8เทคนิคทำ Instagram สำหรับขายของ ทำอย่างไรให้ปังไม่มีแป๊ก

8เทคนิคทำ Instagram สำหรับขายของ ทำอย่างไรให้ปังไม่มีแป๊ก

แชร์แบ่งปันกับเพื่อนๆ ได้เลย

นอกจากการขายของบน Facebook แล้ว บนช่องทาง Instagram ก็นิยมไม่แพ้กัน ยิ่งเป็นของที่เกี่ยวข้องกับความสวยงามแล้วล่ะก็ขายค่คอนข้างดีเลย เนื่องจากว่าจุดเด่นของ Instagram คือรูปภาพ ยิ่งใครถ่ายสวย แต่งภาพสวยได้มากเท่าไหร่ โอกาสที่คนจะหยุดดูและซื้อของเราก็มีมากขึ้นเท่านั้น แต่นี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งในองค์ประกอบทั้งหมด มาดูกันว่าจะมีอะไรบ้างที่ทำให้คุณขายดีบน Instagram

1. คุมโทนสีให้ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

อย่างที่ได้เกริ่นนำไปว่า Instagram เป็นแพลตฟอร์มที่เน้นในเรื่องของรูปภาพเป็นหลัก และเนื้อหาเป็นส่วนรองลงมา สิ่งที่ทำให้ดึงดูดสายตาผู้คนได้เลยก็คือเรื่อง “รูปภาพ” หากนึกคำว่าคุมโทนไม่ออกให้นึกถึงพวกเว็บไซต์ต่างๆ ที่จะมีธีมสีเฉพาะ ไม่ว่าจะไปหน้าไหนก็จะเน้นเป็นโทนสีนั้นเป็นหลัก มันช่วยให้คนจดจำ และยังดูสบายตามากขึ้นด้วย จะเห็นได้ว่าหลายๆ ร้านค้าบน IG ที่มีคนติดตามเยอะๆ มักจะคุมโทนร้านตัวเองทุกร้าน ดังนั้นถ้าคุณจะขายของแล้วก็เลือกโทนสีที่เราต้องการใช้ และคอยคุมโทนให้ดีด้วย

2. อย่าลืมใช้ Hashtag

หลายๆ คนรู้อยู่แล้วว่า Instagram กับ Facebook มีเจ้าของคนเดียวกันก็คือ “Meta” นั่นเอง ช่วงหลังๆ มา Instagram ก็ให้ความสำคัญในเรื่องของการสร้าง Hashtag ไม่น้อยเลย มันช่วยเพิ่มการมองเห็น และมีโอกาสทีจะเห็นโพสต์ของเรามากขึ้นหากใช้แฮชแท็กได้ถูกตัว วิธีหาแฮชแท็กที่จะใช้เลยก็คือ

  1. ลองค้นหาบน IG เลย ดูว่าคนหาเยอะแค่ไหน มีส่วนร่วมมากน้อยเพียงใด
  2. ส่องจากคู่แข่ง แล้วเอามาปรับใช้พัฒนาให้เหนือกว่า
  3. ดูสินค้า และใส่คีย์ที่คิดว่าลูกค้าจะค้นหาคำๆ นี้

3. Profile ใส่ให้ชัดเจน พร้อมช่องทางสั่งซื้อ

บางคนมองว่ารายละเอียดโปรไฟล์ไม่ได้สำคัญอะไร แต่มันช่วยบ่งบอกถึงตัวตนของเราได้เป็นอย่างดี พร้อมทั้งทำให้ลูกค้าได้รู้จักเรามากยิ่งขึ้น ควรที่จะใส่ลิงค์สำหรับการซื้อให้กับลูกค้าเช่นกัน และไม่ควรที่จะใช้แอคเคาท์ IG แบบส่วนตัวมาขายของ แนะนำว่าให้ใช้บัญชีธุรกิจจะดีกว่า เมื่อเวลาเราจะดู Insight หรือข้อมูลต่างๆ ตัวนี้จะพร้อมมากกว่า และสามารถใช้ต่อยอดทำโฆษณาในอนาคตได้ด้วย

4. รูปภาพอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีวิดีโอด้วย

ไม่เก่งทำรูปภาพ แต่เก่งทำวิดีโอ วิธีนี้ก็เวิร์คเช่นกัน เพราะปัจจุบันจากข้อมูลที่ Instagram เคยให้ไว้พบว่าการมีส่วนร่วมกับวิดีโอของผู้ใช้งานมีอัตราสูงขึ้นเรื่อยๆ บางทีการทำรูปอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพออีกต่อไป แนะนำว่าวิดีโอเป็นแบบสั้นๆ กระชับ จับใจความได้ง่ายๆ ก็ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับ IG ของเราได้เช่นกัน และมีโอกาสที่เวลาลูกค้าค้นหาจะเจอวิดีโอก่อนอีกด้วยเช่นกัน

5. อย่าทิ้ง IG Story

คนส่วนใหญ่ที่เล่น Instagram ก็มักจะไม่พลาดไล่ดู Story ของเพื่อนๆ หรือคนอื่นบน IG กันอยู่แล้ว ดังนั้นพื้นที่ตรงนี้สำคัญมากๆ กับการโปรโมทสินค้าของคุณ ตัว Story เราอาจจะไว้สำหรับแนะนำสินค้าใหม่ ถ่าย Highlight สินค้าเก๋ๆ แนะนำโปรโมชั่นเด็ดๆ ก็จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจจนลูกค้าแวะเข้าไปดูร้านเราได้เหมือนกัน

คอร์สเรียนแต่งรูปง่ายๆด้วยโทรศัพท์มือถือ แต่ได้รูปมือโปร เพื่อเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจ

6. รีวิวช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้าได้

ปัจจุบันการซื้อของออนไลน์ รีวิวสินค้าคือส่วนสำคัญอย่างมากกับการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค เนื่องจากว่าบนโลกออนไลน์ลูกค้าจะได้เห็นแค่ภาพเท่านั้น ไม่สามารถจับต้อง ดูรายละเอียดได้เหมือนของจริง มันต้องมีจุดๆ หนึ่งที่ทำให้ลูกค้าเกิดความกังวลในการซื้อได้ สิ่งที่จะมาลบความกังวลของลูกค้าได้ก็คือ “การโพสต์รีวิว” ลงบน IG ของเรา และก่อนที่จะเกิดรีวิวตรงนี้ขึ้นมาได้ ต้องทำให้ลูกค้าคนแรกๆ ของเรามั่นใจก่อนว่าสินค้าตรงปก มีคุณภาพ และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ เพื่อที่เราจะได้รีวิวและ Feedback ดีๆ จากลูกค้ากลับมา

