Boost Post กับ Facebook Ads Manager มีความแตกต่างยังไง เลือกใช้ตัวไหนดี?

Boost Post กับ Facebook Ads Manager มีความแตกต่างยังไง เลือกใช้ตัวไหนดี?

แชร์แบ่งปันกับเพื่อนๆ ได้เลย

การทำโฆษณา Facebook Ads เราสามารถทำได้ 2 วิธีคือ Boost Post กับ Facebook Ads Manager โดย 2 ตัวนี้ก็มีความแตกต่างกันอยู่พอสมควรในการทำโฆษณาของ Facebook แน่นอนว่าเดียววันนี้จะไขข้อข้องใจให้กับทุกคนว่ามันมีความแตกต่างยังไงกันแน่ และควรใช้ตัวไหนดี? ประเด็นที่เคย “เอ๊ะ” ในใจ วันนี้ต้องร้อง “อ๋อ” แน่นอน

1. Boost Post คืออะไร?

Boost Post Facebook

Boost Post คือ การกดโปรโมทบนหน้าเพจของตนเอง สามารถเลือกโปรโมทโพสต์ที่มีอยู่ หรือโปรโมทเพจก็ได้ การโปรโมทจะเน้นให้เข้าถึงผู้คนเยอะที่สุด ตามงบประมาณและระยะเวลาที่เราได้กำหนดสำหรับการ Boost Post ใน 1 ครั้ง

Boost Post หากเทียบแล้วก็เหมือนกับการทำโฆษณา Facebook Ads แบบ Awareness มากกว่า

Boost Post

หน้าตารูปที่ Boost Post

การ Boost Post ในตัวโพสต์หรือเพจของเรานั้น ช่วยให้เพจเราเข้าถึงผู้คนได้เป็นปริมาณที่มาก สร้างการมีส่วนร่วมกับผู้ที่เห็นโฆษณา (Engagement) แต่ผลลัพธ์ส่วนใหญ่ที่ได้จริงๆ จากการ Boost Post เห็นจะเป็นยอดการเข้าถึง การมีส่วนร่วมกับโพสต์เช่น กดไลก์ กดแชร์ คอมเมนต์โพสต์นั้นๆ เสียเป็นส่วนใหญ่ หากหวังจะให้มียอดขายคงยากนักสำหรับ Boost Post แต่ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เลย

Boost Post จะเรียกว่า “ยิงแอด” ก็ไม่ถูกนัก เพราะการบูทโพสต์เป็นการเน้นให้เข้าถึงแบบกว้างๆ ไม่ได้เจาะจงตรงกลุ่มเป้าหมายมากนัก

ขั้นตอนการ Boost Post สำหรับโพสต์ที่อยู่ในเพจ

ให้เลือกโพสต์ที่เราต้องการจะ Boost ก่อนว่าเราอยากใช้โพสต์ใดในการโฆษณา แล้วก็กดปุ่ม Boost Post หรือถ้าใช้ภาษาไทยจะเป็น “โปรโมทโพสต์” ให้เรากดเข้าไปได้เลย จากนั้นเราก็เลือกกลุ่มเป้าหมาย ระยะเวลาแล้วก็งบประมาณได้เลย

เลือกโพสต์จาก Facebook

เลือกโพสต์ที่ต้องการ Boost

กลุ่มเป้าหมาย Facebook

กำหนดกลุ่มเป้าหมาย

งบและระยะเวลา

กำหนดงบและระยะเวลา Boost Post

วิธีการกดโปรโมทเพจ

การกดโปรโมทเพจก็มีลักษณะเหมือนกันกับวิธีการ Boost Post ในเพจ สามารถใช้วิธีการเดียวกันได้เลย แต่สำหรับใครที่หาปุ่มโปรโมทไม่เจอ จะอยู่ตรงด้านบนสุดของเพจ ตามวงสีแดงของรูปภาพเลย

โปรโมทเพจ

รูปโปรโมทเพจ

2. Facebook Ads Manager คืออะไร?

Facebook Ads Manager คือ

Facebook Ads Manager คือ เครื่องมือสำหรับการทำโฆษณา Facebook Ads หรือที่เราเรียกว่า “ยิงแอด” เป็นเครื่องมือที่มีความละเอียดมากกว่า Boost Post พอสมควร และช่วยให้เลือกวัตถุประสงค์ในการทำโฆษณา Facebook Ads ที่มีอยู่ 3 ตัวเลือกใหญ่ๆ และอีก 11 วัตถุประสงค์ย่อยๆ ให้เลือกได้ตรงตามความต้องการ

facebook ads manager

หน้าตา Facebook Ads Manager

รวมกลุ่มเป้าหมายของสินค้าทุกชนิดไว้ใน E-Book เล่มเดียว ยิงแอดได้ตรงกลุ่มเป้าหมายยิ่งขึ้น

3. การทำโฆษณาด้วย Boost Post กับ Facebook Ads Manager ใช้ตัวไหนคุ้มค่าสุด

เปรียบเทียบ Facebook

ข้อสงสัยที่หลายๆ คนมีแน่นอนคือ Boost Post หรือ Facebook Ads Manager ตัวไหนมันจะคุ้มกว่า เลือกแบบไหนดี?

ทำแบบ Boost Post

แอดต้องบอกเลยว่า “อยู่ที่วัตถุประสงค์แต่ละคน” หากคุณต้องการเพียงแค่ การเข้าถึง การไลก์ การแชร์ หรือคอมเมนต์ ก็สามารถเลือกทำโฆษณาด้วยตัว Boost Post ก็ได้ ไม่จำเป็นถึงขั้นต้องใช้ Facebook Ads Manager เพราะก็เหมือนกับการเลือกวัตถุประสงค์แบบ Awareness บน Ads Manager นั่นเอง แต่ Boost Post ก็มีข้อดีคือ “สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว ง่ายมาก”

ทำด้วย Facebook Ads Manager

ถ้าหากคุณต้องการยอดขาย ต้องการให้ลูกค้าเข้ามาเยี่ยมชมหน้าร้าน อาจจะต้องใช้ Facebook Ads Manager ที่สามารถกำหนดได้อย่างละเอียดมากกว่าตัว Boost Post และยังมีวัตถุประสงค์ที่ตรงกับความต้องการของคุณ สามารถเลือกใส่ปุ่ม Call To Action ลงในชิ้นงานโฆษณา Facebook Ads ของคุณได้อีกด้วย

เช่น คุณเปิดร้านคาเฟ่แมว อยู่แถวสุขุมวิทและอยากให้คนมาที่คาเฟ่ของเราเพื่อมาเล่นกับน้อนแมว ก็สามารถยิงแอดเลือกได้เลยว่าอยากให้คนในสุขุมวิท รู้ว่าคาเฟ่อยู่ไหนเพื่อให้มาเล่นกับแมวเรา

ส่วนตัวแอดปกติใช้ Facebook Ads Manager อยู่แล้วในการทำโฆษณา Facebook Ads เพราะสามารถปรับตั้งค่าโฆษณาได้อย่างหลากหลาย เลือกการทำโฆษณาได้หลายแบบ เช่น ทำเป็นรูปภาพสไลด์ ทำเป็นคอลเล็กชั่นปรับแต่งอินสแตนท์เอ็กซ์พีเรียนซ์ เป็นต้น

โปรโมทเพจ

ตัวอย่างโฆษณาจากเพจ K SME

วิดีโอ Facebook Ads

ตัวอย่างวิดีโอโฆษณาจากเพจ LINE for Business 

Lead Generation

ตัวอย่างโฆษณา Lead Generation จากเพจ Google Ads

แถม Facebook Ads Manager ยังมีความละเอียดในด้านของการสรุปผลลัพธ์ และยังสามารถโหลดเก็บใส่เป็นไฟล์ Excel เพื่อทำเป็น Report ของเราเองก็ยังได้

4. เปรียบเทียบกันหมัดต่อหมัดระหว่าง Boost Post กับ Facebook Ads Manager

advantage facebook

จุดเด่น Boost Post vs Facebook Ads Manager 

5. ทริคเล็กๆ น้อยๆ

ทริคทำโฆษณา

– หากใครต้องการทำโฆษณา Facebook Ads ให้มีราคาถูกลง ควรใช้ Facebook Ads Manager ช่วยในการทำ

– Facebook Ads Manager สามารถเข้าผ่าน URL โดยตรงได้เลย ไม่ต้องเข้าไปที่เพจ ไปตัวจัดการโฆษณาก็ได้

– Facebook Ads จะมีความหลากหลายมากขึ้นเมื่อทำด้วย Facebook Ads Manager เพราะสามารถเลือกรูปแบบได้ทั้ง Carousal Instant Experience Photo Slide และอื่นๆ

– หากไม่มั่นใจกลุ่มเป้าหมายที่เรามีอยู่ สามารถเอากลุ่มเป้าหมายไปเช็คได้ที่ Facebook Audience Insight เพื่อดูรายละเอียดกลุ่มเป้าหมายเพิ่มเติมได้

– หากต้องการทำโฆษณา Facebook Ads แนะนำว่าให้ทำผ่านคอมพิวเตอร์แทนโทรศัพท์มือถือจะดีกว่า เพราะเราสามารถกำหนดข้อมูลได้ละเอียด อีกทั้งข้อมูลบางส่วนยังไม่ถูกตัดหายไปอีกด้วยสำหรับในคอมพิวเตอร์

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : ยิงแอด Facebook ผ่านคอมพิวเตอร์ vs โทรศัพท์มือถือ

การใช้งาน Boost Post และ Facebook Ads Manager เหมาะกับอะไร?

วิธีทำโฆษณา Facebook

Boost Post

เหมาะกับการเน้นการเข้าถึงหรือคนที่ไม่ได้ต้องการยอดขาย สามารถทำได้ง่าย รวดเร็ว สะดวก แต่ขาดความแม่นยำ และประสิทธิภาพน้อยกว่า เหมาะกับการสื่อสารแบรนด์แบบกว้างๆ เน้นให้คนจำได้ หรือแนะนำสินค้า ธุรกิจใหม่ๆ ของตนเอง

นิยาม Boost Post เรียบง่าย รวดเร็ว เข้าถึงกระจาย

Facebook Ads Manager

เหมาะกับการทำโฆษณาแบบละเอียด ต้องการผลลัพธ์ที่ดี อย่างเช่น ยอดขาย การเข้าชมเว็บไซต์ การคลิกลงทะเบียนที่ลิงค์ หรือการเยี่ยมชมหน้าร้านค้าของเรา ตัวนี้อาจจะใช้เวลาเตรียมนานกว่าโฆษณาแบบ Boost Post หน่อย เพราะมีรายละเอียดปลีกย่อยที่เยอะกว่าพอสมควร และยังกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจนหากเรามีข้อมูลที่เพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ Customer Audience, Lookalike ในการช่วยกำหนดกลุ่มเป้าหมายอีกด้วย

นิยาม Facebook Ads Manager ช้าแต่ชัวร์ เพราะกลัวไม่แม่นยำ

เมื่อเราทำ Facebook Ads ไม่ว่าจะเป็นการ Boost Post หรือใช้งาน Facebook Ads Manager ก็ย่อมต้องใช้ความรอบคอบและพิจารณา พร้อมทั้งเก็บข้อมูลจากผลลัพธ์ที่ได้มากทุกครั้ง ถึงแม้จะทำได้ง่ายทุกตัวเมื่อชำนาญแล้วก็ตาม แต่ก็อย่าลืมติดตามผล หมั่นพัฒนา และปรับปรุงโฆษณาอยู่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เรา

สรุป

หากต้องการทำโฆษณาให้ได้ผลดีที่สุด ส่วนใหญ่มักจะใช้การยิงแอดโฆษณา Facebook Ads ผ่าน Facebook Ads Manager กันเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากว่าการเลือกตัววัตถุประสงค์สำหรับการทำโฆษณามีความสำคัญเป็นอย่างมาก ถามว่าแล้วถ้าอยากใช้ Boost Post ได้รึเปล่า แอดก็ต้องตอบว่าได้ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลว่าต้องการโฆษณาไปเพื่ออะไร เช่น เพื่อยอดขาย เพื่อให้เข้าถึงมากที่สุดแต่ไม่ต้องการยอดขาย ต้องการให้คนชมหน้าร้าน ฯลฯ เครื่องมือของ Facebook ย่อมมีประโยชน์ทุกตัวแน่นอนหากคุณเข้าใจและใช้งานมันเป็น


แชร์แบ่งปันกับเพื่อนๆ ได้เลย
ลงโฆษณา Facebook Ads บน มือถือ VS คอมพิวเตอร์ ทำผ่านอุปกรณ์ไหนดี?

