สร้างเพจ Facebook ขายของแบบง่ายๆ พร้อมเทคนิคสุดเจ๋งให้ขายได้

โลกออนไลน์ปัจจุบันเป็นเหมือนทั้งช่องทางสำหรับการติดต่อเพื่อนๆ คนรู้จัก หรือแชร์เรื่องราวต่างๆ ให้กับเพื่อนของเรา แต่ไม่ใช่เพียงแค่ไว้สำหรับติดต่อเท่านั้น ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งที่ทำให้คนสามารถสร้างตัวกันได้มากขึ้นจากการ “ขายของออนไลน์” ซึ่งหนึ่งในช่องทางยอดนิยมก็คือ “Facebook” ในบทความนี้เราจะพาคุณมาสร้างเพจ Facebook ขายของกันว่าทำยังไง และแอดจะแชร์วิธีการสร้างเพจให้คุณขายได้แน่นอนแบบ 100% หากเอาไปปรับใช้ให้ดี

เริ่มต้นสร้างเพจ Facebook ขายของ

Step 1

เริ่มต้นเลยให้เราเปิดหน้า Facebook ขึ้นมา แอดจะขอสอนบนเวอร์ชั่นคอมพิวเตอร์ก่อนนะ จากนั้นให้เรามองที่ด้านซ้ายมือถ้ามีคำว่าเพจก็ให้กดเข้าไปเลย แต่ถ้าไม่มีให้เรามาเลือกตรง “เมนู” ตามรูปด้านล่างเลย แล้วจากนั้นก็เลื่อนหาคำว่า “เพจ” ส่วนเฟสนี้แอดใช้สำหรับเป็นแอดมินเพจอย่างเดียวมันเลยขึ้นมาตรงล่าสุด เพราะเป็นฟังก์ชั่นที่ใช้บ่อยสุดแล้วสำหรับเฟสนี้

วิธีสร้างเพจ Facebook

Step 2

เมื่อหาเจอแล้วให้เรากดเลือกที่ “สร้างเพจใหม่” ได้เลย

Tip & Trick หากคุณใช้เฟสที่พึ่งสร้างได้ไม่กี่วันหรือไม่กี่เดือน แล้วไม่มีความเคลื่อนไหวเลย แอดขอแนะนำให้คุณเข้าใช้งานเฟสนั้นบ่อยๆ เล่นให้เหมือนคนปกติเล่นมากที่สุด หากคุณเอามาสร้างเลยเสี่ยงที่จะโดนให้ยืนยันตัวตนได้ง่าย และหากสร้างแล้วโดนแบนบ่อยเดียวพอสร้างอีกก็โดนแบนอย่างแน่นอน

เริ่มสร้างเพจ Facebook

Step 3

กรอกข้อมูลให้หมดครบถ้วนทุกช่อง แอดขอแนะนำวิธีการตั้งชื่อสักนิดว่าควรตั้งอย่างไรดี เพื่อให้คนหาเจอและง่ายต่อการค้นหาของผู้ใช้งาน สำหรับการตั้งชื่อเพจจะแบ่งออกเป็น 2 แบบหลักๆ คือ ตั้งเป็นชื่อแบรนด์ตัวเองหรือชื่อธุรกิจตัวเองเลย กับอีกแบบคือ การตั้งชื่อเพจให้สอดคล้องกับสินค้าที่เราขาย ลองดูตัวอย่างกันว่าเป็นประมาณไหน

ตัวอย่างตั้งชื่อแบรนด์หรือธุรกิจของตัวเอง

  • Avocado Apple
  • Stardust
  • โชคอนันต์ อะไหล่ยนต์

ตัวอย่างตั้งชื่อเพจให้สอดคล้องกับสินค้าที่เราขาย

  • เครื่องชั่งน้ำหนักแบบดิจิตอล เครื่องชั่งน้ำหนักราคาถูก เครื่องชั่งน้ำหนัก Digital
  • เสื้อทำงาน เสื้อแฟชั่นผู้หญิงสวยๆ เสื้อครอป เสื้อแฟชั่นตามกระแสราคาถูก
  • กล้องวงจรปิด กล้องวงจรปิดราคาถูก กล้องวงจรปิด ….. (ชื่อยี่ห้อ)

ทั้งสองแบบก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าคุณวางแผนหรือรูปแบบของธุรกิจไว้อย่างไร สำหรับการตั้งชื่อเพจเป็นแบรนด์หรือธุรกิจของตัวเองก็จะได้ของการจดจำของลูกค้า หรือเหมาะกับคนที่มีหน้าร้านออฟไลน์และต้องการสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ด้วย

อย่างพวกร้านขายส่งหรือธุรกิจขายส่งเองก็เหมาะมาก เพราะบางครั้งลูกค้าที่บังเอิญผ่านไปหน้าร้านแต่ยังไม่กล้าเข้า ก็มักจะเอาชื่อร้านมาค้นหาบนโลกออนไลน์ก่อน แล้วค่อยมีการไปสั่งซื้อหน้าร้านอีกครั้งหากต้องการก็มี

ในฝั่งของการตั้งชื่อเพจให้สอดคล้องกับสินค้าที่เราขายมันก็มีข้อดีคือ “ช่วยเพิ่มอัตราการค้นหาให้เจอง่าย” สำหรับบน Facebook เองใช่ว่าคนจะค้นหาชื่อเพื่อนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีการค้นหาสินค้าหรือชื่อเพจด้วยเช่นกัน หากเราตั้งชื่อเพจให้สอดคล้องกับการค้นหาก็จะเพิ่มโอกาสในการที่ Facebook จะนำเพจของเราไปแสดงให้ลูกค้าเห็นได้ด้วย

แต่ข้อเสียเลยคือเราจะไม่มีชื่อร้านจริงๆ ให้เป็นภาพจำของลูกค้า หรือถ้าลูกค้าซื้อของคราวหน้าก็อาจจะจำไม่ได้ด้วยว่าซื้อจากไหนหากไม่ได้ย้อนกลับไปดูแชท ลองเลือกทั้งสองวิธีที่เหมาะสมกับแต่ละคนกันดูนะ

สมมติว่าแอดเลือกได้แล้วตั้งชื่อเพจเป็นสินค้าที่ตัวเองขายเลยละกัน เราก็ใส่รายละเอียดต่างๆ ให้ครบถ้วน เลือกแท็กให้เหมาะสม อันนี้สำคัญมากเพราะเกี่ยวข้องกับการค้นหาด้วยเช่นกัน ซึ่งเพจ Facebook เองเราก็ทำ SEO ได้ด้วยนะ เพื่อเพิ่มการมองเห็นและให้ลูกค้าค้นหาได้ง่าย ใส่ครบแล้วก็กดสร้างเพจไปได้เลย

ตั้งชื่อเพจ Facebook

ต่อมาเพื่อสร้างเพจเสร็จแล้ว ทาง Facebook เค้าก็จะให้เราใส่รูปโปรไฟล์และรูปภาพหน้าปก หากเรายังไม่ได้ทำรูปหรือเตรียมรูปไว้ก็กดบันทึกไปก่อนก็ได้ค่อยมาใส่ภายหลัง

เพิ่มเติม ใครที่ไม่รู้ว่าจะทำรูปปกหรือรูปโปรไฟล์ขนาดไหนดี ลองดูบทความ ขนาดรูปภาพ Facebook ปี 2022 อัพเดทล่าสุด

รูปปก Facebook

เมื่อเราสร้างเพจเสร็จแล้ว ก็อย่าลืมไปตั้งค่าเพจส่วนอื่นๆ ให้เรียบร้อย ทั้งรูปโปรไฟล์เพิ่มเว็บไซต์ถ้าเรามี เพิ่มเวลาทำการหรือส่วนอื่นๆ ให้ครบทั้งหมดก็เป็นอันเสร็จสิ้นเรียบร้อยในการสร้างเพจ

ที่สำคัญอย่าลืมเลือกปุ่ม Call To Action ให้เหมาะสมกับบทบาทของเพจเราด้วยนะ เพราะปุ่มนี้ก็มีความสำคัญด้วยเช่นกันต่อการทำการขายและช่วยเพิ่มยอดขายให้ได้แบบคาดไม่ถึงด้วย ที่สำคัญคืออย่าละเลยเด็ดขาดเพราะมันใช้งานได้ “ฟรี”

ปุ่ม Call To Action Facebook

ทำอย่างไรให้ได้คนติดตามเพิ่ม และเพิ่มโอกาสในการขาย

ต้องบอกว่า Facebook ก็เปรียบเหมือนกับเว็บไซต์ที่จะให้คนเข้ามาดูร้านค้าของเราและเราก็ต้องวางแผนกันสักนิดว่าอยากให้คนเห็นอะไรในเพจของเราบ้าง เดียวเรามาเตรียมตัวกันดีกว่าว่าจะเพิ่มคนติดตามกดไลค์เพจของเราและเพิ่มยอดขายได้ด้วยวิธีไหนบ้าง ?