7. เช็คเวลาในการโพสต์ มีความสม่ำเสมอ

ช่วงแรกๆ เราอาจจะจับทางลูกค้าไม่ถูกว่าปกติแล้วเค้าจะเล่นในช่วงกี่โมง เบื้องต้นก็เอาภาพรวมตามพฤติกรรมไปก่อนก็ได้ อย่างเช่น ไถดู IG ก่อนทำงานก่อนเรียน 8 โมง 9 โมง ช่วงพักเที่ยง แล้วก็อีกทีช่วง 5 โมง – 6 โมงเย็น แล้วพอเรามีข้อมูลเรื่องเวลาลูกค้าเราเมื่อไหร่ ค่อยมาปรับอีกครั้งก็ได้ มันช่วยให้เข้าถึงเยอะขึ้น นอกจากนี้พยายามโพสต์บ่อยๆ แต่อย่าบ่อยเกินไป เอาแต่พอเหมาะพอดีให้ลูกค้ารู้ว่าเรามีการอัพเดทอยู่เสมอ ไม่ได้หายไปไหน

8. โพสต์จนสุดทางแล้ว อยากได้ยอดเพิ่ม

สิ่งที่ทำให้ได้ยอดขายเพิ่มได้ดีที่สุดคือ “การยิงแอด Instagram” สำหรับบางคนที่บอกว่าอยากได้ยอดขายมากกว่านี้ อยากได้คนเข้าชม IG กดไลค์ กดแชร์ของเรา การยิงโฆษณาก็เป็นตัวเลือกที่ดีเหมือนกัน สำหรับมือใหม่อาจจะต้องค่อยๆ เรียนรู้ ลองไปอ่านบทความ สอนยิงแอด Instagram ตั้งแต่ 0 – 100 กันดูก่อนได้เลย ไม่ยากอย่างที่คิด แล้วก็ลองเรียนรู้ หาวิธีการเป็นของตัวเองได้แบบฟรีๆ ซึ่งในบทความที่แอดเขียนนั้นแทบจะครอบคลุมหมดทุกอย่างแล้ว

สรุป

การที่คุณจะได้ยอดขายปังๆ บน Instagram สามารถใช้วิธีที่ทาง Marketing In Secret แนะนำไปได้เลย นอกเหนือจากนี้แล้วสิ่งที่คุณจะต้องทำเลยก็คือ “การวิเคราะห์ลูกค้า” ลองอ่านบทความ Customer Journey ดู มันจะช่วยให้คุณเข้าใจวิธีการจับทางลูกค้าได้มากขึ้น และเพิ่มโอกาสในการปิดการขายได้ง่า่ยอีกด้วย


แชร์แบ่งปันกับเพื่อนๆ ได้เลย
วิธีเอาชนะ IG และอัปเดต Instagram Algorithm โดยตรงจากแพลตฟอร์มเอง

วิธีเอาชนะ IG และอัปเดต Instagram Algorithm โดยตรงจากแพลตฟอร์มเอง

แชร์แบ่งปันกับเพื่อนๆ ได้เลย

เพิ่มการมองเห็นให้กับโพสต์หรือวิดีโอบน Instagram ของคุณได้ไม่ยาก ถ้ามีความเข้าใจในระบบอัลกอริทึ่ม อัพเดทคราวนี้ทาง Instagram ได้ออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับระบบอัลกอริทึ่มเองอีกด้วย จะมีอะไรบ้างนั้นมาดูกัน

วิธีเอาชนะ IG และอัปเดต Instagram Algorithm โดยตรงจากแพลตฟอร์มเอง (กดเลือกอ่านได้)

อัปเดตระบบ Instagram Algorithm

ในช่วงเดือนที่ผ่านมาได้มีกิจกรรม Creator Week ทาง Instagram ก็ได้ออกมาอธิบายถึงระบบการทำงานระบบอัลกอริทึ่มให้ผู้ใช้งานได้เข้าใจมากขึ้น และเราสามารถใช้ข้อมูลจากที่ Instagram มาเขียน Content ของเราให้เหมาะสมกับผู้ชมได้มากยิ่งขึ้น

สิ่งที่ทีมงาน Instagram ได้กล่าวเอาไว้คือ ไม่มีระบบอัลกอริทึ่มที่ครอบคลุมได้ทุกอย่าง หากเรานึกภาพตามระบบอัลกอริทึ่มจะมีเพียงแค่หนึ่งเดียว ที่คอยกำหนดกระบวนการทำงานต่างๆ ตรงจุดนี้แหละทำให้เกิดข้อบกพร่องขึ้น ถ้านึกไม่ออกดูภาพระบบด้านล่างเลย

Centralized

ตัวอย่างศูนย์กลางการควบคุมระบบ

ตัวอัลกอริทึ่มที่ Instagram ใช้งานเป็นตัวเดียวกันกับ Facebook ที่จะใช้ตัวแยกประเภทของการโพสต์ และการปรับการมองเห็นได้สอดคล้องกับประสบการณ์ของผู้ใช้งานได้ดีมากที่สุดด้วยความที่มีโพสต์ต่อวัน ต่อเดือน หรือต่อปีเยอะเกิน จึงได้พัฒนาระบบอัลกอริทึ่มเข้ามาใช้งานในการกรองเนื้อหาจากการโพสต์ของผู้ใช้งาน

หากใครพอสังเกตจะเห็นได้ว่าตั้งแต่ปี 2016 ทั้ง Facebook และ Instagram จะเริ่มมองเห็นโพสต์น้อยลง โดยอัลกอริทึ่มเนี่ยจะดึงโพสต์เฉพาะสิ่งที่เราสนใจมากที่สุดมาแสดงโชว์ จากเดิมที่ใครโพสต์อะไรก็จะขึ้นมาแสดงให้เห็นทั้งหมดและเป็นช่วงที่ยังไม่ถูกลดการมองเห็น

สำหรับตัว Story จะเน้นไปทางเพื่อนเป็นหลัก จึงมีตัวฟีเจอร์ Explore and Reels ที่จะนำวิดีโอแบบสั้นมาแสดงให้คุณเห็นตามความสนใจ และวิดีโอแนวโน้มที่คุณจะสนใจ