ลงโฆษณา Facebook Ads บน มือถือ VS คอมพิวเตอร์ ทำผ่านอุปกรณ์ไหนดี?

แชร์แบ่งปันกับเพื่อนๆ ได้เลย

เวลาจะทำโฆษณา Facebook Ads เราเคยสงสัยกันรึเปล่าว่าทำผ่านมือถือหรือผ่านคอมอันไหนดีกว่ากัน จริง ๆ แล้วเราสามารถทำโฆษณาได้ทั้งสองอุปกรณ์ตามความสะดวกเลย แต่แอบบอกนิดนึงว่าถึงแม้จะทำโฆษณา Facebook ได้บนสั้งสองอุปกรณ์ แต่มันก็ยังมีจุดแตกต่างอยู่บ้าง แต่เพราะอะไรนั้นอ่านกันได้เล้ย

1. ลงโฆษณา Facebook Ads ผ่านมือถือ

facebook ads via mobile

การลงโฆษณา Facebook Ads ผ่านมือถือนั้น เราจำเป็นจะต้องโหลดแอพพลิเคชั่นที่ชื่อว่า ตัวจัดการโฆษณาบน Facebook” มีให้โหลดทั้งใน IOS และ Android เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการจัดการโฆษณามากยิ่งขึ้น โดยเราต้องทำโฆษณาผ่านตัวแอพนี้เท่านั้น

จริง ๆ เราควรโหลดแอพพลิเคชั่นที่เกี่ยวข้องกับการทำโฆษณา Facebook มาทั้งหมดเลยก็ได้ โดยจะมี Facebook, Messenger, ตัวจัดการโฆษณาบน Facebook, Facebook Business Suite และ Analytics เพื่อใช้ควบคู่ในการทำโฆษณาได้

สำหรับตัวแอพพลิเคชั่นตัวจัดการโฆษณาบนมือถือ จริง ๆ ก็มีรายละเอียดที่ระบุไว้ค่อนข้างครบถ้วนพอสมควร แต่บางฟีเจอร์อาจจะใช้งานไม่ได้กับมือถือ เช่น การติด Facebook Pixel วัตถุประสงค์ Facebook จากเดิมที่มีให้เลือกมากถึง 11 ตัว จะถูกตัดเหลือเพียงแค่ 7 ตัวในมือถือเท่านั้น

อัพเดทล่าสุดคือวัตถุประสงค์ของ Facebook จากเดิมที่มีอยู่ 11 ตัวถูกตัดเหลือเพียง 6 ตัวเท่านั้น วิธีก็เหมือนเดิมทุกอย่าง ยกเว้นแต่คุณต้องเลือกใช้ให้ถูกเหมาะกับคุณก็เท่านั้น

สำหรับใครที่อยากรู้ว่าวัตถุประสงค์ Facebook มีอะไรบ้างอ่านเพิ่มเติมตรงนี้เลยครับ : วัตถุประสงค์ Facebook 

ในแอพสามารถสร้างโฆษณาได้ตามปกติคล้าย ๆ กับการสร้างในคอม สร้างได้อย่างรวดเร็ว ไม่ซับซ้อน เมื่อยิงโฆษณา Facebook Ads ไปแล้วก็สามารถดูข้อมูลสำหรับโฆษณา Facebook ตัวนั้น ๆ ได้ง่าย แต่ข้อเสียคือการบอกข้อมูลบนมือถือจะไม่ครบถ้วนและละเอียดเท่ากับการดูในคอมพิวเตอร์

วิธีดูข้อมูลโฆษณา Facebook บนมือถือ

หากเราทำโฆษณา Facebook Ads และยิงโฆษณาไปแล้ว ในโทรศัพท์ของคุณเลื่อนลงมาล่างสุดจะมีชุดแคมเปญอยู่ตามกรอบสีแดงตามรูปซ้ายมือ ให้เลือกสักชุดแคมเปญได้เลย หลังจากที่กดเข้ามาแล้วก็จะเจอข้อมูลชุดโฆษณา Facebook ที่เราเคยยิงไปหรืออยู่ในช่วงเวลาเผยแพร่อยู่ตามภาพด้านขวามือ

เลือกชุดแคมเปญ

ภาพชุดแคมเปญโฆษณา

ผลลัพธ์โฆษณา

ภาพรายงานผลลัพธ์โฆษณา

ในมือถือสามารถเปรียบเทียบโฆษณาแต่ละตัวที่เราเคยทำไปได้ด้วย โดยการเปรียบเทียบนั้นจะเป็นในลักษณะของรูปแบบตาราง

เปรียบเทียบโฆษณา

ปุ่มเปรียบเทียบโฆษณา Facebook Ads

เปรียบเทียบโฆษณาแบบตาราง

ภาพเปรียบเทียบโฆษณา Facebook Ads

นอกจากนี้สามารถดูภาพรวมของบัญชีโฆษณาเราได้ด้วยว่าผลลัพธ์ที่เราทำโฆษณาไปเป็นยังไง โดยจะนับรวมทุกโฆษณาและเงินทุกบาทที่เสียไปกับการยิงโฆษณา Facebook Ads

ดูผลลัพธ์ Facebook Ads ทั้งหมด

ปุ่มกดดูผลลัพธ์โฆษณาทั้งหมด

ภาพรวมโฆษณา Facebook ทั้งหมด

Account Overview

2. ใช้มือถือรุ่นอะไรทำโฆษณา Facebook

ใช้โทรศัพท์ทำโฆษณา

จริง ๆ จะใช้มือถือโทรศัพท์รุ่นใดก็ได้ขอแค่เพียงใช้งานอินเทอร์เน็ตและสามารถโหลดแอพพลิเคชั่นตัวจัดการโฆษณาบน Facebook ได้

สำหรับ IOS ต้องใช้ตั้งแต่ 10.0 ขึ้นไป

สำหรับ Android เวอร์ชั่นจะแตกต่างกันไปตามแต่ละเครื่อง

นอกจากมือถือแล้วก็ยังสามารถใช้งานแอพพลิเคชั่นดังกล่าวบน iPad และ Tablet ได้อีกด้วย

3. ลงโฆษณา Facebook Ads ผ่านคอมพิวเตอร์

ยิงแอดเฟสบุ๊คด้วยคอม

สำหรับการลงโฆษณาผ่านคอมพิวเตอร์เป็นช่องทางที่มองว่าดีที่สุดสำหรับคนที่ทำโฆษณา เนื่องจากว่าฟีเจอร์หลาย ๆ อย่างจะอยู่บนอุปกรณ์นี้ครบถ้วน รายละเอียดต่าง ๆ ก็ดูได้แบบจัดเต็ม และยังแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ดีกว่ามือถือ ทั้งนี้ก็แล้วแต่ความชำนาญของแต่ละคน

ส่วนใครที่ยังไม่เคยยิงแอดเฟสบุ๊คมาก่อนและอยากลองที่จะเรียน ทาง Marketing In Secret มีบทความสอนยิงโฆษณา Facebook ฟรีๆ ตั้งแต่ 0 – 100 ให้ท่าน สามารถทำตามได้เลย

คอร์สเรียนยิงโฆษณา Facebook พร้อมของแถมเฉพาะนักเรียนและเทคนิคพิเศษมากมาย

4. ใช้คอมทำโฆษณา Facebook เข้าผ่านอะไรดี?

จริง ๆ เข้าผ่าน Browser ได้ทั้ง Google Chrome, Internet Explorer, Mozilla Firefox, Microsoft Edge แต่ถ้าเอาตามความคุ้นชินหลาย ๆ คนก็อาจจะแนะนำให้ใช้ Chrome จะดีกว่า

เว็บเบราว์เซอร์ต่างๆ

Browser Websites

บนคอมพิวเตอร์จะเรียกเครื่องมือจัดการโฆษณาว่า Facebook Ads Manager ที่จะเป็นตัวที่ใช้สำหรับสร้างโฆษณาต่าง ๆ ของธุรกิจเรา โดยใช้เพียงแค่เครื่องมือตัวเดียวก็สามารถจัดการได้ทั้งการทำโฆษณา Facebook มีผลลัพธ์ตัวเลขออกมาให้สำหรับการยิงโฆษณาแต่ละรอบของเรา

facebook ads manager

หน้า Facebook Ads Manager

5. ข้อแตกต่างระหว่างโฆษณาบนมือถือ VS คอมพิวเตอร์

ข้อแตกต่างยิงแอดเฟสบุ๊ค

ถึงแม้จะดูเป็นเรื่องเล็กน้อยและไม่มีอะไรก็ตามที แต่จริงๆ มันยังมีส่วนสำคัญและส่งผลต่อคุณภาพของการทำโฆษณา Facebook ด้วยเช่นกัน ขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการยิงแบบละเอียดหรือต้องการความสะดวก โดยส่วนมากการทำผ่านมือถือมักจะดึงโพสต์เก่าที่ดีอยู่แล้วนำมาปัดฝุ่นและยิงแอดซ้ำอีกครั้งหนึ่ง แต่วิธีการทำจริงๆ ก็ไม่ได้ตายตัวขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนต้องการทำแบบไหน

สรุป

หากต้องการทำโฆษณา Facebook Ads แบบจริง ๆ จัง ๆ แนะนำว่าให้ทำผ่านคอมพิวเตอร์จะดีที่สุด เพราะเราสามารถกำหนดรายละเอียดตัวโฆษณาได้แบบลึก และยังเลือกวัตถุประสงค์ได้หลากหลายมากกว่าการยิงแอดในมือถือเสียอีก เพราะในการยิงแอดบนมือถือจากประสบการณ์ที่ได้พบเจอคือ ค่าโฆษณาแพงขึ้นบางตัว และบางครั้งแอพชอบมีปัญหาเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยครั้ง ทางที่ดีถึงแม้จะเป็นมือใหม่แต่ก็ควรลองใช้ Facebook Ads Manager ทำจะดีกว่า ค่อย ๆ ทำตามขั้นตอนทีละสเต็ปจาก สอนทำโฆษณา Facebook ตั้งแต่ 0 – 100 ฉบับมือใหม่ด้วย Facebook Ads Manager” รับรองว่าต่อให้ไม่เคยทำ ก็เข้าใจได้แน่นอน


แชร์แบ่งปันกับเพื่อนๆ ได้เลย
รวมคำศัพท์น่ารู้ในการทำโฆษณา Facebook Ads

รวมคำศัพท์น่ารู้ในการทำโฆษณา Facebook Ads

แชร์แบ่งปันกับเพื่อนๆ ได้เลย

คำศัพท์โฆษณา Facebook ทำความเข้าใจกับคำเหล่านี้ก่อนดีกว่า

สำหรับใครที่ยังเป็นมือใหม่อยู่ แนะนำว่าทำความเข้าใจกับ “คำศัพท์โฆษณา Facebook” ก่อนจะดีกว่า เพราะจะได้รู้ว่าเมื่อเราทำโฆษณา Facebook ไปแล้ว ผลลัพธ์แต่ละตัวได้อะไรมาบ้าง เพื่อที่จะได้เข้าใจภาพรวมโฆษณานั้นๆ มากยิ่งขึ้น

คำศัพท์เกี่ยวกับ Facebook Ads ตัวนี้เข้าใจง่ายๆ พร้อมยกตัวอย่างผลลัพธ์เพื่อให้ผู้อ่านได้เอาไปใช้คิดจริงๆ ถ้าพร้อมแล้วก็มาเริ่มกันเล้ยย

Boost Post

บูสโพสต์ คือ การโปรโมทรูปแบบหนึ่งบน Facebook สามารถทำให้คนเข้าถึงได้มากและเยอะขึ้น สามารถใช้ได้กับโพสต์ที่ลงไว้ในเพจอยู่แล้ว

Facebook Ads Manager

เป็นตัวจัดการโฆษณาบนเบราว์เซอร์บนคอมพิวเตอร์ โดยสามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมาย ตั้งค่าโฆษณา และเก็บผลลัพธ์โฆษณาได้จากเครื่องมือตัวนี้เลย

Boost Post กับ Facebook Ads Manager มีความแตกต่างกันอยู่ โดย Boost Post จะเน้นการเข้าถึงและสร้างการรับรู้ให้ได้มากที่สุด แต่ Facebook Ads Manager เราสามารถกำหนดได้เลยว่าต้องการเข้าถึง ยอดขาย หรือมีส่วนร่วม ซึ่งมีความละเอียดกว่า Boost Post พอสมควร ไปอ่านได้ที่บทความนี้เลย Facebook Ads Manager VS Boost Post