สร้างโพสต์ไว้ในเพจสักตัว

เริ่มต้นเลยเพจของเราก็จะไม่มีอะไรทั้งนั้น เนื่องจากว่าเราเพิ่งสร้างเพจมาใหม่ อันดับแรกให้เราเริ่มต้นจากการสร้างโพสต์ก่อน โดยหากเป็นการขายของก็อาจจะสร้างอัลบั้มของสินค้าเอาไว้ หรือสร้างโพสต์เป็นแนวต้อนรับก็ได้ หรือจะบ่งบอกถึงตัวตนเราก็สามารถทำได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการสื่อออกมาในลักษณะไหน

แต่ส่วนมากหากคุณเป็นคนที่ขายสินค้าตามปกติก็อาจจะสร้างอัลบั้มของสินค้าคุณไว้สักชุด เผื่อไว้สำหรับแชร์ลงกลุ่มหรือแชร์ไปยังที่ต่างๆ จะได้เห็นข้อมูลทีเดียวเลย

Tip&Trick โพสต์ไหนที่คุณต้องการให้อยู่บนสุดแนะนำว่าให้ใช้ฟีเจอร์ Pin Post หรือบางคนอาจจะเรียกว่า “ปักหมุดโพสต์” ได้เลย เพื่อให้คนที่เข้ามาในเพจของเราได้เห็นโพสต์นั้นก่อน

Tip&Trick 2 เลือกใส่ Hashtag ให้เหมาะสม เพราะบางคนก็มีการค้นหาของต่างๆ ผ่าน Hashtag ด้วยเช่นกัน หากคุณเลือกได้อย่างเหมาะสม เดียว Facebook ก็จะดึงโพสต์ของคุณไปแสดงในการค้นหาด้วยเช่นกัน

แชร์คอนเทนต์ประเภทความรู้บ้าง

คอนเทนต์ปกติสำหรับเพจขายของก็มักจะเกี่ยวข้องกับการขายของเพียงอย่างเดียว แต่นั่นก็จะทำให้ดูน่าเบื่อมากเกินไป บางครั้งคุณอาจจะหาเวลาว่างสักนิดและทำคอนเทนต์เกี่ยวกับความรู้ของสินค้าชนิดที่คุณขายดู มันสามารถช่วยเพิ่มความน่าสนใจและเพิ่มการติดตามของผู้ใช้งานมากขึ้นด้วย รวมถึงทำให้เพจดูไม่น่าเบื่อ และบางครั้งสินค้าของคุณอาจจะไปช่วยแก้ปัญหาจนลูกค้าต้องตัดสินใจซื้อจากการทำคอนเทนต์ประเภทความรู้ก็ได้

ทำวิดีโอสักหน่อย เพิ่มยอดวิวได้เยี่ยมเลย

ปัจจุบัน Facebook ได้ปิดกั้นการมองเห็นแบบโหดมากๆ และก็อยู่ในช่วงระหว่างที่สับสนตัวตนดั้งเดิมของตัวเอง โดยตอนนี้ Facebook ได้มีประกาศออกมาแล้วว่าจะมีการผลักดันคอนเทนต์ประเภทวิดีโอให้มากยิ่งขึ้น ทำให้คนที่ทำวิดีโอเป็นทุนเดิมอยู่แล้วมีความได้เปรียบอย่างมาก โดยหากคุณคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรให้ลองไปดูคลิปใน TikTok ก็ได้ว่าคุณหยุดดูวิดีโอแบบไหน แล้วลองเอามาปรับใช้กับ Facebook ดูก็ได้ วิธีนี้บอกเลยได้ผลดีสุดๆ

เพิ่มเติมสักนิด สำหรับฟีเจอร์ Facebook Reels ที่จะลงไปในเพจได้คุณจำเป็นจะต้องมีการใช้งานสักพักก่อน แล้วจากนั้นฟีเจอร์ดังกล่าวก็จะขึ้นมาให้ในเพจของเรา

สรุป

สำหรับการสร้างเพจ Facebook ก็ไม่ยากเท่าไหร่ แนะนำว่าหากคุณขายสินค้าหลากหลายชนิดให้ทำเพจแยกจะดีกว่า เพราะจะได้มีความชัดเจนและง่ายต่อการค้นหาของลูกค้า หรือถ้าคุณเป็นสายพรีออเดอร์ก็สามารถทำเพจรวมได้เช่นกัน แต่แยกประเภทสินค้าหรือจัดหมวดหมู่ไว้ให้มันหน่อยก็ได้ ที่สำคัญคือ Facebook สามารถทำ SEO เพื่อเพิ่มอัตราการค้นหาของลูกค้าได้ด้วย

อัพเดท Facebook Algorithm และข่าวสารประจำปี 2022 ของทุกเดือนครบถ้วน

อัพเดท Facebook Algorithm และข่าวสารประจำปี 2022 ของทุกเดือนครบถ้วน

Social Media ไม่ว่าแพลตฟอร์มไหนๆ ก็ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงให้เข้ากันกับพฤติกรรมของผู้ใช้งาน รวมถึงการอัพเดทฟีเจอร์ต่างๆ เพิ่มขึ้นเข้ามา โดยเฉพาะ Facebook ที่มีการเปลี่ยนแปลง Algorithm บ่อยครั้งพอสมควร เนื่องจากว่าปัจจุบันก็มีแพลตฟอร์มอื่นๆ แย่งผู้ใช้งานไปเยอะแยะมากมาย ทำให้ต้องมีการปรับตัวกันบ้าง ในบทความนี้จะรวบรวมข่าวสารการอัพเดทของเฟสบุ๊ค รวมถึง Facebook Algorithm ให้กับผู้อ่านทุกท่าน เพื่อจะได้นำไปปรับใช้ให้เหมาะสม และสามารถทำคอนเทนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วย

อัพเดทข่าวสารและ Facebook Algorithm มกราคม 2022

ในด้านของการช้อปปิ้งออนไลน์ทั่วโลกถือว่ามีอัตราที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างบ้านเราที่ผู้คนส่วนใหญ่ก็มักจะช้อปปิ้งออนไลน์กันเป็นประจำปกติอยู่แล้ว โดยอาจจะซื้อผ่านแพลตฟอร์มอย่าง E-Commerce เป็นหลัก แต่ด้วยอัตราการซื้อของออนไลน์ที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ฝั่งของ Social Media ต้องมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างขึ้น โดยเฉพาะ Facebook เองก็ปรับเปลี่ยนด้วยเช่นกัน

สำหรับอัพเดทในเดือนมกราคม 2022 ในฝั่งของ Facebook เองได้มีการอัพเดทด้านการช้อปปิ้งออนไลน์ โดยให้ความสำคัญกับประสบการณ์ช้อปปิ้งของผู้ใช้งานเพิ่มมากขึ้น อัพเดทในครั้งนี้ก็เป็นเพียงเรื่องเล็กๆ เท่านั้น และคนที่ขายของออนไลน์ก็ควรรู้อย่างยิ่งว่าอัพดทครั้งนี้มีอะไรบ้าง

  • มีการให้คำแนะนำ ติชม และเก็บแบบสำรวจของลูกค้าได้ เพื่อนำไปปรับปรุงระบบให้ดียิ่งขึ้นและยังสามารถรายงานผู้ขายได้ด้วย
  • Facebook Pay ได้รับการปรับปรุงเพิ่มเติม มีการใส่ตัวป้องกันตรวจจับการฉ้อโกงทั้งฝั่งธุรกิจและผู้บริโภคเอง และยังเพิ่มให้เราสามารถจ่ายเงินด้วยการสแกนลายนิ้วมือหรือ Face ID ได้
  • อัพเดทระบบตรวจสอบและป้องกันสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์รวมถึงสินค้าเลียนแบบ
  • ผู้ใช้งานสามารถรายงานพฤติกรรมที่ผิดปกติหรือพฤติกรรมที่น่าสงสัยได้
กฎขายของ Facebook

เพิ่มการสมัครสมาชิกของเหล่า Creator

Facebook ได้เปิดให้มีการสมัครเป็นสมาชิกได้ตั้งแต่ปี 2020 ทำให้เหล่าครีเอเตอร์สามารถสร้างเนื้อหาบนแพลตฟอร์มและสร้างรายได้ไปพร้อมๆ กัน โดยคราวนี้ฟีเจอร์ดังกล่าวมีการอัพเดทเพิ่มเติมดังนี้

– ครีเอเตอร์สามารถสร้างลิงค์สำหรับการสมัครสมาชิกของแต่ละบุคคลเพื่อใช้สำหรับโปรโมตตามช่องทางต่างๆ ได้

