมายความว่าเมื่อลูกค้าค้นหาคำใดก็ตามก็มีโอกาสที่จะเจอสินค้าของร้านนี้ง่ายขึ้น แต่บางครั้งการตั้งชื่อแบบนี้ก็อาจจะโดนเรื่อง Spam คำได้เช่นกัน ดังนั้นตั้งให้เหมาะสมและเป็นคีย์ไม่ที่ Spam รวมถึงลูกค้าก็ค้นหาด้วยจะดีที่สุด

3. ใช้ Feed ให้เกิดประโยชน์

ทางฝั่งของ Shopee เองก็มีกิจกรรมให้ร่วมสนุกมากมาย ทั้งฝั่งลูกค้าเองและฝั่งผู้ขายเองก็ด้วย หลายคนอาจจะเคยโพสต์ฟีดไปแล้วแต่ไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดี แต่รู้หรือไม่ว่าบางครั้งระบบ Algorithm ของ Shopee ก็มีการดันโพสต์เก่าๆ ที่อาจจะมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นมาแสดงให้เห็นอีกครั้งด้วย และพยายามอย่าโพสต์แต่เพียงรูปภาพอย่างเดียว ให้โพสต์แบบผสมสินค้า วีดิโอ และอย่าลืมติด Tag ให้กับสินค้านั้นๆ ด้วย

4. แนะนำสินค้าอื่นๆ ด้วย Flexible Combo

หากคุณเข้าไปในร้านขายดีหลายๆ ร้าน เค้ามักจะมีโปรโมชั่นพิเศษต่างๆ อยู่แล้ว แต่จะเห็นได้บ่อยกับเหล่าสินค้าที่สามารถนำมาทำจับคู่ได้ ยกตัวอย่างเช่น ขายไม้ม็อบถูพื้น ก็จะมีแนะนำประมาณว่าหากคุณซื้อไม้ม็อบและผ้าเปลี่ยนราคาจะถูกลงกว่าการซื้อแยก และยังเป็นการทำให้ขายสินค้าได้เพิ่มมากขึ้นอีก

5. ติดคูปองส่วนลดไว้ในร้านหน่อย

เริ่มต้นหากเราเพิ่งเป็นร้านใหม่หรือไม่ก็อยู่มานานแล้วแต่ไม่มียอดขาย ให้ลองสร้างคูปองติดไว้ในร้านบ้างเพราะบางครั้งลูกค้าต้องการซื้อสินค้าแล้วแต่รอส่วนลดอยู่ การมีส่วนลดในร้านก็จะช่วยให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจซื้อได้ง่ายมากขึ้น แนะนำว่าควรสร้างคูปองหลายๆ ราคาหน่อย เช่น 100 ลด 5 บาท 200 ลด 10 บาท เป็นต้น ลองคำนวณความคุ้มทุนของแต่ละคนดู

รวมกลุ่มเป้าหมายของสินค้าทุกชนิดไว้ใน E-Book เล่มเดียว ยิงแอดได้ตรงกลุ่มเป้าหมายยิ่งขึ้น

6. ทำ Social Partner เพิ่มยอดขาย

การทำ Social Partner ก็เหมือนกับการทำ Affiliate Link ตามปกติทั่วไป หากคุณเป็นคนที่ใช้งานโซเชียลมีเดียเพื่อโปรโมทร้านค้าตัวเองบน Shopee อยู่แล้วก็ควรทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะถ้าหากคุณวางลิงค์ที่ได้จากการสมัคร Social Partner และลูกค้าเกิดการซื้อสินค้าเราก็จะได้ค่าคอมมิชชั่นอีกด้วย เป็นอีกตัวที่คุ้มมากๆ และเจ้าใหญ่หลายเจ้าก็นิยมทำกันเพราะจะได้มีส่วนต่างไว้ทำการตลาดเพิ่มเติมในอนาคต

7. โปรโมทผ่านช่องทางออนไลน์อื่นๆ

การทำธุรกิจหรือแม้กระทั่งการขายสินค้าจำเป็นต้องมีการโปรโมท เพราะถ้าหากคุณไม่ทำโฆษณาหรือการตลาดใดๆ เลยคนก็จะไม่รู้จัก ถึงแม้รู้คุณก็จะได้ยอดขายเท่าเดิม การโปรโมทผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ก็มีโอกาสที่คุณจะได้กลุ่มลูกค้าใหม่ๆ เพิ่มขึ้น และยังได้ยอดขายเพิ่มขึ้น ไม่ใช่เฉพาะบนโซเชียลมีเดียอย่างเดียว บนแพลตฟอร์มก็ควรทำโฆษณาบ้างเช่นกัน

8. เข้าร่วมแคมเปญอย่างสม่ำเสมอ

บน Shopee เองก็มีแคมเปญต่างๆ ให้เข้าร่วมมากมายหลายหมวดหมู่ หากคุณขายสินค้าที่ทาง Shopee มีแคมเปญแอดก็แนะนำว่าอยากให้เข้า เพราะมันจะช่วยเพิ่มการมองเห็นและ Shopee เค้ายังจะช่วยแนะนำสินค้าไปให้ผู้ซื้อได้เห็นมากขึ้น แต่ต้องเช็คด้วยว่าเข้าไปแล้วเราขาดทุนหรือไม่ ถ้าเรายังรับได้ก็ควรเข้า

9. เข้าร่วมโปรแกรมต่างๆ ของ Shopee

Shopee มีโปรแกรมสำหรับร้านค้าไม่ว่าจะเป็นส่งฟรี ได้ Coin Cashback ซึ่งโปรแกรมนี้จะทำให้ลูกค้าสามารถใช้โค้ดส่วนลดที่ Shopee แจกได้ และมีโอกาสที่เราจะได้ยอดขายเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน นอกจากนี้สินค้าของเราจะได้ติด Tag พิเศษตามแต่ละโปรแกรมที่เราสมัคร แต่ต้องดู % ที่ถูกหักให้ดีด้วยนะ เพราะหลายคนเจ็บมาเยอะแล้วเหมือนกัน

10. ทำรูปสินค้าให้ดี

บนแพลตฟอร์ม eCommerce จุดเด่นที่มากกว่าพาดหัวคือ “รูปภาพ” มันเป็นองค์ประกอบที่สำคัญอย่างมาก เพราะสิ่งแรกที่ลูกค้าจะเห็นก็คือรูปภาพ และคุณควรจะทำรูปภาพให้สวย ทำให้ลูกค้าอยากกดเข้าไปดู หากนึกไม่ออกลองนึกถึงตัวเองก็ได้ว่าที่เรากดเข้าไปดูสินค้าเพราะอะไร แล้วเราก็ค่อยๆ ปรับไป มันช่วยได้เยอะเลย

สรุป

ปัจจุบันบนแพลตฟอร์มเองก็มีคู่แข่งที่ค่อนข้างมากทั้งคนไทยและต่างชาติเอง ทำให้การขายเป็นไปได้ยากมากยิ่งขึ้น ดังนั้นมันก็ยังมีปัจจัยเหล่านี้ที่ร้านใหญ่ๆ ใช้และสามารถขึ้นเป็นร้านค้าเบอร์ต้นๆ ของ Shopee ด้วยเช่นกัน ซึ่งบางคนอาจจะรู้อยู่แล้วแต่ยังไม่เคยลองทำ ลองเอาไปทำดูสักครั้งแอดเชื่อว่าร้านของคุณต้องดีขึ้นมากๆ อย่างแน่นอน

Shopping cart
There are no products in the cart!
Continue shopping