Engagement

คือ การมีส่วนร่วมกับโฆษณาที่เราได้ส่งออกไป  ไม่ว่าจะเป็นการกดไลก์ กดแชร์ พิมพ์คอมเมนต์ในโพสต์ของเรา ทำให้โพสต์ของเราหรือตัวโฆษณาที่เราเลือกมี Engagement ที่สูงขึ้น

engagement

ตัวอย่างค่าเฉลี่ย Engagement ขอบคุณภาพจาก www.socialmediaexaminer.com

Reach 

การเข้าถึงโฆษณาของผู้คน โดยจะนับก็ต่อเมื่อโฆษณาของเราแสดงให้ใครเห็นบ้าง ไม่จำเป็นว่าต้องมีส่วนร่วมใดๆ กับโฆษณาเรา โดยใน Facebook จะหมายถึง การส่งโฆษณาชิ้นหนึ่งไปหาผู้คนต่างๆ

ตัวอย่างเช่น นาย A เห็นโฆษณา Facebook ตัวเดิม เป็นจำนวน 5 ครั้ง แต่เวลา Facebook นับ Reach จะนับเพียงแค่คนเท่านั้น ถูกแล้วครับค่า Reach จะเท่ากับ 1 นั้นเอง ไม่สำคัญว่าจะเห็นกี่ครั้ง ยังไงก็นับแค่ 1 เพราะคนเดิมเห็นโฆษณาตัวเดิม แต่ Reach ยังแบ่งประเภทได้อีก 2 ประเภทคือ

Paid Reach

ตรงตัวเลยคือการจ่ายเงินเพื่อโฆษณาให้คนเห็นโฆษณาสินค้าหรือสื่อต่างๆ ของเรามากขึ้น สามารถกำหนดงบเพื่อให้ตรงกับความต้องการที่จะให้ลูกค้ามองเห็นได้เลย

Organic Reach

เป็นการทำโพสต์แบบปกติ หรือที่เรียกว่า “โพสต์ลงเพจ” นั่นแหละ ยิ่งคนมองเห็นเยอะเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เพราะเป็นการประหยัดงบประมาณของเราไปได้เยอะ

Reach

Paid and Organic Reach

Impression

เรียกง่ายๆ คือ Facebook จะนับตามจำนวนโฆษณาที่ถูกส่งออกไป ตัวอย่างเช่น ลูกค้า A เห็นโฆษณาตัวเดิมๆ เป็นจำนวน 10 ครั้ง ทีนี้ Facebook ก็จะนับเป็น 10 Impression เพราะว่าเป็นการ จำนวนที่โฆษณาแสดง ไม่ใช่ นับจำนวนคน

Frequency

หมายถึง ความถี่ในการแสดงผลโฆษณาต่อครั้ง สูตรคิดง่ายๆ เลยคือ

Impression / Reach ตัวอย่างเช่น 1500 Impression / 300 Reach ก็จะเท่ากับ 5 ครั้ง แต่การที่มี Frequency สูงเกินไปบางครั้งก็ย่อมไม่ดี อาจจะไปรบกวนลูกค้า และโดนรีพอร์ตจนทำให้เพจหรือโฆษณาของเราปลิวเลยก็ได้

Cost Per Click หรือ CPC

คือ การเฉลี่ยต้นทุนต่อการคลิกโฆษณา สูตรการคิดคือ ต้นทุนโฆษณา / จำนวนคลิก

อย่างเช่น ค่าโฆษณาอยู่ที่ 500 บาท จำนวนคลิก 250 ครั้ง จะเท่ากับ 2 บาทต่อหนึ่งคลิก

Click Through Rate หรือ CTR

อัตราส่วนในการคลิกโฆษณาต่อการมองเห็น โดยตัวนี้สามารถบ่งบอกได้ว่าคอนเทนต์ รูปภาพ และรายละเอียดต่างๆ น่าสนใจพอให้กลุ่มเป้าหมายคลิกหรือไม่ เราสามารถนำมาวิเคราะห์และปรับปรุงโฆษณาของเราให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ แต่การที่จะบอกว่าตัวเลขเท่าไหร่ถึงจะดี อันนี้ก็อยู่ที่แต่ละท่านแล้วว่าอัตราการคลิกอยู่ที่เท่าไหร่ถึงจะเป็นที่น่าพอใจ

ตัวอย่างเช่น การมองเห็นอยู่ที่ 1000 คน มีคนคลิกเข้ามาที่โฆษณาเราอยู่ที่ 120 คน จะเท่ากับ 8.3%

Cost Per 1,000 Impression หรือ CPM

คิดจากการแสดงโฆษณา 1,000 ครั้ง เมื่อครบตามจำนวนแล้วก็จะมีการเรียกเก็บเงิน

ตัวอย่างเช่น มีงบ 300 บาท เข้าถึงแล้ว 8,000 ครั้ง 300/8,000 * 1,000 = 37.5 บาทต่อ 1,000 ครั้ง หรืออีกวิธีคือ 300*1000 / 8000 = 37.5 บาทต่อ 1,000 ครั้งสามารถเลือกได้วิธีได้ตามที่ถนัดกันได้เลย

Relevance Score

เป็นระบบคะแนนของโฆษณา Facebook ที่จะคอยบอกว่าโฆษณาของเรามีความน่าสนใจขนาดไหน โดยคะแนนจะมีตั้งแต่ 0 – 10 หากยิ่งมีคะแนนเยอะ แสดงว่าโฆษณาของเรายิ่งน่าสนใจ

การเขียนพาดหัวให้ปังทำได้ไม่ยาก เพิ่มยอดขายได้ชัวร์ ก็อปวางเป็นของคุณได้ทันทีแบบง่ายๆ

แจกรูปคำศัพท์โฆษณา Facebook Ads เซฟเก็บในเครื่องได้เลย

ศัพท์ยิงแอด

สรุป

การทำโฆษณา Facebook Ads เบื้องต้นก็ลองศึกษาในเนื้อหา Facebook Ads คืออะไร และคำศัพท์โฆษณา Facebook ต่างๆ เพื่อที่จะได้เป็นพื้นฐานของเราและนำไปทำโฆษณา ทำให้เราเข้าใจและได้เห็นภาพต่างๆ มากขึ้น การทำโฆษณา Facebook Ads มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ฉะนั้นควรติดตามข่าวสาร พร้อมทั้งเทคนิคกลเม็ดเคล็ดลับต่างๆ อยู่เสมอ เพื่อที่จะได้ทำให้โฆษณาของเรามีประสิทธิภาพมากที่สุด


แชร์แบ่งปันกับเพื่อนๆ ได้เลย
วิธีจ่ายค่าโฆษณา Facebook Ads ไม่มีบัตรเครดิตก็จ่ายได้

วิธีจ่ายค่าโฆษณา Facebook Ads ไม่มีบัตรเครดิตก็จ่ายได้

แชร์แบ่งปันกับเพื่อนๆ ได้เลย

วิธีจ่ายค่าโฆษณา Facebook หลายคนที่เป็นมือใหม่อาจจะกำลังสงสัยว่าถ้าอยากยิงแอด Facebook แล้วจะจ่ายเงินยังไง ?  บทความนี้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการจ่ายเงินโฆษณาสำหรับคนที่มีบัตรเครดิตและไม่มีบัตรเครดิต จริงๆ ไม่ได้มีความซับซ้อนมากมายอย่างที่หลายคนคิด แต่ด้วยอาจจะเพิ่งเริ่มเลยทำให้ยังไม่มั่นใจที่จะลองใช้ดู ดังนั้นแล้วเนี่ยก็ทำตามขั้นตอนที่แนะนำได้เลย

จ่ายค่าโฆษณากับ Facebook ได้อย่างไร

การจ่ายค่าโฆษณาของ Facebook นั้นมีให้เลือกทั้งแบบการชำระผ่านบัตรเครดิต บัตรเดบิต Paypal และการโอนเงินผ่านธนาคาร รวมถึงใช้ App ของ TrueWallet ในการจ่ายเงินได้ด้วย แต่ขั้นตอนนั้นอาจจะซับซ้อนนิดหน่อย แต่มีอธิบายให้ครบทุกวิธีทุกกระบวนการแน่นอน

วิธีจ่ายค่าโฆษณา Facebook เข้าไปจ่ายยังไง?

ขั้นตอนนี้เริ่มต้นกับการเข้าไปที่หน้าจ่ายเงินโฆษณา Facebook ก่อน โดยเราสามารถเข้าได้ 2 วิธีคือ

  1. เข้าผ่านในหน้า Facebook เพจแล้วไล่ไปที่หลังบ้านทีละสเต็ป
  2. เข้าโดยตรงผ่านลิงค์นี้ (สามารถก็อปวางได้เลย) : https://www.facebook.com/ads/manager/billing/transactions

ใช้วิธีที่ 2 จะเร็วกว่าวิธีแรก หากใครเลือกวิธีนี้ก็อปลิ้งค์วางเสร็จไปอ่านตรงนี้ได้เลยครับ “การตั้งค่าชำะเงิน

วิธีเข้าผ่านหน้าเพจ Facebook

เปิด Facebook แล้วไปที่เพจที่เราต้องการ แล้วกดรูปบวกที่ด้านขวามือใกล้ๆ กับตัว Messenger แล้วเลือกที่โฆษณาตามภาพได้เลย

หน้าเพจ

เข้ามาแล้วให้ไปดูที่ด้านซ้ายสุดอยู่ล่างสุดให้กดเข้าไปที่ “ไปที่ตัวจัดการโฆษณา” หากหาไม่เจอตามภาพให้กดที่ลิงค์นี้ได้เลย https://www.facebook.com/adsmanager

จัดการโฆษณา

เลือกจุดสี่เหลี่ยม 9 จุดด้านซ้ายมือตามภาพลำดับที่ 1 ก่อน แล้วกดขึ้นมาก็จะเจอกล่องสี่เหลี่ยมอีกกล่อง แล้วให้เลือก “การเรียกเก็บเงิน” ในวงสี่เหลี่ยมที่ 2 ได้เลย

การชำระเงิน

เมื่อเข้าสู่หน้าการเรียกเก็บเงินแล้ว ทีนี้ให้มองไปที่ด้านขวามือของจอ แล้วจะเจอปุ่ม “การตั้งค่าการชำระเงิน” ให้กดเข้าไปเลย

วิธีจ่ายเงิน

เมื่อเด้งมาให้ที่หน้านี้ให้เลือกกด “เพิ่มเงิน” ในแถวที่ 2

เพิ่มการชำระเงิน

เท่านี้เราก็เข้าถึงหน้าที่เราต้องการจะไปจ่ายค่าโฆษณากันได้แล้ว

รวมกลุ่มเป้าหมายของสินค้าทุกชนิดไว้ใน E-Book เล่มเดียว ยิงแอดได้ตรงกลุ่มเป้าหมายยิ่งขึ้น

ประเภทการจ่ายเงินโฆษณา

วิธีจ่ายค่าโฆษณา Facebook เราสามารถเลือกได้โดยมีทั้งหมด 3 แบบในการจ่ายเงินค่าโฆษณา ซึ่งก็แล้วแต่ว่าใครจะสะดวกในการจ่ายแบบไหนนั้นก็เลือกหัวข้อไปอ่านดูได้เลย

กดรูปเลือกอ่านเนื้อหาการจ่ายเงินแต่ละแบบได้

การจ่ายเงินด้วยบัตรเครดิตหรือเดบิต

เริ่มต้นให้เรากดการเพิ่มวิธีชำระเงินต่อจากหัวข้อเมื่อกี้ได้เลย หลังจากนั้นก็จะได้หน้าต่างเหมือนกับภาพข้างล่าง หากใครเป็นนิติบุคคลมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีก็สามารถใส่ในข้อมูลธุรกิจ เมื่อเวลา Facebook ส่งใบเสร็จมา เราจะได้นำไปประกอบกับการทำบัญชีธุรกิจได้ แต่ถ้าหากคุณเป็นบุคคลธรรมดา จะเลือกใส่เลขไปรษณีย์หรือรายละเอียดที่จำเป็นอื่นๆ หรือจะไม่ใส่ก็ได้ อันนี้แล้วแต่ความสะดวกของแต่ละคนเลย

จ่ายผ่านบัตร

เมื่อเราเลือกผูกบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต ให้เรากรอกรายละเอียดต่างๆ ให้ครบถ้วน จากนั้นก็กดบันทึกเท่านี้ก็เรียบร้อยแล้ว ง่ายมากๆ ขั้นตอนมีแค่นี้เอง

รายละเอียดบัตร

วิธีจ่ายค่าโฆษณา Facebook ด้วย Paypal

1. เลือกที่ Paypal แล้วกดที่คำว่า “ดำเนินการต่อ”
2. จากนั้นก็จะมี Popup เด้งขึ้นมาให้เราล็อกอินบัญชีของทาง Paypal
3. หลังจากนั้นดำเนินตามขั้นตอนได้เลย

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : เพิ่ม Paypal เป็นวิธีการชำระเงิน