อัพเดทข่าวสารและ Facebook Algorithm กุมภาพันธ์ 2022

เดือนกุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา Facebook ได้เปิดตัว Facebook Reels ทั่วโลกและมีการเริ่มทดสอบการสร้างรายได้ให้กับเหล่า Creator โดย Facebook จะนำโฆษณาลงไปใน Reels เมื่อเวลาผู้ใช้งานเล่นไปวก็จะมีโฆษณาขึ้น และเมื่อมีการกดคลิกหรือกดทำบางอย่างเกี่ยวกับโฆษณาก็จะทำให้เหล่าครีเอเตอร์ได้รับรายได้จากตรงนี้

นอกจากนี้ Facebook ยังได้มีความคิดที่จะใส่การให้ดาวกับเหล่าครีเอเตอร์ด้วย เหมือนกับการที่เราส่งดาวให้กับคนที่ไลฟ์สดนั่นเอง แต่แค่เปลี่ยนไปให้ใน Facebook Reels แทน โดยดาวหนึ่งดวงจะได้รับ 1 เซ็นต์

แน่นอนว่าในอนาคตคนที่เป็นสายยิงแอด Facebook น่าจะมีตำแหน่งการวางโฆษณาใหม่อย่าง “Facebook Reels” ให้เลือกวางได้อย่างแน่นอน แต่แอดคิดว่าน่าจะวางได้เฉพาะแอดที่สร้างด้วยวิดีโอ

รูป Facebook Reels จาก Facebook

อัพเดทข่าวสารและ Facebook Algorithm มีนาคม 2022

ในเดือนนี้มีอัพเดทเข้ามาใหม่น่าสนใจอยู่หลายตัวเหมือนกัน

อัพเดท Meta Advantage Suite ใหม่สำหรับการโฆษณาบน Facebook โดยมีการอัพเดทเพิ่มเติมอยู่ 2 หัวข้อหลักๆ  คือ

  • ในหัวข้อ Advantage ช่วยให้คุณสามารถทำให้แคมเปญต่างๆ ที่คุณเคยตั้งค่าไว้ก่อนหน้านี้เป็นแบบอัตโนมัติได้ เช่น ตัวเลือกการกำหนดเป้าหมายโดยละเอียด
  • ในหัวข้อ Advantage+ คุณสามารถปล่อยให้ชุดโฆษณาทำงานได้แบบอัตโนมัติแทนคุณทุกอย่าง พูดง่ายๆ คือเหมือนเราไม่ได้เซ็ตอะไรเลยแล้วปล่อยให้ Facebook จัดการให้ทุกอย่าง รวมถึงตำแหน่งในการโฆษณาด้วย

เครื่องมือดังกล่าวได้ถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำโฆษณาและให้ง่ายสำหรับนักการตลาด รวมถึงสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามแบบของคุณ โดยคุณสมบัติของการทำโฆษณาที่ Facebook ได้มีการปรับปรุงเพิ่มเติมก็ได้แก่

  • Advantage Lookalikes และ Advantage Detailed Targeting (ปัจจุบันเรียกว่า Lookalike Expansion และ Detailed Targeting Expansion ) ซึ่งช่วยให้ Meta เข้าถึงผู้คนจำนวนมากขึ้นนอกการตั้งค่าการกำหนดเป้าหมายเริ่มต้นเพื่อค้นหาผู้ใช้ที่มี Conversion สูง
  • Advantage+ App Campaign (ปัจจุบันเรียกว่าโฆษณาแอปอัตโนมัติ)
  • ตำแหน่ง Advantage+ (ปัจจุบันเรียกว่าตำแหน่งอัตโนมัติ)
  • Advantage+ Creative (ปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ Dynamic Experiences)
  • แคมเปญ Advantage+ Shopping (รู้จักกันในชื่อโฆษณา Shopping อัตโนมัติ) กำลังอยู่ในการทดสอบเบต้า

คุณสามารถอ่านการอัพเดทในครั้งนี้เพิ่มเติมได้ที่นี่เลย

เครื่องมือดูแลกลุ่มแบบใหม่บน Facebook

ช่วงนี้ถือว่า Facebook ให้ความสำคัญกับกลุ่มอย่างมาก และเพิ่มการมองเห็นให้กับกลุ่มเพิ่มขึ้นด้วย เมื่อมีการส่งเสริมแบบนี้แล้วทาง Facebook ก็ได้มีอัพเดทเครื่องมือดูแลกลุ่ม Facebook เพื่อให้เหล่าแอดมินสามารถจัดการกลุ่มได้ง่ายกว่าเดิม หลักๆ Facebook ได้มีการอัพเดทดังนี้

  • สามารถปฏิเสธการโพสต์ลงกลุ่มโดยอัตโนมัติได้สำหรับสมาชิกที่ถูกรายงานว่าอาจจะปล่อยข้อมูลเท็จลงกลุ่ม
  • เพิ่มฟังก์ชั่นการ “ปิดเสียง” และผู้ดูแลกลุ่มสามารถปฏิเสธไม่ให้สมาชิกในกลุ่มเข้าร่วมการแชทกลุ่มได้
  • เพิ่มฟีเจอร์ “ผู้ช่วยดูแลกลุ่ม” โดยเป็นระบบจาก Facebook ที่สามารถตอบรับหรือปฏิเสธการขอเข้าร่วมกลุ่มได้อัตโนมัติหากผู้ขอเข้าร่วมกลุ่มไม่ทำตามกฎที่ผู้ดูแลกลุ่มได้กำหนด เช่น ตอบคำถามก่อนเข้ากลุ่มไม่ครบ เป็นต้น
  • อัพเดทหน้า “แดชบอร์ด” สำหรับผู้ดูแลกลุ่มให้สามารถดูภาพรวมที่เกิดขึ้นในกลุ่มได้ รวมถึงการตรวจสอบการแจ้งเตือนและการดูข้อมูลเชิงลึกต่างๆ
  • เพิ่ม QR Code ขึ้นมาเพื่อให้ผู้ดูแลดาวน์โหลดและนำไปส่งให้กับบุคคลอื่นๆ เพื่อเชิญเข้ากลุ่มของตัวเองได้
  • ผู้ดูแลกลุ่มสามารถเชิญบุคคลต่างๆ ผ่านทาง E-mail ได้แล้ว
เครื่องมือกลุ่ม Facebook

รูปจาก Facebook

รวมกลุ่มเป้าหมายของสินค้าทุกชนิดไว้ใน E-Book เล่มเดียว ยิงแอดได้ตรงกลุ่มเป้าหมายยิ่งขึ้น

อัพเดทข่าวสารและ Facebook Algorithm เมษายน 2022

เดือนนี้ถือว่ามีการอัพเดทของทาง Facebook น้อยมากๆ แทบจะไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเลย แต่แอดคิดว่าในเดือนพฤษภาคมน่าจะมีอัพเดทใหม่ๆ เยอะขึ้นอย่างแน่นอน รวมถึง Facebook Algorithm ด้วยที่น่าจะเข้ามา เพราะ Facebook ได้ห่างหายจากการอัพเดทไปสักพักใหญ่ๆ แล้ว รวมถึงคู่แข่งอย่าง TikTok เองก็มีความแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ด้วย เดียวมาดูกันดีกกว่าว่าครั้งนี้ Facebook มีอัพเดทอะไรบ้าง

Brand Safety Controls

ในการอัพเดทครั้งนี้จะเน้นหนักไปในฝั่งของแบรนด์เป็นหลัก เพื่อไม่ให้การทำโฆษณาของเหล่าแบรนด์ไปแสดงผลไปในที่แปลกๆ อย่างเช่นในโฆษณาการพนัน โฆษณาที่เกี่ยวกับเรื่องเพศ หรือไปแสดงผลในรูปภาพ วิดีโอที่อาจจะเป็นรูปโป๊ะเปลือยไม่เหมาะสม โดยบางครั้งอาจจะหลุดรอดจากการตรวจสอบของระบบ Facebook ได้

โดยการอัพเดทของ Facebook ในเรื่อง Brand Safety Controls นั้นก็เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของแบรนด์ หากโฆษณาที่ได้ทำไปและไปแสดงผลในที่ไม่เหมาะสมเท่าไหร่ ก็อาจจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้แบบร้ายแรงเลย และเรื่องนี้หลายธุรกิจและหลายแบรนด์ก็เริ่มให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างนี้แอดคิดว่าทางฝั่งของ Facebook เองก็น่าจะอยู่ในช่วงของการให้ AI ได้เรียนรู้อยู่

