ขายของใน TikTok Shop ต้องเสียค่าอะไรบ้าง ?

ขายของใน TikTok Shop ต้องเสียค่าอะไรบ้าง ?

แชร์แบ่งปันกับเพื่อนๆ ได้เลย

TikTok Shop ตอนนี้กำลังได้รับความนิยมอย่างมากจากเหล่าพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ รวมถึงนักช้อปอีกด้วย จากการสนับสนุนของ TikTok เองที่จัดหนักจัดเต็ม รวมถึงจำนวนการใช้งานของผู้คนก็เยอะแยะมากมาย ทำให้มีความคึกคักไม่แพ้กับช่องทางอื่นๆ และหลายคนก็กำลังพิจารณาช่องทางอย่าง TikTok Shop อยู่ว่าเข้าไปแล้วจะต้องทำยังไงบ้าง รวมถึงถ้าวางขายสินค้าจะต้องเสียค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายบน TikTok Shop ยังไง

เรื่องค่าธรรมเนียมคำสั่งซื้อขนาดเล็ก

ค่าธรรมเนียมคำสั่งซื้อขนาดเล็กเป็นเงื่อนไขของทาง TikTok Shop ที่จะทำการเก็บจากผู้ซื้อเมื่อมูลค่าไม่ถึง 150 บาท ตามที่ได้กำหนดเอาไว้  โดยเงื่อนไขก็คือ

เมื่อ ยอดรวมคำสั่งซื้อมากกว่า 150 บาท จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมคำสั่งซื้อขนาดเล็ก

เมื่อ ยอดรวมคำสั่งซื้อต่ำกว่า 150 บาท จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมคำสั่งซื้อขนาดเล็กดังต่อไปนี้

– ​ค่าคำสั่งซื้อขนาดเล็ก = 150 บาท – (ยอดรวมสินค้าก่อนหักส่วนลด – ส่วนลดจากผู้ขายส่วนลดจาก TikTok Shop)

​- ในกรณีที่เป็นคําสั่งซื้อแรกของผู้ซื้อจะไม่มีการเรียกเก็บค่าคําสั่งซื้อขนาดเล็ก

แอดจะยกตัวอย่างเรื่องค่าธรรมเนียมคำสั่งซื้อขนาดเล็กให้ว่าคิดอย่างไร

*** ในวันที่ 1 ธันวาคม 2565 ทาง TikTok Shop จะมีการเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากเดิม 3% เป็น 4% และค่าธรรมเนียมขั้นต่ำจากเดิม 5 บาทเป็น 12 บาท เดียวแอดจะเขียนวิธีคิดให้ใหม่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง

ค่าใช้จ่าย TikTok Shop

จากตารางรูปด้านบน ทาง TikTok Shop จะเรียกเก็บค่า “คำสั่งซื้อขนาดเล็ก” จากผู้ซื้อ เนื่องจากว่าไม่ถึงขั้นต่ำที่กำหนดคือ 150 บาท โดยจะได้สูตรดังนี้

  • ยอดรวมของผู้ซื้อ – (ยอดรวมของสินค้าก่อนหักส่วนลด – ส่วนลดจากผู้ขาย – ส่วนลดจาก TikTok Shop) = ค่าคำสั่งซื้อขนาดเล็ก
  • ให้นำ 150 – (70 – 5 – 3) = 88 บาท ในส่วนของร้านค้าที่จะได้รับเงินนั้นก็เอา “ยอดรวมสินค้าก่อนส่วนลด – ส่วนลดจากผู้ขาย – ส่วนลดจาก TikTok Shop x ค่าธรรมเนียมการขาย = รายรับของผู้ขาย
  • ก็จะได้ 70 – 5 – 3 (ค่าธรรมเนียมที่คิดเป็น 5 บาท เพราะขั้นต่ำกำหนดไว้ที่เท่านั้น ความจริงคือได้แค่ 1.8 เท่านั้น จึงปัดเป็น 5 นั่นเอง)
  • สรุปร้านค้าจะได้รับเงินจากออเดอร์นี้ 60 บาท

เงื่อนไขค่าธรรมเนียมการขาย เพื่อนๆ ดูข้อถัดไปได้เลย

เงื่อนไขเรื่องค่าธรรมเนียมของ TikTok Shop

หลังจากที่ได้เปิดตัวสักระยะหนึ่งแล้วจากเดิมที่ TikTok Shop ก็ไม่ได้เก็บค่าธรรมเนียม แต่ปัจจุบันก็ได้ปรับเปลี่ยนมาเก็บค่าธรรมเนียม 3% แล้ว รวมถึงยังมีเรื่องคำสั่งซื้อขนาดเล็กเพิ่มเติมเข้ามาอีก ทำให้หลายๆ ร้านจำเป็นต้องมีการปรับตัว รวมถึงคิดค่าใช้จ่ายต่างๆ ใหม่ทั้งหมด เพื่อให้คุ้มกับการขายของบนแพลตฟอร์มมากที่สุด