จ่ายเงินแบบไม่มีบัตรเครดิต

เป็นคำถามยอดฮิตเลยว่า “ถ้าไม่มีบัตรเครดิตจ่ายเงินได้ไหม?” ต้องบอกเลยว่าจ่ายได้ โดยสามารถจ่ายโดยใช้การโอนเงินผ่านธนาคารหรือที่เรียกว่า “โมบาย แบงค์กิ้ง” นั่นเอง ซึ่งวิธีนี้ก็สะดวกสบายไม่น้อยสำหรับใครที่ไม่มีบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตเลย

วิธีจ่ายค่าโฆษณา Facebook ด้วยอินเทอร์เน็ต แบงค์กิ้ง

ในขั้นตอนนี้ให้เราเลือกที่ “อินเทอร์เน็ต แบงค์กิ้ง” ก่อน

วิธีจ่ายค่าโฆษณา Facebook ด้วยอินเทอร์เน็ต แบงค์กิ้ง

ในขั้นตอนนี้ให้เราเลือกที่ “อินเทอร์เน็ต แบงค์กิ้ง” ก่อน

โมบายแบงค์กิ้ง

เมื่อกดเข้ามาแล้วให้เรากรอกจำนวนเงินที่เราต้องการเติมลงไปในบัญชีโฆษณาของเราได้เลย อย่างในภาพแอดมีงบ 600 บาท

งบโฆษณา

หากเราใส่งบประมาณที่ต้องการเติมลงในบัญชีโฆษณาเรียบร้อยแล้ว ให้เรากด “ดำเนินการต่อ” ได้เลย แล้ว Facebook ก็จะนำเราไปอีกขั้นตอนหนึ่ง

รอดำเนินการ

เมื่อ Facebook โหลดหน้าต่างเมื่อสักครู่เสร็จ ต่อไปก็เลือกธนาคารที่เราจะเติมเงินใส่บัญชีโฆษณา Facebook ของเรา โดยเลือกจาก Dropdown ที่เป็นลูกศรด้านล่างเลย แล้วเมื่อได้ธนาคารที่ท่านต้องการก็กดดำเนินการต่อไปได้เลย

เลือกธนาคาร

อย่างในภาพนี้ แอดเลือกชำระผ่านช่องทางของธนาคารกสิกรไทย โดยให้เรากรอกเลขโทรศัพท์มือถือที่ใช้ผูกกับธนาคารนั้นๆ และใส่ Verify Code ลงไป ทีนี้ก็กด Continue ได้เลย

ใส่รายละเอียด

เมื่อเราใส่เรียบร้อย ระบบธนาคารก็จะให้เรา Confirm ข้อมูลว่าถูกต้องหรือไม่ หากถูกต้องแล้วก็กด Continue ต่อไปได้เลย

ยืนยันข้อมูล

กดคอนเฟิร์มแล้วธนาคารก็จะส่งบิลเรียกเก็บเงินมาที่โทรศัพท์มือถือของเรา เราก็เข้าไปชำระเงินผ่านในแอพพลิเคชั่นของธนาคารนั้นๆ ได้เลย

แจ้งชำระเงิน

เมื่อเราทำถูกต้องแอพพลิเคชั่นของธนาคารก็จะส่งแจ้งเตือนมาให้เรา จากนั้นก็ให้เราเข้าแอพของธนาคาร แล้วไปที่แจ้งเตือนเพื่อยืนยันการชำระเงินตามขั้นตอน เท่านี้ก็เรียบร้อย ได้เงินใส่บัญชีโฆษณา Facebook แล้ว

ข้อความแจ้งเตือน

แก้ไขปัญหาเมื่อไม่สามารถหักเงิน / เติมเงินเข้าบัญชีโฆษณา Facebook ได้

เผื่อสำหรับใครที่พบเจอปัญหาดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นยิงแอด Facebook ไปแล้ว ไม่ยอมตัดเงินในบัตร เติมเงินเข้าบัญชีโฆษณาไม่ได้ หรืออะไรทั้งหลาย สามารถแก้ปัญหาเบื้องต้นได้ดังนี้

  • เช็คยอดเงินคงเหลือในบัตรสำหรับบัตรเดบิตและ Paypal ว่าเหลือเงินให้ตัดค่าโฆษณาหรือไม่
  • เช็คว่าบัตรเกิดปัญหาขึ้นหรือไม่ บางครั้งหากบัตรมีปัญหาอาจจะต้องสอบถามกับธนาคารก่อน รวมถึงบางครั้งธนาคารมีระบบรักษาความปลอดภัยทางด้านการเงิน ทำให้ Facebook ไม่สามารถตัดบัตรเองได้
  • หากตรวจสอบกับธนาคารแล้วไม่มีปัญหา สามารถติดต่อกับเจ้าหน้าที่ Facebook เพื่อแจ้งปัญหาได้เลย

สำหรับการแจ้งปัญหาที่เราพบเจอกับ Facebook ให้เข้าได้ที่ลิงค์นี้เลย https://th-th.facebook.com/business/help

สรุป

วิธีจ่ายค่าโฆษณา Facebook มีด้วยกันทั้งหมด 3 แบบคือ จ่ายผ่านบัตรเครดิตหรือเดบิต จ่ายผ่าน Paypal และจ่ายผ่านอินเทอร์เน็ต โมบายแบงค์กิ้ง ซึ่งทำให้สะดวกกับทุกๆ คนที่ต้องการทำโฆษณา Facebook และสามารถเลือกช่องทางที่เหมาะสมกับตนเองได้ หรือถ้าหากวิธีการชำระเงินใดมีปัญหา เราก็สามารถสลับสับเปลี่ยนวิธีการชำระเงินได้เรื่อยๆ ระหว่างรอเจ้าหน้าที่ Facebook ตรวจสอบ ส่วนวิธีการชำระเงินด้วยการจ่ายผ่าน True Wallet เดียวครั้งหน้าแอดจะเพิ่มเติมอัพเดทให้ในบทความตัวเดิมให้น้า เร็วๆ นี้แน่นอน ส่วนใครที่อ่านบทความนี้ก่อนและอยากรู้วิธียิงแอดตั้งแต่ 0 – 100 อ่านที่นี่เลย : สอนยิงแอด Facebook ฟรีตั้งแต่ 0 – 100 ฉบับง่ายมาก


แชร์แบ่งปันกับเพื่อนๆ ได้เลย
Facebook Ads คือ ? ถ้าอยากทำ จะเตรียมตัวยังไง ฉบับอัพเดท 2022

Facebook Ads คือ ? ถ้าอยากทำ จะเตรียมตัวยังไง ฉบับอัพเดท 2022

แชร์แบ่งปันกับเพื่อนๆ ได้เลย

Facebook Ads คือ ? เตรียมตัวให้พร้อมก่อนทำโฆษณา

Facebook Ads คือ ?  แล้วมันใช่โฆษณา Facebook รึเปล่า วันนี้เรามาไขข้อข้องใจกันดีกว่าว่าแท้จริงแล้วมันหมายถึงอะไรกันแน่ และควรเตรียมตัวอย่างไรบ้างหากเราเป็นมือใหม่ที่อยากลองทำโฆษณา Facebook Ads แบบคนอื่น

เข้าใจกับคำว่า Facebook Ads ก่อน

รู้จักโฆษณา

Facebook Ads คือ การทำโฆษณาบน Facebook นั่นแหละ ซึ่งจะมีคำเรียกอยู่หลากหลายแบบทั้ง ยิงแอดเฟสบุ๊ค, โฆษณา Facebook Ads, ยิงแอด, Facebook Ads อะไรต่างๆ คำเหล่านี้แหละก็คือการทำโฆษณาบน Facebook นั่นเอง หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ ก็เหมือนกับการที่เราซื้อโฆษณาจากสื่อสิ่งพิมพ์ ป้ายบิลบอร์ด ป้ายบนตึกต่างๆ แต่สำหรับตัว Facebook Ads ก็คือการซื้อพื้นที่โฆษณาตำแหน่งต่างๆ บน Facebook นั่นเอง

โฆษณาบนฟีด Facebook

ตัวอย่างโฆษณาบน Feed Facebook

โฆษณา Sidebar

ตัวอย่างโฆษณาบน Facebook ที่อยู่ในแถบด้านข้าง

ทำ Facebook Ads อย่างไรดี

ทำ Facebook Ads

การทำ Facebook Ads นั้นเราสามารถทำได้อยู่ 2 วิธี คือ

การ Boost Post

วิธีนี้ส่วนใหญ่จะไม่เรียกกันว่ายิง Facebook Ads เพราะจะเรียกว่ายิงก็ไม่ได้ แต่มันเป็นการทำให้โพสต์นั้นๆ เข้าถึงเยอะ แบบไม่ได้สนใจยอดขาย (คนที่ยิงบอกว่าลองขายดูปรากฎว่ายอดต่ำสุดๆ ไปเลย) การทำแบบนี้นิยมเรียกกันว่า Boost Post มากกว่า

ตัวนี้จะเน้นไปทางด้านการเข้าถึงและเพิ่ม Engagement มากกว่า ถึงแม้ว่าจะทำคอนเทนต์ขายเลยแต่ถ้าเทียบกับการใช้ Facebook Ads Manager ทำถือว่าน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด

โฆษณา Facebook Ads ด้วย Facebook Ads Manager

ตัวนี้แหละที่จะเรียกว่า “ยิงแอด Facebook” เพราะเครื่องมือตัวนี้จะช่วยให้เรากำหนดกลุ่มเป้าหมาย กำหนดวัตถุประสงค์ได้ละเอียดมากกว่าการ Boost Post สำหรับใครที่ต้องการทำโฆษณาให้ได้ผลจริงๆ แนะนำว่าใช้ตัวนี้จะดีที่สุด ถึงแม้จะใช้งานยากสำหรับมือใหม่ หากเราได้ลองเล่น ลองสัมผัสกับมันบ่อยๆ ยังไงก็ไม่ยากแน่นอน

สำหรับท่านที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มทำโฆษณาอย่างไร อยากดูตัวอย่างกันก่อนว่าทำยังไงสำหรับกลุ่มสินค้าเดียวกัน เบื้องต้นวิธีปกติที่แอดทำคือจะพยายามค้นหาสินค้านั้นๆ ในทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น Google Shopee Lazada หรือช่องทางไหนก็แล้วแต่ พอทีนี้ระบบจับได้ว่าเราสนใจสินค้าดังกล่าว เดียวโฆษณาบน Facebook ก็จะส่งมาหาเราเอง

เมื่อ Facebook ส่งโฆษณามาให้เราเห็นแล้ว เราสามารถกดเข้าไปส่องโฆษณาบน Facebook Ads Library ได้เลย

อ่านทำความเข้าใจเพิ่มเติม

Boost Post กับ Facebook Ads Manager เหมือนหรือต่างอย่างไร

การทำ Facebook Ads ไม่มีสูตรตายตัว

ปรับโฆษณา Facebook

บางคนบอกว่าลองยิงแอดแล้วไม่ปังเลย ใช้สูตรคนนู้น…คนนี้ที ต้องเข้าใจก่อนว่าคนที่ยิงโฆษณา Facebook Ads นั้น เค้าต้องทดสอบกลุ่มเป้าหมาย เก็บพฤติกรรมลูกค้า ไหนจะลองทำรูปสำหรับชุดโฆษณาไว้อีก มันมีเยอะมาก ยิ่งมือใหม่ยิ่งจะเข้าใจผิดตรงที่มีกลุ่มเป้าหมายดีแล้ว คนอื่นยิงแล้วเวิร์คเราก็ใส่แล้วยิงเลย ต้องพิจารณาจากปัจจัยเพิ่มเติมอีก ปีที่แล้วอาจจะใส่ Text ในภาพได้ไม่เกิน 20% แต่ปีนี้ Facebook ก็ปรับยกเลิกกฎนี้ไปแล้ว ฉะนั้นเราต้องตามข่าวและ Facebook Algorithm อย่างใกล้ชิด เพื่อให้เราได้ข้อมูลไปใช้ปรับปรุงโฆษณาของเราให้ดีอยู่เสมอ

อย่างล่าสุดเองในปี 2023 ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องการทำโฆษณา Facebook ครั้งใหญ่อยู่เหมือนกัน โดยส่วนมากจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเงินและบัญชีโฆษณาซะมากกว่า

คอนเทนต์ก็สำคัญ

Content Is King

บางคนอาจจะพลาดไปตรงที่ “เขียนๆ ไปเถอะ เดียวลูกค้าเห็นก็ซื้อเองเพราะยิงแอดไปแล้ว” บอกเลยตรงนี้ผิดมากๆ ห้ามคิดแบบนี้เด็ดขาด การจั่วหัวเรื่อง การเขียนคอนเทนต์เป็นจิ๊กซอว์ที่สำคัญที่ทำให้ลูกค้าสนใจหรือมีส่วนร่วมกับโฆษณาของเรา และยังช่วยกระตุ้นให้ตัดสินใจซื้อได้อีกด้วย