Brand Safety Controls

ตั้งค่า Brand Safety Controls รูปจาก Social Media Exam

อัพเดทข่าวสารและ Facebook Algorithm พฤษภาคม 2022

ในที่สุดเราก็เกือบเดินทางกันมาถึงครึ่งปีแล้ว หลายธุรกิจก็เริ่มน่าจะเห็นอะไรบางอย่างจากการดำเนินงานผ่านทาง Facebook มาบ้างไม่มากก็น้อย และในเดือนนี้เองก็ถือว่ามีการปรับปรุงครั้งสำคัญของ Facebook ด้วยเช่นกัน ทั้งการปรับ Facebook Algorithm ใหม่ เพื่อให้ทำงานได้อย่างเหมาะสม และอื่นๆ เพิ่มเติมเข้ามาอีก เดียวมาดูกันว่าเดือนนี้มีอะไรน่าสนใจกันบ้าง

เมื่อช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมาได้มีรายงานเกิดขึ้นว่า Facebook มีรายได้ที่ลดลงตั้งแต่เปิด IPO มา โดยปกติแล้วจะมีกำไรเป็น % ขึ้นสองหลักตลอด แต่จากการรายงานผลประกอบการพบว่ามียอดรายได้ที่ลดลงเหลือเพียงแค่ 7% นอกจากนี้ยังมีประเด็นในเรื่องของการที่ Mark เค้าได้ทุ่มเทเม็ดเงินเป็นจำนวนมหาศาลไปปกับการวิจัยพัฒนา Metaverse และอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทำให้จากการเปิดเผยรายได้พบว่า Reality Labs เฉพาะไตรมาสที่ 1 ก็ขาดทุนไปกว่า 2.96 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ และปีที่แล้วขาดทุนไป 1 หมื่นล้านดอลล่าร์สหรัฐกันเลยทีเดียว แอดคิดว่าเรื่องนี้เองก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อย่างเห็นได้ชัด

Horizon World Meta

ในคราวนี้ Facebook เค้าได้มีการปรับลดการมองเห็นของเฟสบุ๊คแบบส่วนบุคคล กล่าวคือลดการมองเห็นของเพื่อน และเพิ่มการมองเห็นให้กับเพจต่างๆ รวมถึงคอนเทนต์โดยตรงของ Meta รวมถึงข่าวการอัพเดท VR ต่างๆ เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน จะเห็นได้ว่าการอัพเดทครั้งนี้จะเห็นได้ชัดเลยว่ามีผลกระทบทั้งด้านดีและด้านเสียของผู้ใช้งานแต่ละแบบอย่างแน่นอน ซึ่งตอนนี้คาดว่าตัว Algorithm อยู่ในระหว่างการเรียนรู้ผู้ใช้งานอยู่

สำหรับข้อดีของฝั่งเพจก็คือจะช่วยเพิ่มการมองเห็นให้มากยิ่งขึ้นกว่าเก่า และมีโอกาสในการที่ผู้ใช้งานจะมองเห็นคอนเทนต์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการขายหรือแม้กระทั่งโพสต์แบบธรรมดามากยิ่งขึ้น ช่วงนี้คือช่วงกอบโกยของแบรนด์รวมถึงธุรกิจขนาดเล็กต่างๆ กันเลยทีเดียว แอดคิดว่าตอนนี้น่าจะถึงเวลาของธุรกิจและเป็นโอกาสอันดีที่จะเริ่มวางแผนการทำการตลาดผ่าน Facebook มากยิ่งขึ้น

อัพเดทข่าวสารและ Facebook Algorithm มิถุนายน 2022

ในเดือนนี้ส่วนใหญ่จะเป็นการอัพเดท Facebook Algorithm เช่นเดิม ส่วนเนื้อหาอื่นๆ ไม่มีอะไรเพิ่มเติมเข้ามามากนัก ซึ่งคราวนี้ถือว่าแนวทางของ Facebook ในมุมมองแอดคิดว่าหลงทางสุดๆ โดย Algorithm ครั้งนี้จะเป็นอะไรเดียวมาอ่านกันเลย

ช่วงนี้ต้องบอกเลยว่า Facebook ได้ประสบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของรายได้ที่ลดลงอย่างมาก ทำให้มีการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในมือของตัวเองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ Facebook ที่ปรับถี่สุดๆ เท่าที่แอดจำได้เหมือนเพิ่งทำสรุปอัพเดทไปได้ไม่นานก็มีอัพเดทใหม่จากทาง Facebook เข้ามาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งครั้งนี้ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งกับคนที่ทำเพจขายสินค้าหรือเพจสำหรับธุรกิจของตัวเอง และเป็นการประกาศอีกทางว่าพร้อมที่จะสู้กับ TikTok เจ้าแห่ง Short Video Content ที่ถูกสร้างโดย Bytedance จากจีนแล้ว

จากอัพเดทล่าสุดเมื่อครั้งที่แล้วของ Facebook ได้มีการปรับการมองเห็นใหม่ครั้งใหญ่ไปแล้วอีกรอบหนึ่งก็คือ เพิ่มการมองเห็นให้กับเพจและลดการมองเห็นหน้าส่วนตัวลง เพื่อผลักดันเพจธุรกิจให้ถูกมองเห็นได้มากยิ่งขึ้น แต่ต่อมาปรับไปได้ไม่นานก็เข้าสู่การอัพเดทครั้งนี้อีกรอบคือ ลดการมองเห็นของเพจลงไปอีกพอสมควร แต่ไปเพิ่มการมองเห็นให้กับ Reels แบบเต็มที่

สัญญาณในการอัพเดทครั้งนี้ก็พอเดาได้เลยว่า TikTok น่าจะขึ้นมาเป็นคู่แข่งคนสำคัญเทียบเท่ากับเจ้าอื่นๆ แล้ว และ Facebook ก็ไม่อาจจะปล่อยให้ผู้ใช้งานถูกแย่งไปได้ง่ายๆ ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนอะไรบางอย่าง และสิ่งที่จะสู้ได้นั้นก็คือ “Reels” นั่นเอง โดยตัวนี้จะมีลักษณะการใช้งานคล้ายกับ TikTok อย่างมาก เป็นแหล่งที่รวบรวมวิดีโอสั้นๆ และแบ่งปันให้กับผู้ใช้งานคนอื่นๆ  ได้รับชม โดยวิดีโอยิ่งได้รับความนิยมมากเท่าไหร่ โอกาสในการเข้าถึงก็มากขึ้นเท่านั้น เรียกได้ว่าทั้งบน Facebook และ Instagram ตอนนี้เหล่า Reels ถือว่าเป็นขุมทรัพย์สำคัญของแบรนด์และเหล่าคนค้าขายเลยทีเดียว

เพิ่มอัตราการมองเห็นให้เพจ Facebook แบบก้าวกระโดดด้วย “Reels”

เพิ่มอัตราการมองเห็นให้เพจ Facebook แบบก้าวกระโดดด้วย “Reels”

ช่วงนี้ต้องบอกเลยว่า Facebook ได้ประสบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของรายได้ที่ลดลงอย่างมาก ทำให้มีการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในมือของตัวเองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ Facebook ที่ปรับถี่สุดๆ เท่าที่แอดจำได้เหมือนเพิ่งทำสรุปอัพเดทไปได้ไม่นานก็มีอัพเดทใหม่จากทาง Facebook เข้ามาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งครั้งนี้ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งกับคนที่ทำเพจขายสินค้าหรือเพจสำหรับธุรกิจของตัวเอง และเป็นการประกาศอีกทางว่าพร้อมที่จะสู้กับ TikTok เจ้าแห่ง Short Video Content ที่ถูกสร้างโดย Bytedance จากจีนแล้ว

เพิ่มอัตราการมองเห็นให้เพจ Facebook แบบก้าวกระโดดด้วย “Reels” (กดเลือกอ่านได้)

เทรนด์ Social Media ปัจจุบัน

ต้องบอกว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเรียกได้ว่าเป็นยุคทองของวิดีโอกันเลยทีเดียว เพราะจากผลสำรวจของ Hootsuit ผู้ให้บริการด้านการจัดการเกี่ยวกับ Social Media และคอยแชร์ข้อมูลต่างๆ ให้กับเหล่า Marketer ทั่วโลกได้มีการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผู้ที่รับชมวิดีโอ โดยหากเปรียบเทียบกับหลายๆ ปีพบว่าอัตราการเติบโตในแง่ของการรับชมวิดีโอเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ปกติแล้วหากเราพูดถึงวิดีโอสั้นๆ ความยาวไม่เกิน 10 นาทีแล้ว เราก็มักจะคิดกันว่า TikTok นี่แหละที่กลายเป็นเจ้าตลาดอันดับ 1 เรียบร้อย แต่จากผลสำรวจของ Hootsuit พบว่าอันดับหนึ่งกลับกลายเป็น YouTube รองลงมาก็คือ Facebook และอันดับ 3 คือ TikTok ซะงั้น ผิดคาดสุดๆ แอดเห็นข้อมูลเองครั้งแรกก็แปลกใจเหมือนกัน