ด้านของฟีดก็มีตัวชี้วัดที่สำคัญได้แก่  ความนิยมของโพสต์และความเกี่ยวข้องของเนื้อหา โพสต์นั้นมีคนนิยมหรือไม่ รวมถึงวันเวลาในการโพสต์ ที่ยิ่งนานวันก็ยิ่งแสดงให้เห็นน้อยลง ในส่วนของการแนะนำบุคคลก็จะแนะนำบุคคลใกล้เคียงกับเพื่อน คนที่เรามีแนวโน้มที่จะสนใจ บุคคลที่ผู้ใช้งานโต้ตอบภายใน 2 – 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา

หากมีส่วนร่วมกับวิดีโอมาก ตัวอัลกอริทึ่มก็จะดึงวิดีโอมาแสดงให้เห็น แต่ถ้ามีส่วนร่วมกับโพสต์เยอะก็จะดึงโพสต์ขึ้นมาแสดง แต่ภายหลัง Instagram และ Facebook เองค่อนข้างให้ความสำคัญกับประเภทวิดีโอคอนเทนต์มากกว่า

วิดีโอบน Instagram

ตัวอย่างคอนเทนต์ประเภทวิดีโอ

ตัว Instagram เองจะมีการจัดอันดับจากโพสต์ที่คนมีความนิยมสูงสุดมาอยู่อันดับแรกๆ และไล่เรียงลำดับไปเรื่อยๆ และหากต้องการให้โพสต์หรือวิดีโอคุณขึ้นมาอยู่อันดับแรกๆ ของฟีด ก็จะต้องทำให้เกิดความน่าสนใจ หรือสร้างการมีส่วนร่วมให้มากที่สุด ส่วนอัลกอริทึ่มของ Reels จะเน้นเฉพาะวิดีโอที่ตลกและเป็นความบันเทิงในการนำมาแสดงให้ผู้ใช้เห็น เนื่องจากว่าจากสถิติผู้ที่ดู Reels จนจบมักจะเป็นคลิปที่เกี่ยวข้องกับความบันเทิงและตลกเสียส่วนใหญ่

รวมกลุ่มเป้าหมายของสินค้าทุกชนิดไว้ใน E-Book เล่มเดียว ยิงแอดได้ตรงกลุ่มเป้าหมายยิ่งขึ้น

ฟังสรุป Instagram Algorithm ผ่าน YouTube

สรุป

สิ่งที่ Marketing In Secret จะแนะนำคือ สำหรับคนที่เป็น Account ทางการหรือ Creator อาจจะต้องสำรวจกลุ่มเป้าหมายของตัวเองก่อนว่ามีลักษณะอย่างไร และชื่นชอบอะไร เพื่อที่เราจะได้ทำ Content ให้ถูกใจ และมีโอกาสเพิ่มการแนะนำโพสต์หรือวิดีโอของเราให้กับผู้ใช้งานโดยระบบอัลกอริทึ่มอีกด้วย

จากที่ได้อธิบายไปนั้น ฟังดูแล้วไม่ได้ยาก แต่จุดที่ยากจริงๆ คือ เราจะเข้าใจกลุ่มเป้าหมายและทำคอนเทนต์ได้ถูกใจ ตรงจุดนี้แหละคือความยาก หากทำได้นอกจากจะได้ส่งเสริมจากระบบอัลกอริทึ่มแล้ว เรายังจะได้กลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ที่สนใจโพสต์หรือวิดีโอของเราด้วย


แชร์แบ่งปันกับเพื่อนๆ ได้เลย
สายยิงแอด Instagram เตรียมเฮ บน Instagram Reels เตรียมเปิดให้ยิงแอดแล้ว

สายยิงแอด Instagram เตรียมเฮ บน Instagram Reels เตรียมเปิดให้ยิงแอดแล้ว

แชร์แบ่งปันกับเพื่อนๆ ได้เลย

Instagram Reels เป็นแหล่งรวมวิดีโอสั้นๆ ที่ผู้ใช้งานสามารถเข้าไปเลือกดูความบันเทิงต่างๆ รวมถึงอัพโหลดวิดีโอของตัวเองได้อีกด้วย !! แล้วมันดีต่อนักการตลาดหรือสายโฆษณาอย่างเราๆ อย่างไร มาอ่านได้ในบทความนี้เลย

โฆษณา Instagram Reels เตรียมขยายไปยังประเทศอื่นๆ แล้ว

อัพเดท Instagram Reels

หลังจากที่ Instagram Reels ได้เปิดตัวในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมาก็ได้รับการตอบรับที่ค่อนข้างดี และด้วยสไตล์ของ Facebook ที่เป็นเจ้าของก็คงหนีไม่พ้นในเรื่องของโฆษณา เหมือนกับ TikTok ที่เราเลื่อนดูคลิปไปสักพักก็จะพบกับโฆษณา

Instagram Reels

รูป GIF จาก ideahuntr

สำหรับตัวโฆษณาบน Instagram Reels ครั้งแรกได้เปิดให้บริการเฉพาะแค่อินเดีย บราซิล เยอรมนี และออสเตรเลียเมื่อเดือนที่แล้ว การขยายประเทศในการแสดงโฆษณาครั้งนี้เป็นการสนับสนุนให้กับครีเอเตอร์ได้รับค่าตอบแทนจากการทำวิดีโอลงบน Reels

ยิงแอด Instagram

รูปภาพจาก Socialmediatoday

สำหรับนักการตลาดก็ถือว่าเป็นเรื่องดีที่จะสามารถใช้ฟีเจอร์การโฆษณาผ่าน Reels ได้ เพราะการใช้งานของ Instagram Reels ก็ค่อนข้างเยอะ และได้รับความนิยมพอสมควร

เป็นโอกาสดีเลยที่จะทำให้มีช่องทางในการโฆษณาธุรกิจได้เพิ่มขึ้น และได้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ได้ดีกว่าเดิม ส่วนในอนาคตมีอะไรอัพเดทเพิ่มเติม เดียวแอดจะมาเล่าให้ฟังกันน้า

ประหยัดต้นทุนในการทำโฆษณาลง 30% และค้นหากลุ่มเป้าหมายให้กับธุรกิจได้แม่นยำยิ่งขึ้นด้วย InterestPRO

ไม่ชอบอ่านใช่มั้ย ? กดดูเป็นวิดีโอได้เลย

สรุป

Instagram Reels เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่น่าสนใจสำหรับ Instagram เพราะออกแบบมาค่อนข้างเหมือนกับ TikTok เพื่อดึงดูดให้คนใช้งานบน Instagram เป็นหลักไม่หนีไปไหน