อย่างเพจ Maepranom ก็ได้มีการ “รีแบรนด์” ครั้งใหญ่ในรอบ 61 ปี หากใครติดตามจะเห็นได้ว่าแต่ละคอนเทนต์นั้นดูสนุกสนาน เป็นแคปชั่นคมๆ ที่แฝงความน่ารักน่าหยิกลงไปด้วย แถมยังแอบขายของแบบเนียนๆ ได้อีก สังเกตได้จากแต่ละโพสต์ที่ได้รับการไลก์ การแชร์ การคอมเมนต์ที่สูงตลอดๆ

คอนเทนต์

ตัวอย่างคอนเทนต์ของเพจแม่ประนอม

คอร์สเรียนแต่งรูปง่ายๆด้วยโทรศัพท์มือถือ แต่ได้รูปมือโปร เพื่อเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจ

รูปภาพก็มีส่วนช่วยเยอะ

Picture Is Queen

ยิ่งภาพสวย หรือแปลกตาเท่าไหร่ ก็ยิ่งดึงดูดให้คนหยุดดูได้ดีมากเท่านั้น อย่างน้อยๆ ก็ช่วยทำให้เราสามารถสื่อสารกับลูกค้าได้ รวมถึงอาจจะทำให้สะกิดใจทำให้ลูกค้ามากดติดตามเราไว้ก่อน ทีนี้เราก็ทำโฆษณาไปหาลูกค้าที่สนใจกับสิ่งที่เราสื่อสารได้แล้ว

บางครั้งแบรนด์ใหญ่ๆ ก็มักจะใช้ภาพที่มีตัวอักษรอย่างเดียวมาทำโฆษณา และแฝงภาพผลิตภัณฑ์น้อยๆ แทรกเข้าไป การใช้ตัวอักษรใหญ่ๆ ในภาพเป็นจุดนำสายตา ก็ทำให้ลูกค้าสะดุดได้เหมือนกัน แต่ควรใส่แบบไม่เยอะมากนัก

ตัวอย่างรูป

ตัวอย่างภาพโพสต์จากเพจแม่ประนอม

การทำโฆษณา Facebook Ads นั้นไม่มีสูตรตายตัว เราต้องเข้าใจด้วยว่า Facebook มีการปรับ Algorithm อยู่ต่างต่อเนื่องเป็นประจำ บางครั้งเรายิงแอดแบบนี้แล้วปังมาก ทีนี้เดือนต่อไปอาจจะไม่ปังแล้วก็ได้ เพราะ Facebook อาจจะแอบปรับอะไรสักอย่าง หรือไม่ก็โฆษณาของเราลูกค้าไม่สนใจแล้ว ทำให้เราต้องปรับปรุงโฆษณาอย่างต่อเนื่อง ไม่มีใครที่บอกสูตรตายตัวได้หรอกว่าต้องยิงแบบนั้นแบบนี้เท่านั้น

อยากทำโฆษณา Facebook Ads ควรรู้อะไรบ้าง

ทำโฆษณา

เบื้องต้นสำหรับคนที่อยากทำโฆษณา Facebook ควรเข้าใจระบบการทำงานของ Facebook ก่อนที่จะทำ โดยเรื่องที่เราต้องรู้ก็มีหลายอย่าง แต่บอกเลยว่าเข้าใจไม่ยาก บางตัวแค่เข้าใจคร่าวๆ ก็สามารถทำต่อได้แล้ว 

แจกเช็คลิสต์ข้อควรระวังไว้สำหรับยิงแอด Facebook เซฟเก็บไว้ได้เลยจ้า

checklist

สรุป

Facebook Ads คือ การทำโฆษณาบน Facebook โดยเราสามารถกำหนดเลือกเองได้ว่าต้องการส่งโฆษณาไปหาใคร ต้องการอะไรจากการโฆษณา โดยส่วนมากหลายๆ ธุรกิจรวมถึงพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ก็หันมาใช้การโฆษณาผ่าน Facebook กันมากขึ้น เพราะเป็นตัวช่วยในการเพิ่มโอกาสขายสินค้า แนะนำผลิตภัณฑ์ แนะนำสิ่งต่างๆ ให้กับลูกค้า การทำ Facebook Ads จริงๆ แล้วไม่ได้ยากอย่างที่ทุกคนคิด แต่ที่ดูยากเพราะเราไม่รู้ต้องเริ่มทำตรงไหนก่อนดีรวมถึงยังขาดความเข้าใจในการทำ จึงทำให้ดูยากในสายตาของใครหลายๆ คน

อย่าลืมว่าเมื่อเราได้ลองทำโฆษณา Facebook Ads แล้ว ต้องวิเคราะห์ผลลัพธ์ที่ได้และทดสอบการทำโฆษณาอยู่เสมอ โลกออนไลน์ไม่เคยหยุดนิ่ง หากใครหยุดอยู่กับที่ ก็เตรียมตัวแพ้การแข่งขันได้เลย


แชร์แบ่งปันกับเพื่อนๆ ได้เลย
สอนทำ Facebook Ads ปี 2024 ตั้งแต่ 0 – 100 ฉบับละเอียดที่มือใหม่ก็ทำได้

สอนทำ Facebook Ads ปี 2024 ตั้งแต่ 0 – 100 ฉบับละเอียดที่มือใหม่ก็ทำได้

แชร์แบ่งปันกับเพื่อนๆ ได้เลย

ทุกวันนี้หลาย ๆ คนเริ่มหันมาทำอาชีพค้าขายกันมากยิ่งขึ้น “Facebook” ก็เป็นโซเชียลมีเดียที่ได้รับความนิยม แต่ ณ ตอนนี้ถูกลดการมองเห็นเป็นอย่างมาก ฉะนั้นหลายคนจึงเริ่มทำ “โฆษณา Facebook Ads” ในการเพิ่มการมองเห็นและสร้างยอดขาย

แต่ปัจจุบันไม่ง่ายเหมือนแต่ก่อน ด้วยการแข่งขันที่สูงขึ้นทุกวัน และยังมีคู่แข่งในธุรกิจเดียวกัน ไหน Facebook ยังลดการมองเห็น ทำให้การโพสต์แต่ละครั้งแทบจะไม่มีคนเห็นเลย ฉะนั้น Facebook เค้าจึงมีเครื่องมือมาให้เราเพิ่มการมองเห็นและเพิ่มการเข้าถึงลูกค้านั้นก็คือ “Facebook Ads” นั่นเอง

สำหรับในบทความนี้จะอธิบายวิธีลงโฆษณา Facebook Ads ในปี 2021 แบบละเอียดที่สุด ตั้งแต่ทำความเข้าใจก่อนเกี่ยวกับตัว Facebook Ads ไปจนถึงขั้นตอนการปล่อยโฆษณาให้ส่งออกไปยังกลุ่มเป้าหมายที่เราได้กำหนด รับรองว่าฉบับนี้ละเอียดยิบ ๆ และเชื่อว่าทุกคนถ้าอ่านครบ นำไปปรับใช้เป็น มีลูกค้าทักมาแชทแตกแน่นอน

สอนยิงแอด Facebook ฉบับละเอียดยิบ (กดเลือกอ่านได้)

6. สอนวิธีลงโฆษณา Facebook Ads ตั้งแต่ 0 – 100 ใน Facebook Ads Manager (ฉบับละเอียดยิบ)

6.1. เตรียมคอนเทนต์ รูปภาพหรือวิดีโอ ทำการโพสต์ลงไปในเพจของเราก่อน

6.2. สร้าง Campaign สำหรับการทำ Facebook Ads ขึ้นมา

6.3. เข้าใจกับกลุ่มวัตถุประสงค์ของ Facebook เบื้องต้น

6.4. เลือกวัตถุประสงค์ในการทำโฆษณา

6.5. การตั้งชื่อแคมเปญ

6.6. ตรวจสอบชุดแคมเปญเบื้องต้น

6.6.1. หมวดหมู่โฆษณาพิเศษ

6.6.2 รายละเอียดแคมเปญ

6.6.3 วัตถุประสงค์แคมเปญ

6.6.4 แสดงตัวเลือกเพิ่มเติม

6.6.5. การทดสอบ A/B

6.6.6. การปรับให้เหมาะสมกับงบประมาณแคมเปญ

6.6.7. กลยุทธ์การประมูลราคาแคมเปญ

6.6.8. กลยุทธ์การประมูลราคาแคมเปญ

7. กำหนดกลุ่มเป้าหมายยิง Facebook Ads

7.1. เข้าสู่หน้าชุดโฆษณา

7.2. กำหนดปลายทางข้อความ

7.3. งบประมาณและการกำหนดเวลา

7.4. วงเงินใช้จ่ายของงบโฆษณา

7.5. กลุ่มเป้าหมาย

7.6. การกำหนดกลุ่มเป้าหมายแบบละเอียด

7.7. ภาษาที่เราต้องการส่งโฆษณา

7.8. ตำแหน่งการจัดวางโฆษณา

7.9. การตั้งค่าโฆษณา

7.10. การติดตาม

7.11. ตรวจสอบ Preview ของชิ้นงานที่เราจะยิงแอดเฟสบุ๊ค

สรุป

สอนยิงแอด Facebook ฉบับละเอียดยิบ (กดเลือกอ่านได้)

6. สอนวิธีลงโฆษณา Facebook Ads ตั้งแต่ 0 – 100 ใน Facebook Ads Manager (ฉบับละเอียดยิบ)

6.1. เตรียมคอนเทนต์ รูปภาพหรือวิดีโอ ทำการโพสต์ลงไปในเพจของเราก่อน

6.2. สร้าง Campaign สำหรับการยิงแอดเฟสบุ๊คขึ้นมา

6.3. เข้าใจกับกลุ่มวัตถุประสงค์ของ Facebook เบื้องต้น

6.4. เลือกวัตถุประสงค์ในการทำโฆษณา

6.5. การตั้งชื่อแคมเปญ

6.6. ตรวจสอบชุดแคมเปญเบื้องต้น

6.6.1. หมวดหมู่โฆษณาพิเศษ

6.6.2 รายละเอียดแคมเปญ

6.6.3 วัตถุประสงค์แคมเปญ

6.6.4 แสดงตัวเลือกเพิ่มเติม

6.6.5. การทดสอบ A/B

6.6.6. การปรับให้เหมาะสมกับงบประมาณแคมเปญ

6.6.7. กลยุทธ์การประมูลราคาแคมเปญ

6.6.8. กลยุทธ์การประมูลราคาแคมเปญ

7. กำหนดกลุ่มเป้าหมายยิงแอดเฟสบุ๊ค

7.1. เข้าสู่หน้าชุดโฆษณา

7.2. กำหนดปลายทางข้อความ

7.3. งบประมาณและการกำหนดเวลา

7.4. วงเงินใช้จ่ายของงบโฆษณา

7.5. กลุ่มเป้าหมาย

7.6. การกำหนดกลุ่มเป้าหมายแบบละเอียด

7.7. ภาษาที่เราต้องการส่งโฆษณา

7.8. ตำแหน่งการจัดวางโฆษณา

7.9. การตั้งค่าโฆษณา

7.10. การติดตาม

7.11. ตรวจสอบ Preview ของชิ้นงานที่เราจะยิงแอดเฟสบุ๊ค

สรุป

1. เรื่องที่ควรรู้ก่อนที่จะเริ่มทำ Facebook Ads

เรื่องควรรู้เกี่ยวกับ Facebook Ads

Facebook Ads คือ โฆษณาบน Facebook ชนิดหนึ่งที่จะแสดงให้ผู้คนได้เห็น แต่ทั้งนี้โฆษณาบน Facebook ก็จะวิ่งอยู่เพียงแค่บนแพลตฟอร์มตนเองเท่านั้น ไม่ได้วิ่งไปทั้งหมดเหมือนกับ TV หรือป้ายบิลบอร์ดต่าง ๆ แต่เราสามารถกำหนดได้ว่าโฆษณา Facebook Ads นั้นเราต้องการส่งถึงใครบ้าง และสามารถทำโฆษณาได้ทั้งบนคอมพิวเตอร์และมือถือ
อ่านเพิ่มเติมฉบับเต็ม: Facebook Ads คืออะไร?