ข้อมูลของ Social Media

ข้อมูลจาก Hootsuit

จากอัพเดทล่าสุดเมื่อครั้งที่แล้วของ Facebook ได้มีการปรับการมองเห็นใหม่ครั้งใหญ่ไปแล้วอีกรอบหนึ่งก็คือ เพิ่มการมองเห็นให้กับเพจและลดการมองเห็นหน้าส่วนตัวลง เพื่อผลักดันเพจธุรกิจให้ถูกมองเห็นได้มากยิ่งขึ้น แต่ต่อมาปรับไปได้ไม่นานก็เข้าสู่การอัพเดทครั้งนี้อีกรอบคือ ลดการมองเห็นของเพจลงไปอีกพอสมควร แต่ไปเพิ่มการมองเห็นให้กับ Reels แบบเต็มที่

สัญญาณในการอัพเดทครั้งนี้ก็พอเดาได้เลยว่า TikTok น่าจะขึ้นมาเป็นคู่แข่งคนสำคัญเทียบเท่ากับเจ้าอื่นๆ แล้ว และ Facebook ก็ไม่อาจจะปล่อยให้ผู้ใช้งานถูกแย่งไปได้ง่ายๆ ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนอะไรบางอย่าง และสิ่งที่จะสู้ได้นั้นก็คือ “Reels” นั่นเอง โดยตัวนี้จะมีลักษณะการใช้งานคล้ายกับ TikTok อย่างมาก เป็นแหล่งที่รวบรวมวิดีโอสั้นๆ และแบ่งปันให้กับผู้ใช้งานคนอื่นๆ  ได้รับชม โดยวิดีโอยิ่งได้รับความนิยมมากเท่าไหร่ โอกาสในการเข้าถึงก็มากขึ้นเท่านั้น เรียกได้ว่าทั้งบน Facebook และ Instagram ตอนนี้เหล่า Reels ถือว่าเป็นขุมทรัพย์สำคัญของแบรนด์และเหล่าคนค้าขายเลยทีเดียว

Facebook Reels

หน้าตาของ Facebook Reels

ประหยัดต้นทุนในการทำโฆษณาลง 30% และค้นหากลุ่มเป้าหมายให้กับธุรกิจได้แม่นยำยิ่งขึ้นด้วย InterestPRO

ทำไมต้องใช้ Facebook Reels

จากการทดสอบของหลายๆ คนพบว่าในเพจ Facebook ปัจจุบันมีอัตราการเข้าถึงที่ลดลงอย่างมาก แทบจะเหมือนกับก่อนหน้านี้ก็คือมองแทบไม่เห็น แต่สำหรับในฝั่ง Reels เองก็ได้รับการเข้าถึงมากขึ้น ถึงแม้ว่าจะลงวิดีโอไปแบบไม่ได้ตั้งใจทำและดูไม่น่าดึงดูดก็ตาม เพราะเป็นการทดสอบว่าตัว Algorithm ล่าสุดที่ Facebook ได้อัพเดทนั้นมันทำงานหรือยัง จะได้ปรับตัวถูก

ในการทำวิดีโอ Reels บน Facebook เพจนั้นก็ไม่ยาก หากทำผ่านโทรศัพท์มือถือในหน้าที่เราจะโพสต์อะไรลงเพจก็จะมีปุ่ม Reels อยู่ตรงนั้นด้วย หากเราต้องการอัพโหลดวิดีโออะไรขึ้นไปก็สามารถกดอัพจากตรงนั้นได้เลย แล้ว Facebook ก็จะนำไปแสดงในที่ต่างๆ ให้กับเรา หากนึกไม่ออกว่าอยู่ตรงไหนดูจากรูปด้านล่างเลย

สร้างคลิป Reels หรืออัพโหลดทำผ่านเพจ Facebook ได้เลย

ในตอนนี้จากการอัพเดทอีกครั้ง สิ่งที่เราไม่ควรพลาดเลยนั้นก็คือ Reels ที่เราควรจะไปลงวิดีโอเพื่อให้เกิดการเข้าถึงให้ได้มากยิ่งขึ้น และเป็นอีกตำแหน่งที่มีความสำคัญและคุณไม่ควรที่จะพลาดอย่างยิ่ง ในส่วนของการทำวิดีโอนั้นหากใครกำลังหาแนวทางก็อาจจะไปส่องสไตล์การทำวิดีโอบน TikTok ได้ เพราะส่วนใหญ่เวลามีโฆษณาเกิดขึ้นบน TikTok หากไม่สังเกตให้ดีหลายคนก็รับชมวิดีโอนั้นแบบไม่รู้ตัว และเพื่อไม่ให้ผู้ชมเลื่อนหนีจำเป็นจะต้องทำคอนเทนต์วิดีโอที่เนียนกลมกลืนไปกับวิดีโอทั่วไปอย่างยิ่ง

สิ่งที่ได้รับความนิยมบนวิดีโอสั้นๆ ก็จะเป็นพวกคลิปบันเทิงสั้นทั่วไป การโชว์สกิล การโชว์ขีดความสามารถของสินค้า แสดงให้เห็นถึงจุดเด่นและการใช้งานของสินค้า การนำเสนอนั้นจะต้องไม่ดูให้เป็นการขายมากเกินไป เพราะหากเป็นการขายแบบจ๋าๆ แล้วมันก็ยากที่จะทำให้ผู้ชมรับชมวิดีโอของเรา

สรุป

ยังไงก็ตามนี่ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับคนที่ไม่เคยทำวิดีโอใดๆ เลย แอดคิดว่าหากคุณจะเริ่มทำวิดีโอลง Reels อาจจะต้องไปดูสไตล์การทำวิดีโอจาก TikTok หรือถ้าคุณเป็นคนขายสินค้าอาจจะไปดูคอนเทนต์ที่เค้าทำรีวิว มันช่วยเป็นไอเดียและช่วยให้เรามีแนวทางที่ดียิ่งขึ้น และอย่าลืมว่าตอนนี้ Facebook ให้ความสำคัญกับ Reels แบบสุดๆ ลองไปทำวิดีโอแล้วลงเพื่อดูผลลัพธ์กันด้วยนะ

ขายของไม่มีคนซื้อ ? ทำทุกวิธีก็ยังไม่ได้ กับ 5 เหตุผลว่าทำไมคุณถึงขายไม่ออกสักที ?

ขายของไม่มีคนซื้อ ? ทำทุกวิธีก็ยังไม่ได้ กับ 5 เหตุผลว่าทำไมคุณถึงขายไม่ออกสักที ?

คนที่อ่านบทความนี้คงเริ่มจะสงสัยแล้วว่าทำไมเมื่อเราขายสินค้าแล้วทำไมขายไม่ได้สักทีเหมือนกับคนอื่นๆ ซึ่งบางคนยอดปังอย่างมากแต่ทั้งๆ ที่เราก็ทำเหมือนกับเค้าก็ขายไม่ดีเท่ากัน รวมถึงได้ทำทุกทางแล้วก็ยังไม่มีคนซื้อสินค้าอยู่ดี จริงๆ แล้วไม่ใช่ว่าเราจะหาสาเหตุไม่ได้เลย เดียวเราจะมาค่อยๆ เจาะถึงสาเหตุแต่ละข้อกันว่ามีอะไรบ้างที่เป็นปัจจัยทำให้ไม่มีคนซื้อสินค้าของเรา และเราจะแก้ไขมันได้อย่างไร

ขายของไม่มีคนซื้อ ? ทำทุกวิธีก็ยังไม่ได้ กับ 5 เหตุผลว่าทำไมคุณถึงขายไม่ออกสักที ? (กดเลือกอ่านได้)

1. ไม่มีการเข้าถึงเลย

ต้องเข้าใจก่อนว่าตอนนี้แพลตฟอร์มมีจำนวนจำกัด โดยมีไม่กี่แพลตฟอร์มเท่านั้นที่เป็นที่นิยมและมีคนเข้าใช้งานเยอะ คุณอาจจะต้องเจอคนขายสินค้าต่างๆ มากมาย แน่นอนว่าคุณเองก็เป็นหนึ่งในนั้นและต้องแข่งกับคนอื่น เบื้องต้นหากคุณขายบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียลองปรับเปลี่ยนจากการทำโพสต์เขียนเป็นประเภทวิดีโอบ้าง

