แคปชั่นเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในด้านการขายแทนวิธีการพูด เพื่อให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจองค์ประกอบโดยรวมของโพสต์เราได้ และหลายคนที่เป็นมือใหม่ก็จะมีความสงสัยว่าเราจะเริ่มต้นเขียนอย่างไรให้สามารถเอาชนะใจผู้อ่านและสามารถเปิดการขายได้

โดยร้านขายดีก็มักจะมีความเข้าใจในกลุ่มลูกค้าและสามารถเขียนแคปชั่นขายของออกมาได้ตรงใจจนสามารถเพิ่มการขายได้แบบไม่น่าเชื่อ แล้ววิธีการเขียนแคปชั่นจะเขียนยังไงดี ? ดูบทความนี้ก่อนเลย

แคปชั่นคืออะไร

แคปชั่น คือ การเขียนอธิบายเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการให้ลูกค้าเกิดความเข้าใจในตัวสินค้าหรือสิ่งที่เราต้องการพูดได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้คำว่าแคปชั่นยังสามารถใช้กับการโพสต์ทั่วๆ ไปได้อีกด้วย เช่น แคปชั่นตลกๆ แคปชั่นกวนๆ แคปชั่นความรัก และอื่นๆ อีกมากมาย ในบทความนี้เราจะใช้คำว่าแคปชั่นกับ “การขายของ” เป็นหลัก

สำหรับตัวแคปชั่นเองหลายคนโดยเฉพาะมือใหม่อาจจะเขียนๆ แสดงถึงรายละเอียดสินค้าหรือบริการไว้ก็เท่านั้น หากผู้อ่านมีความสนใจก็ค่อยทักแชท แต่จะมีกว่าหรือไม่ถ้าเราทำให้แคปชั่นขายของมันสามารถเป็นได้มากกว่าแคปชั่น และสามารถเพิ่มการขายได้

สำหรับบทความนี้สามารถประยุกต์ใช้ได้กับทุกสินค้า แต่คุณอาจจะต้องรู้จุดเด่นและเข้าใจลูกค้าของคุณด้วยจะทำให้คุณเขียนแคปชั่นได้อย่างน่าดึงดูดและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

การเขียนเจาะถึง Pain Point

แน่นอนว่าลูกค้าทุกคนย่อมมีปัญหาและกำลังมองหาสินค้าหรือบริการที่สามารถตอบโจทย์และแก้ไขปัญหาของเค้าได้ แน่นอนว่าก่อนที่คุณจะนำสินค้ามาขายคุณก็ต้องรู้จุดเด่นอยู่แล้วว่ามันทำอะไรได้ แก้ไขปัญหาอะไร ถ้ารู้แล้วต่อไปก็คือการรู้ถึงปัญหาลูกค้า มันอาจจะต้องใช้ประสบการณ์บ้างเพื่อให้เราได้เห็นลูกค้าหลากหลายมุมมากขึ้น และถ้าคุณสังเกตร้านที่ขายดีดูจะเห็นได้ว่าเค้าจะพยายามชูเรื่อง Pain Point ของลูกค้าขึ้นมาและปิดด้วยว่าสินค้าของเค้าช่วยเหลืออะไรได้บ้าง หากจี้จุดลูกค้าตรงส่วนนี้ได้ก็จะเพิ่มโอกาสในการปิดการขายได้มากยิ่งขึ้น

ใส่ Bullet Point ให้ชัดเจน

ด้วยบางครั้งเนื้อหาของสินค้าและฟีเจอร์ของสินค้าอาจจะยาวจนเกินไป หากเราเขียนให้มันอยู่บรรทัดเดียวกันหรือไม่มีการเคาะเพื่อเว้นวรรคเลยจะทำให้อ่านยากมาก ดังนั้นการใส่ Bullet Point ในแต่ละฟีเจอร์ก็จะช่วยให้ลูกค้าอ่านง่ายมากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น

– สระทุกวันเพื่อให้ผมนุ่ม

– มีสารสกัดจากมะกรูดแท้

– ไม่ผสมสารเคมี

การทำแบบนี้ก็เพื่อให้อ่านง่าย และเป็นการเน้นให้เห็นสรรพคุณเด่นๆ ของสินค้าได้อีกด้วยเช่นกัน