1.1 ทำ Facebook Ads ผ่านมือถือ VS ทำผ่าน Desktop

mobile vs computer

การทำ Facebook Ads นั้นเราสามารถทำได้สะดวกเป็นอย่างมาก เพราะใช้ได้ทั้งมือถือทั้งคอมพิวเตอร์ในการสร้างสรรค์โฆษณาสักชิ้นขึ้นมา สำหรับบนคอมนั้นจะมีลูกเล่นที่หลากหลาย ครบถ้วน มีตัววิเคราะห์หลังจากยิงโฆษณา Facebook ได้ครบกว่ามือถือพอสมควร

แต่ทั้งนี้ด้วยมือถือเป็นสิ่งที่พกพาสะดวก Facebook เลยได้ใส่ Application อย่าง “ตัวจัดการโฆษณา” เอาไว้ให้สำหรับใครที่ไม่มีคอมพิวเตอร์ ให้สามารถทำโฆษณาได้สะดวกรวดเร็ว และทำได้ทุกที่ทุกเวลาด้วย

“แนะนำหากจะทำโฆษณาแบบจริงจังแล้ว ควรใช้คอมพิวเตอร์ในการทำจะดีกว่า เนื่องจากมีความละเอียด และการกำหนดวัตถุประสงค์โฆษณา Facebook Adsด้เยอะมากกว่ามือถือพอสมควร”

อ่านเพิ่มเติมฉบับเต็ม : ลงโฆษณา Facebook Ads บน มือถือ VS คอมพิวเตอร์

1.2 ตั้งเป้าหมายว่าจะยิงแอด Facebook ไปเพื่ออะไร?

การตั้งเป้าหมายให้กับธุรกิจเราก่อนที่จะเริ่มยิงแอดนั้น ช่วยให้เราเข้าใจว่าจริง ๆ แล้ว เราต้องการยิงไปเพื่อให้ได้อะไรกันแน่ เพื่อให้เราสามารถเลือกวัตถุประสงค์ตรงกับความต้องการของเรา โดยวัตถุประสงค์โฆษณา Facebook Ads นั้นมีทั้งสิ้น 3 หัวข้อใหญ่ และอีก 11 วัตถุประสงค์ย่อย จากตรงนี้เมื่อเรามีเป้าหมายที่ชัดเจน ก็จะทำให้เราบรรลุเป้าหมายจากการยิง Facebook Ads ได้

1.3 คำศัพท์น่ารู้สำหรับการยิงแอด Facebook

ในการทำโฆษณา Facebook Ads นั้น เราจำเป็นจะต้องรู้ศัพท์ต่าง ๆ เพื่อที่เราจะได้เข้าใจข้อมูลในหน้าวิเคราะห์จากการยิงโฆษณาของ Facebook

Vocabulary

อ่านเพิ่มเติมแบบละเอียดที่ : คำศัพท์น่ารู้เกี่ยวกับการทำ Facebook Ads

2. เริ่มสร้างเพจ Facebook

ก่อนที่เราจะทำโฆษณา Facebook Ads เราจะต้องมีเพจเสียก่อน เพราะว่า Facebook ไม่อนุญาตให้ทำการโปรโมทโพสต์หรือเนื้อหาใด ๆ ในเฟสส่วนตัว ดังนั้นแล้วเราจำเป็นจะต้องสร้างเพจขึ้นมาก่อน

การสร้างเพจนั้น ขั้นแรกให้เราเลือกที่คำว่า “เพจ” ซึ่งอยู่ด้านซ้ายมือตามรูปด้านล่างกรอบสีแดง

วิธียิงแอดโฆษณา 2020

เมื่อกดเข้ามาแล้วก็จะเจอกับหน้าดังกล่าว ให้เรากดสร้างเพจได้เลย

สร้างเพจ Facebook

3. ตั้งชื่อเพจ อัพโหลดรูปภาพ ใส่ข้อมูลเพจของเรา

หลังจากสร้างเพจ Facebook แล้วให้เรากรอกชื่อเพจ ข้อความทักทายตามกรอบสีแดงให้เรียบร้อย

ใส่รายละเอียดเพจ

หลังจากที่กรอกรายละเอียดเรียบร้อยก็ให้เราใส่รูป Cover Photo รวมถึงรูปโลโก้ประจำเพจของเราได้เลย

รูปประจำเพจ Facebook

เมื่อใส่รายละเอียดของเพจรวมถึงรูปภาพเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถกดสร้างเพจ Facebook ได้เลย เมื่อสร้างเสร็จก็จะได้หน้าตาแบบรูปภาพด้านล่างเลย

สร้างเพจเรียบร้อย

คอร์สเรียนแต่งรูปง่ายๆด้วยโทรศัพท์มือถือ แต่ได้รูปมือโปร เพื่อเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจ

4. รู้จักกับบัญชีโฆษณา

บัญชีโฆษณาช่วยทำให้เกิดความสะดวกเป็นอย่างมากสำหรับใครที่มีเพจให้ดูแลหลายเพจ ช่วยให้เราไม่ต้องเข้าออกบัญชีบ่อย ๆ โดยที่เราสามารถเข้าใช้งานบัญชีแต่ละเพจได้เลยทันที สำหรับใครที่มีหลาย ๆ เพจ จึงควรสร้างบัญชีโฆษณาเอาไว้

4.1. ความแตกต่างระหว่างบัญชีส่วนตัวและบัญชีโฆษณา

สำหรับบัญชีส่วนตัวนั้นก็คือเมื่อเราสร้างเพจและเมื่อทำการ Boost Post หรือใช้งาน Facebook Ads Manager บัญชีโฆษณาส่วนตัวก็จะถูกสร้างขึ้นมาทันทีโดยอัตโนมัติ ซึ่งบัญชีโฆษณาส่วนตัวจะสามารถดูแลได้เพียงเพจเดียวเท่านั้น แต่ถ้าเป็นบัญชีแบบบัญชีธุรกิจ จะสามารถดูแลได้หลายๆ เพจพร้อมกันได้ง่ายมากขึ้น

4.2. เริ่มต้นควรสร้างบัญชีธุรกิจเลยหรือไม่

หากคุณทำเพจแค่เพจเดียวหรือสองเพจ ไม่จำเป็นต้องสมัครบัญชีแบบธุรกิจก็ได้ เพราะอาจจะยังไม่เหมาะมากนัก โดยบัญชีธุรกิจเหมาะกับสายงาน Agency หรือบริษัทที่มีเพจแยกย่อยแต่ละสินค้าเป็นจำนวนมากแบบนั้นจะเหมาะกว่า แรกๆ อาจจะยังไม่ต้องเริ่มสร้าง ใช้บัญชีส่วนตัวไปก่อน

5. ความแตกต่างระหว่าง Boost Post กับ Facebook Ads Manager

Boost Post กับ Ad Mananger

การทำ Facebook Ads สามารถทำได้สองวิธีคือ การใช้วิธีการ Boost Post และการทำโฆษณาผ่าน Facebook Ads Manger ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งคู่ แล้วแต่ว่าใครต้องการทำโฆษณาในรูปแบบไหน และชื่นชอบแบบไหนมากกว่ากัน

5.1. Boost Post คืออะไร?

Boost post การสร้างโฆษณาแบบรวดเร็ว เน้นเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายแบบกว้าง ๆ เหมาะกับประเภทโฆษณา Brand Awareness เป็นส่วนใหญ่

5.2. Facebook Ads Manager คืออะไร?

Facebook Ads Manager เป็นเครื่องมือที่กำหนดได้ละเอียดครบถ้วน มีวัตถุประสงค์ให้ครบทั้ง 3 ชนิด สามารถดูข้อมูลหลังจากที่เรายิงโฆษณาออกไปได้แล้ว

advantage

“ถ้าจะทำโฆษณาแบบจริงจังก็แนะนำให้ใช้ Facebook Ads Manager หากถามว่าใช้ Boost Post ได้หรือไม่นั้น ตอบเลยว่าได้เหมือนกัน แต่แนะนำให้ใช้ตัว Ads Manager จะดีกว่า”

อ่านเพิ่มเติมแบบละเอียดที่ : ความแตกต่างระหว่าง facebook Ads Manager กับ Boost Post คือ

6. สอนวิธีลงโฆษณา Facebook Ads ตั้งแต่ 0 – 100 ใน Facebook Ads Manager (ฉบับละเอียดยิบ)

สำหรับการทำโฆษณา Facebook Ads หลาย ๆ คนก็หวังว่าจะช่วยทำให้เป้าหมายที่คุณตั้งไว้ได้ประสบความสำเร็จ แต่บางคนอาจจะยังไม่เคยทำโฆษณาและไม่รู้วิธีทำ วันนี้จะสอนการทำโฆษณาบน Facebook ตั้งแต่ 0 – 100 เพื่อเป็นแนวทางสำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าต้องยิงอย่างไร

สอนยิงแอดเฟสบุ๊ค

6.1 เตรียมคอนเทนต์ รูปภาพหรือวิดีโอ ทำการโพสต์ลงไปในเพจของเราก่อน

เตรียมคอนเทนต์ รูปภาพหรือวิดีโอ ทำการโพสต์ลงไปในเพจของเราก่อน เพื่อให้เกิดการเคลื่อนไหวบ้างก่อน และนอกจากนี้เราสามารถยิงโฆษณา Facebook Ads ด้วยโพสต์ที่เราเคยทำได้ด้วย

6.2 สร้าง Campaign สำหรับการทำ Facebook Ads ขึ้นมา

สำหรับการสร้างแคมเปญนั้นก็เหมือนกับเป็นฐานของการทำโฆษณา โดยพื้นฐานแล้วหากเราต้องการทำโฆษณาเราก็จะต้องเริ่มด้วยแคมเปญเสมอ คล้าย ๆ กับเป็นแกนหลักของการที่เราทำโฆษณาชุดนี้ไปเพื่ออะไร เช่น ลดราคาสินค้า ต้องการข้อมูลลูกค้า เป็นต้น

สร้างโฆษณา

6.3 เข้าใจกับกลุ่มวัตถุประสงค์ของ Facebook เบื้องต้น

การทำโฆษณาบน Facebook จำเป็นจะต้องเลือกวัตถุประสงค์ในการยิงแอด Facebook ด้วยทุกครั้ง เพื่อให้ Facebook เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ตรงกับวัตถุประสงค์เราได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น

โดยสามารถอ่านแบบละเอียดได้ที่ : วัตถุประสงค์โฆษณา Facebook Ads

6.4 เลือกวัตถุประสงค์ในการทำโฆษณา

เมื่อเข้าใจวัตถุประสงค์แต่ละตัวที่ Facebook ได้มีมาให้ ก็เลือกวัตถุประสงค์ตามที่เราได้วางเอาไว้ได้เลย เช่น หากเราต้องการยอดไลค์ แชร์ คอมเมนต์โพสต์หรือเพจก็ให้เลือกที่ “การมีส่วนร่วม” หรือหากต้องการให้ลูกค้าแชทเข้ามาก็เลือกที่ “ข้อความ”

เลือกวัตถุประสงค์

6.5 การตั้งชื่อแคมเปญ

ตั้งชื่อแคมเปญ

ในการตั้งชื่อแคมเปญเราควรที่จะตั้งชื่อแบบที่เราเข้าใจ และสามารถค้นหาได้ง่าย โดยควรตั้งให้รู้เรื่องเข้าใจตั้งแต่ครั้งแรกที่เราทำโฆษณา เมื่อเราทำโฆษณาอย่างต่อเนื่องแล้ว เราก็สามารถค้นหาโฆษณาตัวดังกล่าวย้อนหลังได้ง่ายจากฟังก์ชัน Search และ Filter ของ Facebook

การตั้งชื่อแคมเปญที่ดีอาจจะต้องทำให้เป็นรูปแบบที่เราเข้าใจ มองเห็นแล้วเรารู้ทันทีว่าโฆษณาตัวนี้คือสินค้าอะไร ยิงไปรูปแบบไหน เพื่อที่จะง่ายต่อการค้นหา ตัวอย่างการตั้งชื่อโฆษณา เช่น
วันที่ 01/01/64 – ยาลดน้ำหนัก – Awareness
01 – 05 มกราคม 64 – รองเท้าวิ่งยี่ห้อสบายเท้ารุ่น A01 – ราคา 550 – ข้อความ
คนเข้าเว็บไซต์ – ABC.com – มีส่วนร่วมในช่องทาง Facebook, IG
อ่านเทคนิคการตั้งชื่อแคมเปญแบบละเอียดที่ : เทคนิคการตั้งชื่อแคมเปญ

ในแคมเปญนั้นก็จะมีหมวดย่อย ๆ ลงมาอีกนั่นก็คือ

    1. แคมเปญ
    2. ชุดโฆษณา
    3. โฆษณา

ให้เราใส่ชื่อต่าง ๆ ลงในแต่ละชุดแคมเปญให้เรียบร้อยและกดถัดไปได้เลย

หลังจากที่ได้ตั้งค่าการสร้างชุดแคมเปญโฆษณาแล้ว Facebook Business Manager ก็จะนำเรามาอีกหน้านึง เมื่อถึงหน้านี้แล้วก็สามารถตั้งค่าตามลำดับและตามความเหมาะสมของแต่ละธุรกิจได้เลย