สำหรับนักการตลาดแล้วเป็นเรื่องดีที่จะได้มีโฆษณาอยู่บน Instagram Reels และเป็นการโฆษณาที่ไม่ได้รบกวนผู้ใช้งานนัก เพราะมันจะอยู่ด้านล่างของวิดีโอ แต่ก็มีโอกาสเหมือนกันที่ผู้ใช้งานจะคลิกดูได้เช่นกัน


แชร์แบ่งปันกับเพื่อนๆ ได้เลย
วิธีทำโฆษณา Instagram ง่ายๆ ฉบับเดียวรู้เรื่องตั้งแต่ 0 – 100 อัพเดทปี 2021

วิธีทำโฆษณา Instagram ง่ายๆ ฉบับเดียวรู้เรื่องตั้งแต่ 0 – 100 อัพเดทปี 2021

แชร์แบ่งปันกับเพื่อนๆ ได้เลย

Instagram เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมไล่ๆ กันกับฝั่ง Facebook โดยผู้ใช้งาน Instagram ทั่วโลกมีประมาณ 1,200 ล้านกว่าคน ถือเป็นแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นอันดับ 5 ของโลกเลยทีเดียวในปี 2021 นี้ ด้วยฐานกลุ่มเป้าหมายที่มากมายนี้ ทำให้หลายคนเลือกที่จะใช้ “โฆษณา Instagram” เป็นการเพิ่มฐานกลุ่มลูกค้าให้กับตนเอง

socialmedia

ก่อนที่จะทำโฆษณา Instagram ต้องเข้าใจก่อนว่ากลุ่มคนส่วนใหญ่เน้นไปที่การดูรูป อ่านเนื้อหาบ้างเล็กน้อย หากเทียบระหว่างความจริงจังแล้ว Facebook นั้นเป็นต่อ Instagram อยู่เยอะพอสมควร ด้วยการที่เน้นลงรูปลงวิดีโอเพียงอย่างเดียว ทำให้ไม่เหมาะที่จะอ่านคอนเทนต์ยาวๆ เหมือนกับใน Facebook นั้นเอง

ใน Instagram หากจะบอกกันตรงๆ ก็เปรียบกับการเล่นฆ่าเวลา สไลด์ดูรูปนั้นที ดูรูปนี้ที หรืออาจจะติดตามร้านค้าต่างๆ อาทิเช่น ร้านเสื้อผ้า ร้านเครื่องอาง หรือร้านขายของต่างๆ มากกว่า ทำให้ผู้ใช้งานอาจจะมีความจริงจังน้อย เดียวแอดจะให้ทริคในเรื่องต่อไปว่า “เคล็ดลับการทำ Instagram” ควรทำอย่างไรบ้างให้ปัง

1. ไม่มีบัญชี Instagram สามารถทำโฆษณาได้หรือไม่

ถึงแม้จะไม่มีบัญชีอะไรเลยเกี่ยวกับ Instagram เราก็สามารถโฆษณาให้กับคนบนแพลตฟอร์มในนั้นดูได้อยู่เช่นกัน ถ้าหากเรามีบัญชีโฆษณาและเพจของฝั่ง Facebook โดยตรงนี้เราสามารถเลือกการแสดงผลโฆษณาหรือตรง Placement และติ๊กเลือกเฉพาะ Instagram ได้เลย

ทำไมมันถึงเชื่อมโยงกันได้แบบไม่ต้องมีบัญชีของ Instagram ล่ะ?

Facebook กับ Instagram คือเจ้าของคนเดียวกัน ทั้งสองแพลตฟอร์มนี้มีการเชื่อมต่อเข้าหากันอยู่ ทำให้เมื่อโฆษณาบน Facebook แล้วก็สามารถแสดงผลบน Instagram ได้ด้วยเช่นกันหากเราเลือกให้แสดงผลใน Placement

เลือกการวาง

2. รู้จักกับบัญชีต่างๆ ของ Instagram

รู้จักบัญชีไอจี

ประเภทบัญชีของ Instagram ก็เหมือนกับ Facebook เลยตรงที่มีทั้งแบบส่วนตัว แบบธุรกิจและแบบครีเอเตอร์ หากเราไม่ได้ใช้งานอะไรมากมาย หรือไม่ใช่สายขายของออนไลน์หรือกลุ่ม Influencer ก็แนะนำว่าใช้แบบส่วนตัวไปดีกว่า

บัญชีส่วนตัว

บัญชีส่วนตัว

บัญชีส่วนตัวก็คือบัญชีปกติที่เราใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการลงรูปอาหาร รูปส่วนตัว รูปร้านอาหาร หรือพูดง่ายๆ คือไม่ได้แสวงหาผลประโยชน์ใดๆ ใช้เพื่อลงรูปทั่วๆ แบบนี้จะเรียกว่าบัญชีปกติ

บัญชีครีเอเตอร์

บัญชีสำหรับสาย Influencer หรือบุคคลที่มีชื่อเสียงโดยเฉพาะ สามารถดูได้ว่ากลุ่มผู้ติดตามเราเป็นใคร มี Follow Unfollow เพิ่มหรือลดมาอีกกี่คน รวมถึงยังมีกล่องข้อความสองกล่องที่แยกระหว่างข้อความที่สำคัญกับข้อความทั่วไปด้วย ช่วงเปิดตัวแรกๆ ค่อนข้างจะไม่ตอบโจทย์กับ Influencer หรือบุคคลที่มีชื่อเสียงมากนัก ทำให้ต้องสลับใช้บัญชีธุรกิจและบัญชีครีเอเตอร์บ่อยครั้ง แต่ปัจจุบันเริ่มมีความเสถียรและมีความใกล้เคียงกันมากขึ้นสำหรับ 2 ประเภทนี้

บัญชีครีเอเตอร์
บัญชีธุรกิจ

บัญชีธุรกิจ

เป็นบัญชีที่มีความเป็นทางการ และอาจจะมีเครื่องมือลูกเล่นเพิ่มเติมเข้ามาเยอะ ไม่ว่าจะเป็นยอด Engagement ของผู้ที่เห็นโพสต์ของเรา การยิงแอดโฆษณา Instagram รวมถึงได้มีโอกาสใช้งานฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ทาง Instagram ได้พัฒนาขึ้นมาให้ผู้ที่ใช้งานบัญชีธุรกิจได้มีเครื่องมือที่อำนวยความสะดวกมากยิ่งขึ้น