ในช่วง 3 บรรทัดแรกต้องเด่น

ส่วนใหญ่บนแพลตฟอร์มต่างๆ มักจะเริ่มจำกัดการมองเห็นเนื้อหาทั้งหมดของ Content มากยิ่งขึ้น โดยส่วนมากให้จำไว้เลยว่าผู้อ่านมักจะเห็นไม่เกิน 3 บรรทัด หากต้องการอ่านก็ต้องกดเพิ่มเติม ใน 3 บรรทัดนี้คือพื้นที่ทองคำที่เราต้องใช้ประโยชน์จากมันให้ได้มากที่สุด

เพราะหากเขียนดีแล้วโอกาสในการที่ผู้อ่านจะกดอ่านเพิ่มเติมก็มีอยู่มากเลยทีเดียว ดังนั้นอย่าเขียนทิ้งๆ คว้างๆ เพราะมันสำคัญอย่างมากในการเขียนแคปชั่นขายของ

ลองตั้งคำถามเป็นตัวช่วย

การตั้งคำถามทิ้งไว้ก็ช่วยเพิ่มความน่าสนใจไม่น้อย เพราะหลายคนก็คงอยากรู้ว่ามันคืออะไรกันแน่ นอกจากนี้การตั้งคำถามภายในโพสต์สินค้าของเราก็ช่วยกระตุ้นให้ผู้อ่านเกิดความอยากอ่านมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น

– ทำไมถึงทำให้กลับมาดูเหมือนใหม่ ?

– เพราะอะไรบ้านถึงดูสะอาดสะอ้านมากขึ้น

– ราคานี้ขายได้จริงรึเปล่า ?

เน้นสิ่งที่ลูกค้าจะได้รับให้มากที่สุด

การเขียนแคปชั่นขายของเราจะต้องเน้นในสิ่งที่ลูกค้าจะได้รับประโยชน์จากการซื้อสินค้าของเราไปใช้เป็นหลัก ไม่ใช่เน้นประโยชน์ของผู้ขาย หากนึกไม่ออกว่าต้องเขียนอย่างไรลองมองในมุมถ้าเราเป็นลูกค้าเราจะซื้อสินค้านี้ไปทำไม แล้วจุดเด่นของสินค้านี้จะช่วยแก้ไขปัญหาอะไรให้กับลูกค้าได้ ถึงแม้ว่าในมุมเราคิดว่าเขียนแคปชั่นขายของออกมาดีแล้วแต่ถ้าลูกค้าอ่านแล้วไม่รู้สึกถึงประโยชน์ที่เค้าจะได้รับมันก็ไม่มีประโยชน์ที่เราจะทำ

อย่าลืมชูเรื่องโปรโมชั่นด้วย

เพื่อให้กระตุ้นการตัดสินใจซื้อของลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น ควรที่จะมีโปรโมชั่นเมื่อลูกค้าซื้อสินค้าด้วย โดยเฉพาะหากคุณมีกำไรเหลือพอที่จะทำส่งฟรีได้ก็ควรจจะทำ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่เค้าไม่ชอบเรื่องการที่ต้องมานั่งบวกค่าส่งเข้าไปทีหลัง ทำให้รู้สึกว่าสินค้ามีราคาแพง หรือไม่ก็รวมค่าส่งเข้าไปในสินค้าแล้วใส่รายละเอียดว่าส่งฟรีไปเลย

สรุป

การเขียนแคปชั่นขายของตอนแรกอาจจะมีความยากหน่อยเพราะเรารต้องรู้รายละเอียดเกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมายก่อน เพราะถึงแม้ช่วงแรกๆ เราพอจะเดาได้แต่มันก็ไม่ถูกต้อง 100% เราก็ค่อยๆ ปรับกันไปในอนาคตเพื่อให้ตรงใจกับกลุ่มเป้าหมายและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ได้มากยิ่งขึ้นในอนาคต

Shopping cart
There are no products in the cart!
Continue shopping