6.6. ตรวจสอบชุดแคมเปญเบื้องต้น

หน้าแรกโฆษณา

6.6.1. หมวดหมู่โฆษณาพิเศษ

หากโฆษณาของคุณเกี่ยวกับประเด็นทางสังคม การเลือกตั้งหรือการเมือง จะต้องกดเปิดหมวดหมู่โฆษณาพิเศษเพื่อให้ทาง Facebook ได้ตรวจสอบโฆษณาดังกล่าวและไม่ผิดหลักการทำโฆษณาของ Facebook

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโฆษณาพิเศษที่ : https://www.facebook.com/business/help/298000447747885

โฆษณาพิเศษ

6.6.2. รายละเอียดแคมเปญ

 ตรงนี้ Facebook มีตายตัวอยู่แล้วนั้นก็คือการประมูลนั้นเอง โดยระบบของ Facebook จะเป็นผู้ที่กำหนดการมองเห็นของโฆษณานั้น ๆ ให้

รายละเอียดแคมเปญ

6.6.3. วัตถุประสงค์แคมเปญ

หากเปลี่ยนใจจะเปลี่ยนวัตถุประสงค์ ก็สามารถแก้ไขในขั้นตอนนี้ได้เหมือนกัน

เปลี่ยนวัตถุประสงค์

​6.6.4. แสดงตัวเลือกเพิ่มเติม

อันนี้เราสามารถกำหนดงบประมาณในการโฆษณาได้ว่าตลอดระยะเวลาแคมเปญทำโฆษณา Facebook Ads เรามีงบไว้ที่เท่าไหร่ อย่างในรูปมีงบ 3,000 บาท ก็ใส่ตามงบที่มีเลย

หลังจากตั้งค่าด้านบนเสร็จตามรูปด้านล่างแล้วให้เลื่อนลงมาด้านล่างก็จะเจอหน้าดังต่อไปนี้ สามารถตั้งตามลำดับต่อไปได้เลย

6.6.5. การทดสอบ A/B

เป็นการทดสอบชุดโฆษณาระหว่าง 2 ชุดโฆษณา สำหรับมือใหม่อาจจะยังไม่ต้องทดสอบ เพราะในนี้มีรายละเอียดค่อนข้างเยอะพอสมควร เดียว Marketing In Secret จะมาเจาะลึกให้อีกครั้งสำหรับการทำชุดโฆษณาสำหรับทดสอบ A/B Testing

AB Testing

6.6.6. การปรับให้เหมาะสมกับงบประมาณแคมเปญ

ตรงจุดนี้เราสามารถกำหนดได้ว่าต้องการให้ชุดโฆษณาใช้เงินต่อวันเป็นจำนวนเท่าไหร่ อย่างของ Marketing In Secret มีงบ 3,000 บาท ต้องการโฆษณาสัก 5 วัน เอา 3,000/5 = 5 – 600 บาท/วัน เผื่อเหลือเผื่อขาด แต่ตรงนี้จะกำหนดหรือไม่ก็ได้ เพราะในหน้าถัดไปเราก็กำหนดได้เช่นกัน

ปรับงบแคมเปญ

นอกจากนี้หากกดตรง Dropdown ตรง “งบประมาณต่อวัน” ก็จะมีตัวเลือกอีกตัวคือ “งบประมาณตลอดอายุการใช้งาน” หากเราเลือกเป็นตัวนี้การเพิ่มวงเงินค่าใช้จ่ายของแคมเปญก็จะหายไป อันนี้เราเลือกได้ว่าใช้เป็นแบบไหน ใครที่กลัวเงินไหลมากเกินไป สามารถเลือก “งบประมาณตลอดอายุการใช้งานได้เลย”

เลือกงบโฆษณา

6.6.7. กลยุทธ์การประมูลราคาแคมเปญ

 ตรงจุดนี้หากเป็นมือใหม่ แนะนำให้ใส่ “ต้นทุนต่ำที่สุด” ไปเลย เพราะเดียว Facebook เค้าจะจัดการงบประมาณของเราให้วิ่งไปหากลุ่มเป้าหมายดีที่สุด ในราคาที่ต่ำที่สุด

ราคาประมูล

6.6.8. การกำหนดเวลาแสดงโฆษณา

ตรงนี้ปล่อยไปเลยให้แสดงตลอดเวลา เพราะเราไม่สามารถแก้ไขได้ หากต้องการตั้งเป็นเวลา เราอาจจะต้องใช้การเปิด – ปิด เอาเอง เมื่อเราตั้งค่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ให้กดถัดไปได้เลย

รวมกลุ่มเป้าหมายของสินค้าทุกชนิดไว้ใน E-Book เล่มเดียว ยิงแอดได้ตรงกลุ่มเป้าหมายยิ่งขึ้น

7. กำหนดกลุ่มเป้าหมายยิง Facebook Ads

ชุดโฆษณากลุ่่มเป้าหมาย

7.1. เข้าสู่หน้าชุดโฆษณา

เมื่อเข้าสู่หน้าโฆษณาแล้ว ก็จะเจอกับหน้าดังกล่าวตามรูปด้านล่าง ให้เราเริ่มตั้งค่า “หน้าชุดโฆษณา” ไปทีละขั้นตอนได้เลย

ลำดับตั้งค่ากลุ่มเป้าหมาย

7.2. กำหนดปลายทางข้อความ

เป็นการเลือกปลายทางของข้อความว่าเราต้องการให้ลูกค้าของเราทักแชททางไหน ซึ่งโดยทั่ว ๆ ไปของเราก็จะเลือกเป็น Messenger อยู่แล้ว หากใครมีร้านค้าบน IG ก็สามารถรวมช่องทางการแชทให้อยู่ใน Messenger ได้เลย

ปลายทางข้อความ

7.3. งบประมาณและกำหนดเวลา

ตรงนี้เราสามารถกำหนดได้ว่าจะปล่อยให้โฆษณาเริ่มต้นวันไหนและสิ้นสุดเมื่อไหร่ ถ้าเราต้องการใส่วันสิ้นสุดให้ติ๊กตรงช่องสี่เหลี่ยม แล้วจะมีชุดวันที่กำหนดวันที่สิ้นสุดมาให้อีกชุดหนึ่ง หรือหากเราไม่ต้องการใส่วันสิ้นสุด ก็สามารถปล่อยให้โฆษณา Facebook Ads วิ่งจนครบกำหนดวงเงินของเราได้

กำหนดงบและเวลา

7.4. วงเงินใช้จ่ายของงบโฆษณา

เป็นตัวที่กำหนดวงเงินใช้จ่ายโฆษณาในแต่ละวัน ในช่อง “มูลค่าน้อยสุดต่อวัน” ส่วนตัวจะไม่ค่อยใส่ จะไปเน้นตรงที่ “มูลค่าสูงสุดต่อวัน” ที่เป็นตัวควบคุมการใช้จ่ายงบยิงแอดในแต่ละวันที่เรายิงไป เพื่อไม่ให้เกิดตามที่เรากำหนด อย่างเช่น ไม่อยากให้เกิด 500 บาท ก็ใส่ไป 450 – 500 บาทก็ได้

กำหนดงบแอด Facebook

7.5. กลุ่มเป้าหมาย

ตรงนี้มือใหม่อาจจะกังวลว่าจะยิงไม่ถูกกลุ่ม เลยจะขอแนะนำทริคเล็ก ๆ ส่วนตัวของ Marketing In Secret ให้ภายในเนื้อหานี้ โดยไล่ทีละสเต็ปตั้งแต่ช่องแรกของกลุ่มเป้าหมายเลย

เซตกลุ่มเป้าหมายตามลำดับ

1. กลุ่มเป้าหมายที่กำหนดเอง จะเป็นกลุ่มเป้าหมายที่เราเคยทำโฆษณา Facebook Ads ไปแล้ว และมีการบันทึกกลุ่มเป้าหมายไว้ เราสามารถดึงข้อมูลกลุ่มเป้าหมายเก่ากลับมาใช้ใหม่อีกครั้งได้ แต่สำหรับการยิงครั้งแรก จะไม่มีข้อมูลดังกล่าว ฉะนั้นข้อนี้ข้ามไปเลย

2. ตำแหน่งที่ตั้งหากเราต้องการยิงแค่ในประเทศที่เราอาศัยอยู่ก็เลือกตามประเทศนั้น ๆ ได้เลย แต่ในที้นี้ขอยกตัวอย่างเป็นประเทศไทย เพราะเราไม่รู้ว่าจังหวัดไหนเป็นลูกค้าเรา ค่อยมาวิเคราะห์อีกครั้งหลังจากทำโฆษณาเสร็จเรียบร้อยแล้ว และจากช่องตำแหน่งที่ตั้งก็สามารถเลือกการนำส่งโฆษณาได้อีก 4 รูปแบบ ซึ่งมีรายละเอียดตามรูปภาพเลย

เลือกตำแหน่งที่ตั้ง

การเลือกตำแหน่งที่ตั้งสามารถใช้ให้เหมาะสมได้เลย สมมติว่า Marketing In Secret ขายเสื้อผ้า เลยต้องการเลือกคนที่อาศัยอยู่ในตำแหน่งนี้ และคนที่เพิ่งมาที่นี่เมื่อไม่นานมานี้เห็น

 “ตำแหน่งที่ตั้ง สามารถระบุเขตพื้นที่ จังหวัด รวมถึงรหัสไปรษณีย์ลงไปในนี้ได้เหมือนกัน”

อายุและเพศ

3. ในส่วนของอายุนั้น การยิงแอดครั้งแรกอยากให้ปล่อยให้วิ่งหาลูกค้าไปก่อน เพราะเคยมีเคสนึงที่ยิงแอดขายเสื้อผ้าคนวัยทำงานสำหรับคนอายุประมาณ 25 – 40 ปี ปรากฏว่า กลุ่มลูกค้าใหญ่ ๆ กลายเป็นวัย 40+ เสียเป็นส่วนใหญ่ซะงั้น ดังนั้นแล้วเราไม่ต้องกำหนดอายุ แล้วค่อยมาดูอีกทีว่าช่วงอายุเท่าไหร่ที่น่าจะเป็นลูกค้าของเรา ให้ตัวเลขเป็นคนบอกเราจะดีที่สุด

4. ต่อมาเป็นเพศก็จะปล่อยให้ยิงเป็นเพศทั้งหมดเช่นกัน เพราะเราไม่รู้ว่ากลุ่มลูกค้าเราจะเป็นใครกันแน่เมื่อขายบน Facebook อย่างมีเคสนึงเป็นกางเกงในคุณผู้ชาย แต่เมื่อยิงแอด Facebook ออกไปแล้ว ปรากฎว่าผู้หญิงเห็นมากกว่าและเกิดการซื้อมากกว่าผู้ชาย ดังนั้นอย่าคิดไปเองทั้งหมด ให้คิดคร่าว ๆ ไว้ แล้วลองยิงแอดสัก 2 – 3 ครั้งดู เท่านี้ตัวเลขก็จะเป็นคนบอกคุณเองว่าลูกค้านั้นเป็นใครกันแน่

7.6. การกำหนดกลุ่มเป้าหมายแบบละเอียด

เจาะกลุ่มเป้าหมาย

ขั้นนี้หลายคนคงรอคอยกันมานาน ในขั้นนี้จะมีกลุ่มเป้าหมายที่แบ่งเป็น 3 หัวข้อใหญ่ ๆ คือ “ข้อมูลทางประชากรศาสตร์ ความสนใจ และพฤติกรรม” คร่าว ๆ ให้เราลองวิเคราะห์ว่าลูกค้าเป็นใครโดยเบื้องต้นที่ยกตัวอย่างคือ “ชุดเดรสผู้หญิง” ตัวอย่างการวิเคราะห์ เช่น

“ชุดเดรสผู้หญิง เหมาะกับวัยทำงาน สาว ๆ ออฟฟิศ อายุ 24 – 35 ปี สนใจในแฟชั่น ชอบการแต่งตัว และชอบความสวยงาม”