เพราะปัจจุบันหลายแพลตฟอร์มเริ่มเน้นการนำเสนอผ่านวิดีโอมากขึ้น เราอาจจะรวมรูปที่เราทำไว้หรือรูปจากแบรนด์มาทำเป็นวิดีโอแกลลอรี่เพื่อนำเสนอก็ได้ รวมถึงการแชร์คอนเทนต์ไปยังที่ต่างๆ เพื่อเพิ่มการเข้าถึง ทั้งนี้ต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบคอนเทนต์อย่างสม่ำเสมอเพื่อทดสอบว่าคอนเทนต์ไหนเวิร์คและสามารถดึงดูดใจผู้อ่านได้ ลองอ่านแนวทางจากบทความเหล่านี้ได้เลยนะ

2. สินค้าเหมือนกับคนอื่น

สินค้าเหมือนกับคนอื่นไม่ใช่เรื่องผิดแต่อย่างใด แต่ปัญหาส่วนใหญ่ที่มักจะเกิดขึ้นกับคนขายของออนไลน์คือเมื่อเห็นสินค้าตัวไหนขายดีก็มักจะหยิบสินค้าชนิดนั้นมาขายด้วยเสมอ ซึ่งเป็นธรรมชาติอยู่แล้วเมื่อขายอะไรดีก็มักจะมีคู่แข่งใหม่ๆ เกิดขึ้นเสมอ แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเกือบทุกคนคิดเหมือนเรากันหมด แน่นอนว่าก็จะมีสินค้าชนิดเดียวกันวางขายเต็มไปหมดและเกิดเป็นคู่แข่งของคุณ ทีนี้แหละก็เป็นปัญหาตรงนี้สินค้าของคุณถูกคนอื่นๆ เบียดหายออกไปจากตลาดได้เช่นกัน

ทางแก้คือคุณอาจจะต้องหาความแตกต่างให้ได้จากคนอื่นเช่น การเพิ่มบริการเสริมเข้าไป การทำ Bundle Products ที่ใกล้เคียงกัน หรือการทำรูปรูปภาพใหม่ให้ดูแตกต่างก็ได้

3. ทำอะไรแบบเดิมๆ

สังเกตได้จากธุรกิจใหญ่ๆ มักจะมีอะไรใหม่เสมอทุกปีเป็นประจำ เพื่อเป็นการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์รวมถึงเป็นการเปลี่ยนวิธีการใหม่เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ดียิ่งขึ้น หากคุณเป็นคนที่ขายของออนไลน์และใช้วิธีการขายแบบเดิมๆ เขียนแบบเดิมๆ ก็อาจจะลองปรับเปลี่ยนเนื้อหาใหม่ เปลี่ยนคำ เปลี่ยนรูป เปลี่ยนสไตล์การนำเสนอก็ได้เหมือนกัน ถึงแม้บางอันไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดีมากนักแต่มันก็ช่วยให้เราได้ข้อมูลและสามารถนำมาปรับปรุงต่อยอดได้ด้วยเช่นกัน รวมถึงหากปกติคุณขายสินค้าด้วยการโพสต์อย่างเดียวไม่มีโปรโมชั่นใดๆ ก็ลองนำเสนอโปรโมชั่นหรือขยายช่องทางเพิ่มเติมดูก็สามารถเพิ่มยอดขายและทำให้เรามีโอกาสในการขายสินค้าได้ด้วย

4. ราคาก็เป็นปัจจัยสำคัญ

เรื่องราคาก็เป็นเหตุผลหลักๆ ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคด้วยเหมือนกัน โดยเฉพาะสินค้าพื้นฐานหรือไม่ก็เป็นสินค้าที่แมสอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น ช่วงนึงน้องบองกำลังฮิตทำให้ใครๆ ก็ขายน้องบอง ช่วงนั้นด้วยปริมาณที่คนขายแทบจะมากกว่าผู้ซื้อทำให้เกิดการตัดราคาหนักอย่างมาก

ใครที่ขายแพงก็หมดโอกาสในการขายไปเลยก็มี ดังนั้นหากสินค้าของคุณเป็นสินค้าประเภททั่วๆ ไปที่มีขายเยอะแยะเรื่องราคาก็เป็นปัจจัยสำคัญ แต่ถ้าอยากทำให้เราขายราคาเดิมได้และขายออกเหมือนกับคนอื่นก็อาจจะลองปรับเรื่องบริการ การรับประกัน หรือส่วนอื่นๆ เพื่อให้ดูเหนือกว่าและแตกต่างกว่าคู่แข่ง เพื่อลบจุดอ่อนทางด้านราคาออกไป

5. ร้านค้ามีความน่าเชื่อถือหรือไม่

บางครั้งลูกค้าที่ตัดสินใจซื้อเพราะภาพลักษณ์ร้านค้าดูน่าเชื่อถือก็มี โดยเฉพาะกับกลุ่มคนที่ขายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับด้านความงามที่จำเป็นต้องเน้นรูปภาพ วิดีโอให้มีความสวยงามดูน่าสนใจ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับผู้ขาย หากคุณใช้รูปง่ายๆ บางครั้งลูกค้าอาจจะไม่มีความเชื่อมั่นในตัวสินค้าที่เราขายก็ได้ ดังนั้นลองหันมาใส่ใจด้านการทำคอนเทนต์ การทำรูปภาพ รวมถึงวิธีการนำเสนอดู รวมถึงอาจจะโพสต์รีวิวของลูกค้าของเราก็สามารถเพิ่มความน่าเชื่อถือได้เช่นกัน

กรอบรูปสินค้า Manyframe กรอบรูปสินค้าออนไลน์ไม่ต้องจ้างกราฟิก ทำได้ผ่านทั้ง Canva Photoshop และแอพในมือถือ ตกเพียงกรอบละ 0.8 บาทเท่านั้น

6. อย่าละเลยเกี่ยวกับด้านการตลาด

การทำการตลาดก็มีความสำคัญอย่างมากแม้กระทั่งกับการขายของออนไลน์ การตลาดไม่ใช่เพียงแต่การโฆษณาหรือว่าใช้การจ่ายเงินเป็นปริมาณมหาศาลเท่านั้น แต่เราสามารถทำมันได้โดยที่เราต้องรู้ความต้องการของลูกค้า การเข้าหาลูกค้า รวมถึงการที่สินค้าของเราจะช่วยแก้ไขปัญหาของลูกค้าได้อย่างไร ลองไปปรับพวกเนื้อหา การนำเสนอ การทำวิดีโอ แต่ถ้าอยากให้เข้าถึงลูกค้าได้มากยิ่งขึ้นอาจจะต้องมีการนำเงินไปลงทุนทำโฆษณาเพื่อเพิ่มผลลัพธ์ก็ได้

ในด้านของการทำการตลาดก็มีหลากหลายมิติและปรับเปลี่ยนกันได้ตลอดเวลา ซึ่งคุณเองก็จำเป็นจะต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยอยู่เสมอ เพราะเมื่อไหร่ที่เราไม่ได้ปรับเปลี่ยนตัวเองแล้ว ก็มีโอกาสที่จะโดนทำให้ออกจากตลาดได้ หากใครสนใจเรื่องการตลาด ลองอ่านบทความเหล่านี้ดูก่อน

สรุป

ปัญหาที่เกิดขึ้นกับการขายไม่ออกหลักๆ ก็จะมีในเรื่องของการที่ร้านค้ามีคนเข้าถึงน้อยมากๆ ทำให้คนไม่รู้จัก รวมถึงการขายสินค้าชนิดเดียวกับคู่แข่งที่มีจำนวนมากบนตลาดอยู่แล้ว ทำให้ลูกค้ามีตัวเลือกที่หลากหลายและทำให้สินค้าของเราไม่ถูกพบเจอโดยลูกค้า ซึ่งวิธีเหล่านี้มันก็มีการแก้เบื้องต้นด้วยการปรับเปลี่ยนเนื้อหานำเสนอ การทำคอนเทนต์ใหม่ๆ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น รวมถึงการขยายช่องทางการขายใหม่ๆ อื่นๆ เพิ่มเติมเพื่อให้เราเข้าถึงลูกค้าได้มากกว่าเดิม ก็ช่วยทำให้สินค้าของเราขายได้อีกด้วย

Facebook Pay ฟีเจอร์ที่ช่วยให้ระบบการชำระเงินเป็นเรื่องง่าย ครบจบในที่เดียว !

Facebook Pay ฟีเจอร์ที่ช่วยให้ระบบการชำระเงินเป็นเรื่องง่าย ครบจบในที่เดียว !