บัญชีส่วนตัว

บัญชีส่วนตัว

บัญชีส่วนตัวก็คือบัญชีปกติที่เราใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการลงรูปอาหาร รูปส่วนตัว รูปร้านอาหาร หรือพูดง่ายๆ คือไม่ได้แสวงหาผลประโยชน์ใดๆ ใช้เพื่อลงรูปทั่วๆ แบบนี้จะเรียกว่าบัญชีปกติ

บัญชีครีเอเตอร์

บัญชีครีเอเตอร์

บัญชีสำหรับสาย Influencer หรือบุคคลที่มีชื่อเสียงโดยเฉพาะ สามารถดูได้ว่ากลุ่มผู้ติดตามเราเป็นใคร มี Follow Unfollow เพิ่มหรือลดมาอีกกี่คน รวมถึงยังมีกล่องข้อความสองกล่องที่แยกระหว่างข้อความที่สำคัญกับข้อความทั่วไปด้วย ช่วงเปิดตัวแรกๆ ค่อนข้างจะไม่ตอบโจทย์กับ Influencer หรือบุคคลที่มีชื่อเสียงมากนัก ทำให้ต้องสลับใช้บัญชีธุรกิจและบัญชีครีเอเตอร์บ่อยครั้ง แต่ปัจจุบันเริ่มมีความเสถียรและมีความใกล้เคียงกันมากขึ้นสำหรับ 2 ประเภทนี้

บัญชีธุรกิจ

บัญชีธุรกิจ

เป็นบัญชีที่มีความเป็นทางการ และอาจจะมีเครื่องมือลูกเล่นเพิ่มเติมเข้ามาเยอะ ไม่ว่าจะเป็นยอด Engagement ของผู้ที่เห็นโพสต์ของเรา การยิงแอดโฆษณา Instagram รวมถึงได้มีโอกาสใช้งานฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ทาง Instagram ได้พัฒนาขึ้นมาให้ผู้ที่ใช้งานบัญชีธุรกิจได้มีเครื่องมือที่อำนวยความสะดวกมากยิ่งขึ้น

ขั้นตอนการเปลี่ยนประเภทบัญชี

ไปที่ตั้งค่าแล้วเลือกที่บัญชีตามกรอบสีแดงรูปด้านล่างเลย

Account IG

เข้ามาแล้วเลื่อนลงมาด้านล่าง แล้วไปเลือกที่ “เปลี่ยนประเภทบัญชี”

เปลี่ยนบัญชี

ทีนี้เลือกแล้วกดเปลี่ยนตามขั้นตอนที่ Instagram แนะนำต่อได้เลย

เลือกบัญชี

หากเราใช้บัญชีประเภทไหนอยู่ ประเภทที่เราใช้จะไม่ขึ้นมาให้เลือกด้วย อย่างในรูปใช้บัญชีธุรกิจอยู่จึงไม่มีให้เลือกเปลี่ยนได้ เพราะเราได้ใช้งานอยู่

3. สถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Instagram

Instagram ที่มีผู้ใช้งานเป็นอันดับที่ 5 ของโลก ก็มีสถิติที่น่าสนใจต่างๆ อยู่พอสมควร โดยข้อมูลข้างล่างต่อไปนี้จะเป็นข้อมูลจากคนทั่วโลก ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์สำหรับหลายๆ ท่านที่จะนำไปอนุมานเป็นข้อมูลเพื่อใช้ทำโฆษณา

กลุ่มเป้าหมายที่มีการรับชมโฆษณาบน Instagram

กลุ่มเป้าหมายจากทั่วโลกที่รับชมโฆษณาบน Instagram แบ่งเป็นอายุและเพศ

กลุ่มเป้าหมาย IG

ค่าเฉลี่ยการมีส่วนร่วมของรูปแบบการโพสต์แต่ละประเภท

ค่าเฉลี่ยการมีส่วนร่วมกับรูปแบบโพสต์ที่เผยแพร่โดยบัญชีธุรกิจ

การมีส่วนร่วม IG

ค่าเฉลี่ยการมีส่วนร่วมสำหรับผู้ติดตาม

เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยการมีส่วนร่วมบนโพสต์ใน Instagram ที่โพสต์โดยบัญชีทางการ โดยวัดจากบัญชีที่แตกต่างกันในด้านผู้ติดตาม

ผู้ติดตาม

แฮชแท็กยอดนิยมบน Instagram

แฮชแท็กที่ถูกใช้งานมากที่สุดในโพสต์ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

แฮชแท็ก

หากใครสนใจที่จะอ่านข้อมูลเกี่ยวกับ Social Media ของแต่ละแพลตฟอร์มในปี 2021 สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ www.hootsuite.com

คอร์สเรียนยิงโฆษณา Facebook พร้อมของแถมเฉพาะนักเรียนและเทคนิคพิเศษมากมาย

4. หากลุ่มเป้าหมายทำโฆษณา Instagram เบื้องต้น

หากลุ่มเป้าหมาย

ก่อนที่เราจะเริ่มทำโฆษณาไม่ว่าจะเป็น Facebook หรือ Instagram ก็ตามแต่ บางคนอาจจะนั่งหากลุ่มเป้าหมายกันสดๆ ตอนทำโฆษณาอัน หรือบางคนอาจจะหาล่วงหน้าด้วยวิธีการต่างๆ คราวนี้แอดจะลองใช้วิธีการหาแบบล่วงหน้าแล้วบันทึกไว้ใช้งานตอนเริ่มยิงแอดบ้าง

ในหากลุ่มเป้าหมายให้ได้อย่างแม่นยำนั้น วิธีของแอดคือลองเดาๆ ดูก่อนว่ากลุ่มเป้าหมายของเราเป็นใคร (สมมติว่าเป็นของที่ยิงครั้งแรก) ตัวอย่างนี้จะลองขายกระเป๋า ตามรูปเลย

ตัวอย่างของ

อย่างกระเป๋าถือผู้หญิงอันนี้เดาว่ากลุ่มเป้าหมายอายุ 20 – 45 ปี ชื่นชอบแฟชั่น การแต่งตัว และความสวยความงาม ทำงานในบริษัทหรือธุรกิจส่วนตัว

ถ้าทำร้านอาหารก็ต้องคิดเหมือนกันว่าลูกค้าของเราจะเป็นใคร อีกตัวอย่างแอดจะเปิดขายข้าวแกงที่อยู่ในย่านสุขุมวิท ทีนี้เราก็มาวิเคราะห์กันเลย