ดังนั้นจึงได้ลองยิง Facebook เป็นคนที่สนใจ “ชุดเดรสและเสื้อผ้าผู้หญิง” แต่กลุ่มเป้าหมายกลุ่มนี้กว้างเกินไป ก็เลยบีบให้แคบลงด้วยการที่กลุ่มเป้าหมายต้องชอบ “Eveandboy และ Zara” ซึ่งก็คือนอกจากจะสนใจชุดเดรสแล้ว ก็ต้องชอบหรือถูกใจเกี่ยวกับเสื้อผ้าแบรนด์ซาร่าและถูกใจเครื่องสำอาง Eveandboy ด้วย (Eveandboy เป็นเครื่องสำอางที่ผู้หญิงชื่นชอบอยู่แล้ว จึงคาดว่าอาจจะได้ผลสำหรับการใส่กลุ่มเป้าหมายรวม) แต่จะถูกต้องหรือไม่นั้น ต้องให้ตัวเลขเป็นคนบอกหลังจากการยิงโฆษณา Facebook Ads แล้ว

3 พฤติกรรม

“Facebook มีกลุ่มเป้าหมายอยู่หลัก 1,000 กลุ่มที่แอบไว้ไม่ได้แสดงให้เห็นตรงช่องแนะนำ ทางเราจึงได้ใช้ เครื่องมือเจาะกลุ่มเป้าหมายของ InterestPRO ที่มีการใช้ API ของ Facebook เข้าไปแอบดูกลุ่มเป้าหมายเชิงลึกที่ซ่อนอยู่ และนำมาใช้ทำโฆษณา Facebook Ads”

การขยายการกำหนดเป้าหมายโดยละเอียด

อันนี้ส่วนตัวไม่ติ๊กเลือกเพราะจำนวนเงินที่น้อยเกินไป โดยวิเคราะห์จากกลุ่มเป้าหมายก่อนการบีบให้แคบลงมากถึง 27 ล้านคน ซึ่งวงเงิน 3,000 ไม่สามารถนำส่งได้ถึง 27 ล้านคนแน่นอน ดังนั้นแล้วจึงไม่เลือกการปรับปรุงประสิทธิภาพ เมื่อเราตั้งค่าเสร็จก็จะได้หน้าตาประมาณนี้เลย (ถ้าเป็นไปได้พยายามอย่าให้กลุ่มเป้าหมายเกิน 3 ล้านคน เพราะมันอาจจะส่งได้ใม่ถึงขนาดนั้น และ AI Facebook ที่ทำโฆษณาอาจจะสับสนได้)

ขยายกลุ่มเป้าหมาย

หลังจากตั้งค่ากลุ่มเป้ามหมายทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะได้หน้าตาประมาณนี้เลย

ตั้งค่ากลุ่มเป้า้หมายเสร็จ

7.7. ภาษาที่เราต้องการส่งโฆษณา

ตรงนี้แล้วแต่เราเลยว่าจะเลือกให้นำส่งโฆษณาให้กับคนที่ใช้ภาษาใด แต่ส่วนตัวแนะนำเป็น “ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ” เนื่องจากว่าคนไทยบางคนก็ยังใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักบน Facebook อยู่เหมือนกัน ดังนั้นแล้วหากเราเลือกเฉพาะภาษาไทย คนไทยที่ใช้ภาษาอังกฤษบน Facebook ก็จะมองไม่เห็น

ภาษาโฆษณา

เมื่อตั้งค่าด้านบนเสร็จแล้ว ก็ให้เลื่อนลงมาตั้งค่ากันต่อด้านล่างจะเจอในส่วนของ “ตำแหน่งการจัดวาง”

7.8. ตำแหน่งการจัดวางโฆษณา

ตำแหน่งจัดวาง

ตำแหน่งการจัดวางนั้นสามารถแบ่งได้เป็น 2 แบบคือ

ตำแหน่งการจัดวางอัตโนมัติ คือ Facebook จะหาตำแหน่งการจัดวางที่เหมาะสมให้เราทั้งใน Facebook, IG, Messenger โดยเลือกตำแหน่งการจัดวางในฟีดข่าว สตอรี่ ข้อความ ในบทความ หรืออื่น ๆ ที่เป็นของ Facebook โดยอัตโนมัติ

ตำแหน่งการจัดวางที่กำหนดเอง คือ เราสามารถกำหนดได้ว่าจะให้แสดงเฉพาะแพลตฟอร์มไหนบ้างเช่น Facebook, IG, Messenger เป็นต้น รวมถึงกำหนดได้ถึงการจัดวางบนที่ต่าง ๆ ของแพลตฟอร์มนั้น ๆ

ข้อแนะนำ หากไม่รู้ว่าจะจัดวางตรงไหนถึงจะได้ผลที่สุด ให้เราเลือกการวางแบบอัตโนมัติไปก่อนและค่อยมาทดสอบการจัดวางอีกครั้งหนึ่ง

ตรงนี้ขอเลือกเป็น “ตำแหน่งการจัดวางอัตโนมัติ” และส่วนอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องเราก็ข้ามไปได้เลย

ตำแหน่งแสดงโฆษณา

ถัดไปก็จะเป็นเรื่องการปรับให้เหมาะสมและการแสดงโฆษณา หน้าตาก็จะเป็นแบบในรูปเลย

ตั้งค่าแสดงโฆษณา

โดยในรูปเราสามารถเลือกตรงที่ “การตอบกลับ” และจะมี Dropdown มาให้เลือกทั้งหมด 3 แบบ เราสามารถเลือกได้ให้ตรงกับตามวัตถุประสงค์ของเราเลยว่าเราต้องการให้คนมีส่วนร่วมกับเราในรูปแบบใด เช่น “การคลิกโฆษณา การสนทนาผ่านข้อความ การแสดงโฆษณาให้คนที่สนใจและอยู่ในกลุ่มเป้าหมายของเรา” ตรงนี้ในส่วนตัวจะขอเลือก “ผู้แสดงความสนใจ” เนื่องจากวัตถุประสงค์ของ Marketing In Secret คือต้องการให้กลุ่มเป้าหมายเห็นมากที่สุด

ปรับแสดงโฆษณา

เมื่อตั้งค่าตรงปุ่มการตอบกลับเสร็จแล้ว ส่วนอื่น ๆ อย่างเช่น การควบคุมต้นทุน และเกณฑ์การเรียกเก็บเงินก็ข้ามไปได้เลย เพราะเราได้กำหนดไปหมดแล้วตั้งแต่ต้น

7.9. การตั้งค่าโฆษณา

ตรงนี้เราสามารถเลือกได้ว่าจะเลือกสร้างใหม่ ทำโพสต์ใหม่ หรือใช้โพสต์เดิมที่มีอยู่แล้ว แต่เดียวจะสอนสำหรับการสร้างโฆษณาใหม่ก่อน ส่วนใครที่อยากใช้โพสต์ที่มีอยู่แล้วในการทำโฆษณา ก็เลือกใช้โพสต์ที่มีอยู่ จากนั้นเราก็เลือกโพสต์ที่ต้องการ พอได้แล้วเราก็เหลือแค่เลือกพื้นที่การจัดวางเท่านั้น

ก่อนอื่นให้เราเลือกว่าเราอยากทำโฆษณาแบบไหน มีให้เลือกทั้งภาพเดี่ยว และภาพสไลด์

ตั้งค่าแสดงผลโฆษณา
ตัวอย่างรูปเดี่ยว

ตัวอย่างภาพเดี่ยวที่ใช้สำหรับโฆษณา

ตัวอย่างภาพสไลด์

ตัวอย่างภาพสไลด์ที่ใช้สำหรับโฆษณา

ตรงนี้เราสามารถเพิ่มรูปตรงคำว่า “เพิ่มสื่อ” ตามปกติได้เลย หรือแม้กระทั่งจะนำรูปหลาย ๆ รูปแล้วให้ Facebook ทำเป็นวิดีโอให้ก็ยังได้

เมื่อเราเลือกได้แล้วว่าจะใช้รูปภาพหรือวิดีโอสำหรับการทำโฆษณา ให้เราไปเลือก “เพิ่มสื่อ” และเมื่อเพิ่มเข้ามมาแล้วก็จะมี Preview แสดงผลอยู่ด้านขวามือ แต่ละช่องจะแสดงตรงไหนนั้นสามารถอ่านรายละเอียดด้านล่างและดูรายละเอียดประกอบตามได้เลย

ช่อง A จะแสดงตัวอย่างอยู่ตรงหมายเลข 1
ช่อง B จะแสดงผลอยู่ตรงหมายเลข 2
ช่อง C จะแสดงผลอยู่ตรงหมายเลข 3

จัดตำแหน่งโฆษณา

7.10. การติดตาม (แนะนำว่ามือใหม่ข้ามไปเลย ยังไม่ต้องใส่)

ในการติดตามนั้น เราสามารถใช้ได้กับโฆษณาที่เป็นวัตถุประสงค์กับ “คอนเวอร์ชั่น” จะเกิดผลดีที่สุด แต่แบบอื่น ๆ ก็สามารถใส่ได้เหมือนกัน โดยการติดตามนั้นแบ่งออกเป็น 3 หมวดย่อย ๆ คือ

เหตุการณ์บนเว็บไซต์ หรือที่เราคุ้นเคยคือ Facebook Pixel นั่นเอง ซึ่งประโยชน์ของมันก็มีมากมาย ใช้สำหรับเก็บข้อมูลลูกค้าที่กระทำสิ่งใด ๆ บนเว็บไซต์ของเรา เช่น การกดใส่ตระกร้า การชำระค่าสินค้า เป็นต้น

เหตุการณ์ในแอพ คือ หากคุณต้องการให้ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น ก็สามารถทำตามขั้นตอนการตั้งค่าเพื่อเก็บข้อมูลว่ากลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ทำสิ่งใดบ้างกับโฆษณาแอพพลิเคชั่นของเรา

พารามิเตอร์ URL คือตัวที่ช่วยวิเคราะห์ประสิทธิภาพของโฆษณาของคุณ สามารถระบุแหล่งที่มาของจำนวนผู้เข้าชมโฆษณาได้ว่ามาจากที่ใด และสามารถแสดงให้เห็นได้ว่ากลุ่มเป้าหมายของเราคลิกเชื่อมโยงลิงค์ไปยังที่ใดได้บ้าง

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับพารามิเตอร์ Facebook : www.facebook.com/business/help/1016122818401732

การติดตาม

หลังจากตั้งค่าเสร็จทุกอย่างเรียบร้อยตามที่คุณต้องการ ก็จะได้ตามแบบข้างล่างเลย

ตั้งค่าโฆษณาเสร็จ

7.11. ตรวจสอบ Preview ของชิ้นงานที่เราจะยิงแอดเฟสบุ๊ค

เมื่อทำครบทุกขั้นตอน อาจจะย้อนเช็ครายละเอียดสักนิด เมื่อถูกต้องตามแบบที่เราต้องการแล้วก็กดเผยแพร่ได้เลย ทีนี้ก็จะเป็นของทาง Facebook แล้วที่จะตรวจสอบข้อมูลโฆษณา Facebook Ads ของเราว่าถูกต้องตามกฎของเค้ารึเปล่าโดยอาจจะใช้เวลา 5 นาที – 1 วันสำหรับการยิงครั้งแรก

หากได้เผยแพร่โฆษณาแล้ว ต้องติดตามดูผลวิเคราะห์อย่างใกล้ชิด เพื่อที่เราจะนำข้อมูลที่ Facebook ได้มานำมาปรับปรุงโฆษณาหาสูตรของเราเฉพาะ เพื่อให้ได้กลุ่มเป้าหมายและชิ้นงานโฆษณาที่ดีที่สุด ซึ่งจะนำไปสู่ความสำเร็จในการยิงแอด Facebook เหมือนหลาย ๆ คน

สรุป

การทำโฆษณาด้วย Facebook Ads ก็คือการทำโฆษณาบนแพลตฟอร์มของ Facebook ซึ่งช่วยให้ชิ้นงานโฆษณาของเรามองเห็นและสามารถเป็นไปตามที่เราต้องการได้ เช่น ต้องการยอดขาย ต้องการยอดไลค์ แชร์ คอมเมนต์ ก็ต้องทำโฆษณาเพื่อให้เข้าถึงผู้คนมากยิ่งขึ้น การยิงโฆษณาครั้งแรกไม่มีใครที่ประสบความสำเร็จดังที่หวัง แต่คนที่ประสบความสำเร็จได้นั้น เค้าเรียนรู้จากความผิดพลาด และปรับปรุง ทดลองใหม่จนได้สูตรลับแห่งความสำเร็จเฉพาะตัวเอง ฉะนั้นคุณอย่ารอช้า รีบลงมือทำให้เร็วที่สุด ความสำเร็จอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน

อย่ามัวแต่อายในสิ่งที่จะทำ
ผิดพลาดไปและจงเรียนรู้จากมัน
“ริชาร์ด แบรนสัน ประธานอาณาจักรเวอร์จิน กรุ๊ป”


แชร์แบ่งปันกับเพื่อนๆ ได้เลย
Shopping cart0
There are no products in the cart!
Continue shopping