เพื่อนๆ เคยรู้สึกว่าการชำระเงินบนโลกออนไลน์เป็นเรื่องที่ยุ่งยากกันบ้างไหมคะ ไม่ว่าเพื่อนๆ จะเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ หรือเป็นลูกค้าก็ตาม

เชื่อว่าหลายคนคงจะเคยผ่านกระบวนการชำระเงินที่ซับซ้อนกันมาบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการส่งเลขบัญชีให้ลูกค้า เข้าแอปธนาคารเพื่อโอนเงิน ส่งสลิปยืนยันการโอน และตรวจสอบความถูกต้องของการโอนเงิน

แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เพราะว่าตอนนี้ทาง Facebook ก็ได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ที่มีชื่อว่า Facebook Pay

มาช่วยอำนวยความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งานเฟสบุ๊คทุกคน เรียกได้ว่าเป็นฟีเจอร์ที่ทำให้การชำระเงินครบจบในที่เดียวเลยล่ะค่ะ

Facebook Pay ฟีเจอร์ที่ช่วยให้ระบบการชำระเงินเป็นเรื่องง่าย ครบจบในที่เดียว ! (เลื่อนอ่านกันได้เลย)

Facebook pay คืออะไร

FB Pay
Facebook payment

Facebook Pay คือระบบที่ใช้ในการชำระสินค้าผ่านทาง messenger ของ Facebook  ซึ่งร้านค้าจะสามารถส่งบิลการชำระสินค้าไปทาง messenger ของลูกค้าได้

โดยที่จะระบุข้อมูลสินค้า ยอดชำระ ช่องทางการชำระสินค้า รวมถึงลูกค้าสามารถกดชำระเงินผ่าน link ใน messenger ได้เลยโดยที่ไม่ต้องกดออกจากแอปเพื่อไปชำระสินค้าผ่านทางแอปธนาคารต่างๆ

สะดวกใช่ไหมล่ะคะ  ระบบ Facebook Pay เขาได้เชื่อมกับธนาคารไว้เรียบร้อยแล้ว

เมื่อลูกค้าโอนเสร็จ สลิปก็จะถูกส่งโดยอัตโนมัติโดยที่ลูกค้าไม่ต้อง upload สลิปเองเลย

Facebook Pay ฟีเจอร์ตัวนี้เข้าทำให้เราหมดแล้ว  นอกเหนือจากนั้น ลูกค้ายังสามารถติดตามาสถานะการชำระเงินของตัวเองได้อีกด้วย

เห็นไหมละคะว่า Facebook Pay ช่วยให้การชำระเงินเป็นเรื่องง่าย สะดวกรวยเร็วทันใจสายช้อปอย่างแน่นอน

ข้อดีของ Facebook pay

1.ได้ความปลอดภัยระดับมาตรฐานสากล

การชำระเงินผ่านทาง Facebook Pay มีความปลอดภัยสูงเพราะในการชำระเงินแต่ละครั้ง

จะมีการเข้ารหัสรวมถึงมีระบบรักษาความปลอดภัย PCI DSS ที่ได้มาตรฐานระดับสากลซึ่งจะช่วยให้การชำระเงินปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

2.ปิดการขายได้ง่ายและเร็วยิ่งขึ้น

เมื่อมีการตกลงซื้อขายสินค้ากันเรียบร้อยแล้ว ร้านค้าสามารถส่งใบแจ้งชำระได้ทาง Facebook Pay บน messenger ได้เลยทันที

ซึ่งลูกค้าก็สามารถกดจ่ายเงินผ่านทาง Facebook Pay ได้โดยที่ไม่ต้องกดออกจากแอปเพื่อไปพิมเลขบัญชี และโอนเงินใน mobile banking

ระบบ Facebook Pay นี้จะช่วยประหยัดเวลา เพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้า ซึ่งจะทำให้โอกาสในการเปลี่ยนใจไม่ซื้อของลดลง และสามารถปิดการขายได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

ข้อควรระวัง­ของ Facebook Pay

การชำระเงินผ่านทางFacebookPayนั้นหากลูกค้าจ่ายเงินผ่านแอปของธนาคารต่างๆ ผู้ขายจะไม่โดนหักค่าธรรมเนียมใดๆ

แต่หากลูกค้าชำระกับ Facebook Pay ผ่านทางบัตรเครดิต ผู้ขายจะโดนระบบ Facebook Pay หักค่าธรรมเนียม 2.5 % จากราคาขาย+ ค่า Vat 7 % ก่อนที่ระบบจะส่งเงินเข้าบัญชีธนาคารของผู้ขายในวันถัดไป

จุดอ่อนของ Facebook Pay

ถึงแม้ว่าจะเป็นฟีเจอร์ที่ดีอย่างมากสำหรับในฝั่งของผู้ซื้อและผู้ขาย แต่ในบ้านเรานั้นยังไม่ได้รับความนิยมมากพอสมควร

เนื่องจากว่าบางคนก็ไม่รู้วิธีผูกบัญชีหรือบางคนก็ยังสะดวกเป็นแบบเก่า หรือไม่ก็กังวลเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยของระบบการชำระเงินมากกว่าทำให้ยังไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร

 แต่ถ้าเกิดได้รับความนิยมมากพอแล้วล่ะก็ บอกเลยว่ามันสะดวกทั้งการรับ – จ่ายเงินของทั้ง 2 ฝั่ง เหมือนกับเราซื้อของบนแพลตฟอร์ม eCommerce อย่าง Shopee หรือ Lazada ได้เลย

ธนาคารในไทยที่สามารถผูกกับFacebook Pay ได้

ในการชำระเงินผ่านช่องทาง Facebook Pay ก็มีหลากหลายธนาคารให้เราเลือกชำระได้ตามสะดวก

วันนี้แอดมินได้ลิสต์มาให้แล้วค่ะว่ามีธนาคารอะไรบ้างที่ผูกกับ Facebook Pay ได้

1.Mobile banking ธนาคารกสิกรไทย 2. ธนาคารไทยพานิชย์  3.ธนาคารกรุงเทพ 4.ธนาคารกรุงศรี

นอกเหนือจากนั้น เรายังสามารถชำระผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิต ในเครือ Visa, MasterCard และ JCB อีกด้วยค่ะ

สรุป 

Facebook Pay เป็นฟีเจอร์ใหม่ที่เข้ามาช่วยให้การชำระเงินซื้อของออนไลน์บน Facebook ง่าย สะดวก รวดเร็วมากยิ่งขึ้น และปลอดภัยด้วย PCI DSS ตามมาตรฐานสากล

สำหรับใครที่สนใจอยากจะใช้ฟีเจอร์นี้ ไว้แอดมินจะมาแชร์วิธีสมัคร Facebook Pay วิธีใช้งาน แบบเข้าใจง่ายสุดๆ อ่านจบทำตามได้เลย รอติดตามกันนะคะ

สายยิงแอดเฟสบุ๊ค ต้องอ่าน  “Virtual Card” ตัวช่วยที่ทำให้จ่ายเงินยิงแอดเป็นเรื่องง่าย

สายยิงแอดเฟสบุ๊ค ต้องอ่าน “Virtual Card” ตัวช่วยที่ทำให้จ่ายเงินยิงแอดเป็นเรื่องง่าย

แอดมินเชื่อว่าหลายๆคนคงจะเคยประสบปัญหา เวลายิงแอดเฟสบุ๊คแล้วโดนแบนบัญชีโฆษณากันมาบ้างเนอะ หนำซ้ำบัตรเครดิตที่เราใช้ชำระก็โดนแบนไปด้วย จนถึงขั้นต้องวิ่งหาเปลี่ยนบัตรใหม่กันเป็นว่าเล่น ซึ่งมันก็คงอาจจะทำให้หลายๆ คนเกิดความรำคานอยู่ไม่มากก็น้อย

วันนี้แอดมีเรื่องราวเกี่ยวกับการชำระเงินโฆษณาของ Facebook ที่น่าสนใจมากๆ เรื่องหนึ่งมาแนะนำเพื่อนๆกันค่ะในบทความนี้แอดจะมาพูดถึงเรื่อง“Virtual Card”เป็นบัตรที่จะทำให้ชีวิตของนักยิงแอดเฟสบุ๊คอย่างเราๆ ไม่ต้องยุ่งยากอีกต่อไป อยากรู้ไหมบัตร Virtual Card คืออะไร พิเศษกว่าบัตรเครดิตทั่วไปยังไง ไปอ่านกันเลยค่ะ

บัตร Virtual Card คืออะไร

Virtual Card หรือบัตรเครดิตเสมือน คือ บัตรอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบออนไลน์ ที่ไม่สารถจับต้องได้ ไม่มีบัตรเป็นใบจริงๆให้ถือ แต่จะอยู่แบบดิจิทัลผ่านโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นต้น

บัตรเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีตัวเลข 16 หลัก ที่ด้านหน้าบัตรมี ชื่อ นามสกุลผู้ถือบัตร วันเดือนปีที่หมดอายุ รวมถึงรหัสยืนยันตัวตนของผู้ถือบัตร CVV/CVC  3 หลักอีกด้วย