ขายอาหาร

ลูกค้าเป็นพนักงานออฟฟิศส่วนใหญ่และกลุ่มคนที่อยู่ในสุขุมวิทซอย 1 ในระยะ 1 กิโลเมตร ต้องการให้คนระแวกนี้เห็นโฆษณาของเราและแวะเข้ามาใช้บริการในหน้าร้านหรือการสั่งออเดอร์แบบออนไลน์

เมื่อเรามีหลักตามนี้แล้วเราก็ลองหากลุ่มเป้าหมายดูได้ โดยจะใช้เครื่องมือ 2 แบบในการช่วยหาคือ

  • Facebook Ads Audience Insight โดยเป็นเครื่องมือของ Facebook ที่ช่วยหากลุ่มเป้าหมายว่าจะกลุ่มนี้เป็นอย่างไร มีพฤติกรรมแบบไหน หรืออยู่ที่ไหนบ้าง
  • InterestPRO เครื่องมือที่จะเจาะกลุ่มเป้าหมายของ Facebook ด้วยระบบ API ช่วยแสดงกลุ่มเป้าหมายที่ Facebook แอบเอาไว้ขึ้นมาให้เราเห็น สะดวกดี เพราะบางครั้ง Facebook ถ้าพิมพ์ไม่ตรงก็จะไม่ขึ้นเลย

ขั้นแรกเข้าหากลุ่มเป้าหมายด้วย InterestPRO ก่อน สำหรับใครที่ไม่ได้ใช้ก็สามารถหาใน Facebook Ads Audience Insight ได้เลย ใน InterestPRO แอดก็ลองหาด้วยคำที่เราต้องการหากลุ่มเป้าหมาย ดั่ง 2 ตัวอย่างด้านบนก็จะมี “ขายกระเป๋ากับขายข้าวแกง” ก็หา Keyword ที่เราต้องการลงไป

InterestPRO

ส่วนใน Facebook Ads Audience ขึ้นมา 10 กว่าตัวเอง 

เจาะกลุ่มอาหาร

หลังจากนั้นพอได้กลุ่มเป้าหมายที่น่าสนใจจาก InterestPRO แล้วก็นำมาวิเคราะห์ต่อด้วย Facebook Ads Audience Insight ต่อเลย สำหรับใครที่ไม่ได้ใช้ InterestPRO ก็ค่อยๆ หาจาก Facebook Audience เลย จากการนำไปหาเพิ่มเติมผลปรากฎว่าเพจที่กลุ่มเป้าหมายนี้ถูกใจ มันตรงกับความต้องการของแอดพอดีเลย

เพจที่ถูกใจ

พอได้กลุ่มเป้าหมายแล้วเราก็ไปเริ่มตั้งโฆษณา Instagram ด้วยเครื่องมือ Facebook Ads Manager กันได้เลย

การทำโฆษณา Instagram ก็มีลักษณะเหมือนกันกับ Facebook เลย สามารถโปรโมทผ่านโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ได้

5. วิธีทำโฆษณา Instagram ด้วยโทรศัพท์มือถือ

ยิงแอดด้วยมือถือ

*** เริ่มจากวิธีสอนนี้ขอเรียกว่า “โฆษณา IG หรือ ยิงแอด IG นะครับ”

สำหรับใครที่ไม่มีคอมพิวเตอร์มีเพียงแค่โทรศัพท์มือถือ ก็สามารถทำโฆษณา IG ได้เช่นกัน แต่จะเป็นวิธีการโปรโมทที่คล้ายกับ Boost Post ของ Facebook มากกว่า

เริ่มต้นให้เรามีบัญชีธุรกิจหรือครีเอเตอร์เสียก่อน หากใครยังไม่มีให้ “กดย้อน” ขึ้นไปดูวิธีการสร้างบัญชีได้เลย และเมื่อเรามีบัญชีดังกล่าวเรียบร้อยแล้วก็สามารถสร้างการโปรโมทโฆษณาของเราได้เลย

เราสามารถเลือกการโปรโมทได้ทั้งในหน้า “โปรไฟล์” และการคลิกเข้าไปที่ “โพสต์” ที่เราต้องการโฆษณาบน IG

ปุ่มโปรโมท

อันนี้แอดจะเลือกจากโพสต์ที่มีอยู่แล้วมาลองทำโฆษณาดู อย่างอันนี้สมมติว่าเลือกโพสต์ร้านอาหารละกัน จากนั้นให้เรากดที่ปุ่ม “โปรโมท” ตัวสีฟ้าๆ ในโพสต์ได้เลย

โพสต์บน ig

หากทำโฆษณาครั้งแรกจะขึ้นหน้าตาการแนะนำก่อนว่าเมื่อโปรโมทโพสต์แล้วจะมีอะไรบ้าง เราก็สามารถกดถัดไปได้เลย

แนะนำแอด

ทีนี้เมื่อกดถัดไปเรื่อยๆ ก็จะมาพบกับการกำหนด “เลือกว่าจะส่งผู้คนไปที่ไหน” ก็คือเมื่อเราทำโฆษณาแล้วจะให้โฆษณาของเรากดไปที่โปรไฟล์ของเรา ไปที่เว็บไซต์ หรือจะเข้า Direct Message ของเรา แต่อันนี้แอดต้องการให้กลุ่มเป้าหมายเข้ามาดูที่โปรไฟล์มากกว่า

เลือกการโปรโมท

เลือกกลุ่มเป้าหมาย โดยเราสามารถเลือกได้ทั้งแบบอัตโนมัติ ก็คือใครติดตามเราอยู่ ระบบก็จะค้นหากลุ่มเป้าหมายที่มีความใกล้เคียงกับผู้ติดตามของเราให้เห็นโฆษณา กับอีกตัวหนึ่งคือสร้างเอง โดยแอดจะเลือกแบบสร้างเองดีกว่า

ใส่กลุ่มเป้าหมาย

เมื่อเรากดเข้ามาหน้าสร้างเองแล้ว ให้เราใส่ชื่อกลุ่มเป้าหมายตามที่เราต้องการ เลือกตำแหน่งที่ตั้ง และตรงความสนใจเราก็สามารถกำหนดได้เหมือนกับการยิงแอด Facebook เลย ในรูปด้านล่างก็จะเป็นการใส่ความสนใจหรือที่เรียกว่ากลุ่มเป้าหมายนั้นเอง สามารถกรอกลงไปได้เลย

หาเป้าหมาย

เมื่อเสร็จแล้วหน้าตาก็จะได้อย่างนี้เลยจ้า

ตั้งค่าเสร็จ

ต่อมาไปกำหนดงบประมาณการจ่ายค่าโฆษณาต่อวันและระยะเวลาในการแสดงโฆษณา IG ได้เลย

กำหนดงบ

กำหนดงบประมาณเสร็จแล้วตัวโฆษณาของ Instagram ก็จะให้เราตรวจสอบรายละเอียดโฆษณาของเราอีกครั้ง อ้อ!! สำหรับใครที่ยังไม่ได้ใส่ข้อมูลการชำระเงิน สามารถอ่านได้ที่ วิธีจ่ายค่าโฆษณา Facebook ไม่มีบัตรเครดิตก็ยิงโฆษณาได้ ไม่ต้องห่วงว่าทำไมเป็นของ Facebook ล่ะ วิธีการจ่ายเงินก็เหมือนกับ IG เลย แตกต่างกันที่หน้าตาอย่างเดียว ที่เหลือเหมือนกันหมด เมื่อเรียบร้อยแล้วก็กด “สร้างการโปรโมท” ได้เลย

ตรวจสอบโฆษณา

นี่ก็คือหน้าตาเมื่อเรากด “สร้างการโปรโมทเรียบร้อยแล้วนั่นเอง” ก็เป็นการจบขั้นตอนการทำโฆษณา IG ผ่านโทรศัพท์

โปรโมทเสร็จ

6. ทำโฆษณา Instagram ด้วย Facebook Ads Manager

ทำแอดในคอม

อ่านไม่ผิด เราจะทำโฆษณา IG ด้วย Facebook Ads Manager กัน สำหรับท่านที่อาจจะยังเป็นมือใหม่ IG กับ Facebook คือเจ้าของเดียวกันและมันเชื่อมต่อกันอยู่ ถึงแม้จะไม่มีบัญชีของแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งก็ตาม

เริ่มต้นให้เราเปิดไปที่หน้า Facebook Ads Manager ได้เลย เมื่อเปิดเข้ามาแล้วก็ให้เราไปเริ่มต้นที่การกดไปที่ปุ่มเขียวๆ คำว่า “+สร้าง”

สร้างแอด IG

6.1. เลือกวัตถุประสงค์ในการโฆษณาบน Instagram

ชื่อแคมเปญสามารถตั้งได้ตามใจเราเลย ส่วนวัตถุประสงค์การยิงแอด Facebook แอดอยากให้มีส่วนร่วมกับโฆษณาเยอะๆ เลยเลือกวัตถุประสงค์ “การมีส่วนร่วม”

อ่านความหมายของวัตถุประสงค์เพิ่มเติม : วัตถุประสงค์ของ Facebook Ads ที่สามารถใช้กับ IG ได้

ชื่อแคมเปญ

หากใครต้องการอ่านวิธียิงแอด Facebook ก่อนก็สามารถไปอ่านได้ที่ ตรงนี้เลย อาจจะต้องหัดทำโฆษณา Facebook  หรือเรียนรู้เพื่อนำมาประยุกต์กับการทำโฆษณาของ IG ได้เช่นกัน

6.2. ตั้งค่าทั่วไปสำหรับโฆษณา

หน้านี้ไม่มีอะไร มีเพียงแค่เปลี่ยนวัตถุประสงค์ การตั้งชื่อแคมเปญ และอื่นๆ อีกนิดหน่อยเมื่อเราตั้งค่าทุกอย่างเสร็จแล้วในหน้านี้ ให้เรากดถัดไปที่หน้าตั้งค่ากลุ่มเป้าหมายได้เลย

เซตค่าโฆษณา

ตั้งค่าหน้าแรกเสร็จแล้วขั้นต่อไปให้เรามาไล่ต่อทีละสเต็ปได้เลย

ตั้งกลุ่มเป้าหมาย

ถัดมาก็เป็นการตั้งค่าโฆษณา IG ของเรา เป็นระยะเวลาที่เริ่มจะยิงและวันสิ้นสุด โดยจะกำหนดหรือไม่ก็ได้ แต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะกำหนดกัน ส่วนถัดมาก็จะเป็นวงเงินใช้จ่ายของชุดโฆษณา เราสามารถใส่ก็ได้ไม่ใส่ก็ได้ แต่บางคนกลัวเงินไหลก็จะใส่มูลค่าสูงสุดต่อวันไว้ (อันนี้แล้วแต่บุคคล)

เวลาโฆษณา

6.3. กำหนดกลุ่มเป้าหมายในการส่งโฆษณาบน Instagram

ต่อไปเรามาใส่กลุ่มเป้าหมายกันดีกว่า โดยให้เราเลือกสถานที่ตั้ง อายุ เพศ และความสนใจต่างๆ เพิ่มเติมตามที่เราวางไว้ได้เลย

ลูกค้า Instagram

การกำหนดกลุ่มเป้าหมายยิงแอดครั้งแรกๆ การที่เราวางโครงไว้คร่าวๆ ถือว่าเป็นเรื่องดี แต่สิ่งที่เราคิดอาจจะไม่ถูกต้อง ดังนั้นแล้วให้ตัวเลขโฆษณาเป็นคนบอกจะดีที่สุด

แอดจะขอเจาะกลุ่มเป้าหมายด้วยเครื่องมือของ InterestPRO ดึงกลุ่มเป้าหมายที่แอบไว้ขึ้นมาเลยละกันนะครับ หากท่านใดยังไม่มี อาจจะต้องใช้เวลาหาหรือใช้ Keyword อื่นๆ ที่ใกล้เคียงกันหาในหน้าของ Facebook Ads Manager กันไปก่อน

InterestPRO

เมื่อเราได้กลุ่มเป้าหมายเรียบร้อยก็ให้เรากรอกลงไปในช่องได้เลย

ตั้งค่าเรียบร้อย

*** อธิบายเพิ่มเติม

และยังต้องตรงตามเกณฑ์หมายถึง นอกจากกลุ่มเป้าหมายเราจะสนใจในเรื่องต่างๆ แล้ว พวกเขายังต้องสนใจกลุ่มเป้าหมายที่เราใส่ลงไปด้วยตามภาพ เช่น สนใจ Bobbi Brown และยังต้องเป็น “นักช้อปที่มีส่วนร่วม” ด้วย