แต่เพื่อนๆรู้หรือไม่ว่า บัตรเครดิตเสมือน Virtual Card มีถึง 3 แบบด้วยกัน คือ Virtual Credit Card, Virtual Debit Card และ Virtual Prepaid Card บัตรเติมเงินที่จำเป็นต้องผูกกับ E-wallet Card

ทำไมต้องใช้บัตร Virtual Card ในการยิงแอดเฟสบุ๊ค

เพื่อนๆ อาจจะสงสัยกันใช่ไหมคะว่า จริงๆ แล้วเนี่ยการจ่ายค่าโฆษณาให้กับทาง Facebook จะสามารถทำได้หลายหลายช่องทาง ไม่ว่าจะจ่ายผ่านบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตในเครือ American Express,Mastercard, Visa รวมถึง Paypal, QR Code สแกนจ่ายเงิน หรือแม้แต่ Internet Banking

แล้วทำไมถึงต้องใช้บัตรเครดิตเสมือน Virtual Cardด้วยหล่ะ ก่อนอื่นแอดอยากให้เข้าใจก่อนว่า Facebook นั้น เป็นแพลตฟอร์ที่มีขึ้น เพื่อให้คนมาแชร์เรื่องราว พูดคุยประเด็นต่างๆกัน

ดังนั้น การที่พี่มาร์ก ซักเคอเบิร์กอนุญาติให้ยิงแอดเฟสบุ๊ค พี่เขาเลยต้องตั้งกฎขึ้นมามากมาย เพื่อควบคุมโฆษณากันหน่อยแหละ

บรรดานักยิงแอดหลายๆ คนก็อาจจะเผลอหรือตั้งใจทำผิดกฎของเฟสบุ๊คเข้าซะงั้น เช่น ทำโฆษณายาลดน้ำหนัก ครีมผิวขาวหน้าเด้ง หรือสินค้าต่างๆ ที่ไม่ถูกต้องตามหลักของเฟสบุ๊ค  ถ้าทำผิดกฎเฟสบุ๊คก็จะโดนแบนบัญชีโฆษณา ทำให้ไม่สามารถยิงแอดได้

ตามปกติพอโดนแบนกันแล้วก็ต้องไปเปิดบัญชีใหม่ เอาบัตรเครดิตเดิมที่เคยผูกไว้กับบัญชีเก่าก็เอามาผูกเข้ากับบัญชีใหม่เหมือนเดิม การทำแบบนี้วนลูบไปเรื่อยๆ เป็นวัฏจักรก็เป็นเรื่องปกติของคนที่เป็นสายยิงแอดอยู่แล้ว แต่รู้หรือไม่ว่าเจ้าตัว AI ของ Facebook สามารถเรียนรู้เรื่องต่างๆ รวมถึงการปรับปรุง “Algorithm” อย่างต่อเนื่องก็ทำให้ AI มันฉลาดมากขึ้นด้วย

อันนี้เป็นความเชื่อของหลายคนที่ทำโฆษณาว่า หากใช้บัตรใบเดียวกับบัญชีที่เคยถูกแบนไปก่อนหน้ามากเกินไป มันจะส่งผลให้เมื่อเราฟาร์มบัญชีมาใหม่วอร์มเรียบร้อยตามลูปปกติแล้วมันจะโดนแบนได้ง่ายขึ้นเพราะเจ้า AI ของ Facebook จำได้ว่าบัญชีดังกล่าวใช้บัตรเครดิตใบเดียวกันกับก่อนหน้าที่โดนแบนไปแล้ว

และเมื่อตรวจสอบพบว่าโดนแบนหลายรอบจะทำให้ Facebook มองว่าไม่มีคุณภาพ จึงทำให้โดนแบนได้ง่ายสุดๆ ยังไงล่ะ ซึ่งการทำบัตรเครดิตใหม่ก็แสนจะยุ่งยาก ทั้งเสียเงินเสียเวลาอีก ดังนั้นบัตร “Virtual Card”  คือทางออกที่ดีสำหรับหลายๆ คน

ซึ่งหน้าตาของบัตรอย่างที่บอกว่ามีลักษณะคล้ายคลึงกันกับบัตรเครดิตที่เป็นแบบตัวจริงจึงเข้ามาเป็นพระเอกขี่ม้าขาวเข้ามาช่วยเหล่าบรรดานักยิงแอดให้สามารถใช้หนึ่งบัญชีธนาคาร ก็สามารถทำบัตรใหม่ได้หลายใบ ขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคารเลย

 และเจ้า Virtual Cardเป็นตัวช่วยที่มีดีมากกๆ ตัวหนึ่งที่ทำให้นักการตลาดออนไลน์ แม่ค้าออนไลน์ สามารถประหยัดเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ แทนที่จะนำงบการเงินและเวลาของตัวเองไปทำบัตรใหม่ เราก็เอาเวลาไปคิด Business Model ใหม่ๆ สร้างสรรค์ ให้มันปังกว่าเดิมไม่ดีกว่าเยอะเลย

ทำไมถึงไม่นิยมใช้บัตรเครดิตปกติในการยิงแอดเฟสบุ๊ค

ทุกคนคงทราบดีว่าการทำธุรกรรมออนไลน์เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังกันพอสมควรเลย มีข่าวมากมายที่หลายๆ คนโดนแฮก Facebook และทำให้บัตรเครดิตที่ผูกไว้กับบัญชีโดนแฮกไปด้วย ทั้งข้อมูลส่วนตัว ชื่อที่อยู่ จำนวนเงินในบัตรก็ปลิวไปได้ง่ายๆเลย

เพราะฉะนั้นนักยิงแอดหลายคนจึงหันมาใช้บัตร Virtual Card ที่มีความปลอดภัยมากกว่า และ Virtual Card ยังสามารถจำกัดวงเงินในบัตรได้ด้วยนะ (ฟีเจอร์เหมือนบัตรเครดิตเป๊ะ)

ทำให้เราคลายความกังวลได้ในระดับหนึ่งว่าเงินที่เราเติมใส่ Virtual Card และจำกัดวงเงินไว้ให้เมื่อถูกแฮกไปจะไม่ได้รับผลกระทบที่ร้ายแรง รวมถึงการกินเงินเกินวงเงินที่กำหนดเอาไว้ของ Facebook ก็ไม่มีปัญหาด้วย

แนะนำบัตร Virtual Card สำหรับยิงแอด Facebook

สำหรับบัตร Virtual Card ในปัจจุบันนี้ก็มีอยู่หลากหลายค่าย ซึ่งแต่ละค่ายก็มีเงื่อนไข รายละเอียดและสิทธิพิเศษต่างๆ ไม่เหมือนกัน วันนี้แอดมินจะมาแนะนำ บัตร Virtual Card ว่ามีค่ายไหนบ้างที่สามารถนำมาจ่ายค่ายิงแอดเฟสบุ๊ค

เรามาเริ่มต้นกับด้วยที่หลายๆคนน่าจะรู้จักกันเป็นอยากดีก็คือ LINE นั่นเองค่ะ ตอนนี้เขา ได้ออกบัตร Line BK (Line X Kasikorn) ส่วนทางธนาคารกสิกรเองเขาก็มี K-Web Shopping Card ออกมาให้เลือกได้ตามสะดวก รวมถึงยังมีค่ายของ True Money Wallet, Dolfin Wallet และ SCB Virtual Prepaid

หากใครสนใจพวกบัตรVirtual Card อาจจะต้องมีการหาข้อมูลเพิ่มเติมนิดนึง เพราะแต่ละเจ้าก็มีเงื่อนไขรวมถึงข้อจำกัดที่แตกต่างกันไปด้วยนั่นเอง

สรุป

Virtual Card บัตรเครดิตเสมือน ถือว่าเป็นบัตรที่มีประโยชน์และเหมาะสำหรับนักยิงแอดเฟสบุ๊คมากๆ เลย  โดยที่หลายๆ คนไม่ต้องกังวลเรื่องเกี่ยวกับการผูกบัตรเครดิตแล้วไม่ผ่านหรือไม่ก็โดนแบนบ่อยเพราะใช้บัตรเดิมซ้ำมากเกินไป

รวมถึงระบบ Facebook ไม่สามารถตัดเงินได้ทำให้ถูกแบนไปก็มี แต่เมื่อสามารถนำบัตร Virtual Card มาใช้ได้ไม่ต้องนั่งกังวลเกี่ยวกับการชำระเงินและยังสามารถจำกัดวงเงินได้อีกด้วย ซึ่งบัตร Virtual Card ก็มีหลายเจ้าเลยในตลาด เพื่อนๆ ก็สามารถลองเข้าไปเลือกตามความเหมาะสมของแต่คนกันดูนะคะ

Shopping cart
There are no products in the cart!
Continue shopping