6.4. กำหนดพื้นที่การจัดวาง

เมื่อเราเซ็ตค่ากลุ่มเป้าหมายเรียบร้อยแล้ว ให้เรามาเลือกที่ตำแหน่งการจัดวาง โดยเราจะทำโฆษณาเฉพาะ IG ดังนั้นเราก็ต้องมาเลือกการจัดวางแบบกำหนดเอง และก็เลือกเป็นเฉพาะ IG ทั้งหมด

จัดตำแหน่ง

หลังจากเลือก Placement เสร็จแล้วก็กดถัดไปเพื่อตั้งค่ารูปที่ใช้สำหรับโฆษณาบน IG ของเราได้เลย

 

หน้าต่อมาเป็นหน้าของการทำรูปหรือโพสต์เพื่อใช้สำหรับการทำโฆษณา IG ของเรา โดยเราสามารถเลือกได้ว่าจะสร้างโพสต์ใหม่ในหน้า Facebook Ads Manager หรือจะใช้โพสต์เดิมที่มีอยู่แล้ว จากนั้นให้เราใส่ข้อความสั้นๆ ตรงข้อความหลักและเลือกปุ่มดำเนินการตามแบบที่เราชอบได้เลย

ใส่รูปโฆษณา

หากเราตั้งค่าเสร็จหมดแล้วก็กดเผยแพร่โฆษณาออกไปได้เลย ทีนี้ก็รอทาง Facebook Ads Manager อนุมัติและนำส่งโฆษณาให้กับเราใน IG (ส่วนที่เห็นเป็นเครื่องหมายตกใจสีเหลืองไซส์รูปโฆษณาของแอดต่ำกว่า 550 x 550 px นะเลยโดนเตือนให้เปลี่ยนรูป)

หากคุณอ่านมาถึงตรงนี้แล้วไม่รู้จะเลือกยิงแอด IG ในโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ดี แอดมินขอแนะนำให้อ่านบทความนี้ก่อนครับ จะได้เข้าใจมากยิ่งขึ้น

Boost Post Vs Ads Manager ต่างกันอย่างไร เรามาเข้าใจกัน

7. Tip&Trick สำหรับโฆษณา Instagram

เคล็ดลับ

– การโฆษณาบน IG ควรทำให้ภาพเด่น คุมโทนหรือใส่ฟิลเตอร์เล็กน้อยก่อนลง ต้องเข้าใจก่อนว่าบน IG นั้นเน้นรูปภาพเป็นหลัก ส่วนเนื้อหาเป็นส่วนรอง ดังนั้นก่อนที่จะให้ลูกค้าอ่านคอนเทนต์ของเราได้ เราต้องทำให้เค้าสะดุดด้วยภาพก่อน และบน IG ส่วนใหญ่ที่ขายของได้ ก็มักจะมาจากภาพที่คุมโทนได้แบบละมุนนี่แหละ (แอดใช้ Filter ในแอพฟรีเอา ฮ่าๆ )

ใส่ฟิลเตอร์

ภาพด้านบนไม่ใส่ฟิลเตอร์ ส่วนด้านล่างใส่ฟิลเตอร์

– โฆษณา IG ควรทำผ่านคอมพิวเตอร์ด้วย URL ของ Facebook Ads Manager เนื่องจากว่าเราสามารถควบคุมได้ง่ายกว่า และสะดวกอย่างมากสำหรับการติดตามผลลัพธ์เพื่อวิเคราะห์โฆษณาของเรา

– การเขียน Bio ของ IG ก็มีส่วนช่วยดึงความสนใจให้กับลูกค้า ตัว Bio ต้องชัด ต้องเคลียร์ว่าเราทำอะไร เราเป็นใคร และเราจะช่วยอะไรเค้าได้บ้าง

ตัวอย่าง Bio จากเพจต่างๆ

– นอกจากทำโฆษณา IG แล้วเราก็ควรอัพเดทโพสต์อื่นๆ ด้วยเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นการโพตส์รูปภาพ โพสต์สตอรี่ หรือแม้แต่ลำดับรูปภาพก็มีส่วนช่วยให้ลูกค้าเมื่อกดเข้ามาดูแล้วมีความสบายตา และสร้างความน่าสนใจได้

– การยิงโฆษณา IG ควรแยกช่องทางกัน ถึงแม้จะเป็นเจ้าของเดียวกันก็ตามแต่พฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายมีความแตกต่างกันไปในแต่ละแพลตฟอร์มอยู่แล้ว ดังนั้นเวลาทำโฆษณาก็ควรแยกเลยว่าชุดนึงเป็นของ Facebook ชุดนึงเป็นของ IG

– ใส่ #Hashtag ด้วยทุกครั้งเวลาโพสต์ ประมาณ 10 แฮชแท็กกำลังดี หากใครต้องการใส่มากกว่านั้นอาจจะเอาไปใส่ไว้ใน Comment ก็ได้ จะได้ดูไม่รกตามากนัก

Hashtag

ตัวอย่าง Hashtag จาก IG KFC

สรุป

การทำโฆษณา Instagram ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะช่วยให้เราสามารถเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ได้ และยิ่งไปกว่านั้นคือ Facebook กับ Instagram ก็คือเจ้าของคนเดียวกันทำให้สามารถเชื่อมต่อกันได้ง่าย สามารถใช้ระบบการยิงแอด Instagram ตัวเดียวกันได้เลย หรืออาจจะแยกยิงเฉพาะแพลตฟอร์มก็ได้ การทำโฆษณาของ Instagram ก็มี 2 รูปแบบเหมือนกันกับ Facebook เลยคือ

  1. การ Boost Post
  2. การยิงแอด Instagram

แต่ละคนก็สามารถเลือกได้ตามความต้องการได้เลยในการเลือกเครื่องมือการทำโฆษณา Instagram แต่แนะนำว่าทำทั้งที ให้เลือกเป็นแบบยิงโฆษณาผ่าน Facebook Ads Manager ไปเลยจะดีที่สุด

คราวนี้อ่านจนจบ หวังว่าทุกคนจะได้สกิลและเทคนิคกลับไปบ้างไม่มากก็น้อย ทีนี้ขึ้นอยู่กับสินค้าเรา รูปแบบโฆษณาของเรา การนำเสนอของเราแล้วว่าจะยิงแล้วผลลัพธ์ออกมาเป็นยังไง ขอให้ทุกคนที่อ่านจนจบมียอดปังๆ ครับ

เรื่องที่น่าสนใจเพิ่มเติม สามารถกดเข้าไปอ่านได้เลยนะครับ


แชร์แบ่งปันกับเพื่อนๆ ได้เลย
Shopping cart
There are no products in the cart!
Continue shopping