อีกเรื่องที่สำคัญคือในการเก็บค่าธรรมเนียมของ TikTok จะมีด้วยกัน 2 แบบคือ

3% ของยอดรวมคำสั่งซื้อ* หรือ ขั้นต่ำ 5 บาทต่อคำสั่งซื้อ

อธิบายง่ายๆ คือ หากคิดค่าธรรมเนียม 3% ที่กำหนดมาแล้วและมีเกิน 5 บาท ทาง TikTok Shop จะคิดค่าธรรมเนียมตามจริง แต่ถ้าหากคิดแล้วต่ำกว่า 5 บาท เช่น ได้ 2 บาท, 1 บาท, 1.5 บาท ทาง TikTok Shop จะทำการเก็บ 5 บาททันที ก็เป็นไปตามเงื่อนไขของทางเค้าที่ขั้นต่ำกำหนดไว้ 5 บาทนั่นเอง ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายๆ คือ

ตัวอย่างที่ 1

ขายของบน TikTok ต้องจ่ายอะไรบ้าง

 จากรูปด้านบน

(ราคาสินค้าก่อนหักส่วนลด – ส่วนลดจากผู้ขาย – ส่วนลดจาก TikTok Shop) x ค่าธรรมเนียม 3% จากการขาย

(4,500 – 150 – 500) x 3% = 115.5 บาท ค่าธรรมเนียมตัวนี้เกินขั้นต่ำ 5 บาทตามที่ TikTok Shop กำหนดดังนั้นทางเค้าก็จะเก็บค่าธรรมเนียมเราตามจริง ทำให้รายรับของเราจะเหลือ 4,234.50 บาทนั่นเอง

ตัวอย่างที่ 2

ขายบน TikTok Shop เสียอะไรบ้าง

 จากรูปด้านบน

(ราคาสินค้าก่อนหักส่วนลด – ส่วนลดจากผู้ขาย – ส่วนลดจาก TikTok Shop) x ค่าธรรมเนียม 3% จากการขาย

(50 – 2) x 3% = 1.44 บาท ค่าธรรมเนียมตัวนี้ยังต่ำกว่าที่ TikTok กำหนดคือ 5 บาท ดังนั้นทางเค้าก็จะเก็บค่าธรรมเนียมเราไป 5 บาท ทำให้รายรับของเราจะเหลือ 43 บาทนั่นเอง

*** เรื่องคำสั่งซื้อขนาดเล็ก 105 บาท ทาง TikTok Shop จะเป็นคนเรียกเก็บกับลูกค้าเองเนื่องจากว่าลูกค้าสั่งของเข้ามาไม่ถึงขั้นต่ำ 150 บาทตามที่ TikTok Shop ได้กำหนด

ตัวอย่างที่ 3

วิธีคิดค่าธรรมเนียม TikTok

จากรูปด้านบน

(ราคาสินค้าก่อนหักส่วนลด – ส่วนลดจากผู้ขาย – ส่วนลดจาก TikTok Shop) x ค่าธรรมเนียม 3% จากการขาย

(190 – 5 – 20) x 3% = 4.95 บาท ค่าธรรมเนียมตัวนี้ยังต่ำกว่าที่ TikTok กำหนดคือ 5 บาท ดังนั้นทางเค้าก็จะเก็บค่าธรรมเนียมเราไป 5 บาท ทำให้รายรับของเราจะเหลือ 180 บาทนั่นเอง

ส่วนค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อยู่นอกเหนือจากค่าธรรมเนียมจะมีอะไรบ้าง ?

ส่วนลดต่างๆ ที่ร้านเป็นคนทำ

ส่วนลดร้านค้า TikTok

ในเรื่องของโปรโมชั่นต่างๆ ที่เราเป็นคนสร้างขึ้นมาเราก็จำเป็นจะต้องจ่ายในส่วนนี้เมื่อลูกค้ามีการกดใช้งานเข้ามา พูดง่ายๆ คือ ถ้าเราสร้างคูปองส่วนลด 10 บาทเอาไว้ และเมื่อลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้า จากนั้นกดใช้คูปอง 10 บาทที่เราสร้าง เราก็จำเป็นจะต้องจ่ายส่วนต่างตรงนั้นเพื่อเป็นส่วนลดให้กับลูกค้าไป อันนี้เพื่อนๆ ต้องวางแผนการใช้งานคูปองให้ดี เพราะบางทีมันอาจจะเข้าเนื้อเราได้หากเราสร้างแบบไม่ได้คิด

บทความแนะนำสำหรับคนที่ทำ TikTok

ค่าโปรโมทต่างๆ หรือค่า Affiliate Link

ในการโปรโมทนี้ต้องบอกเลยว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะต้องจ่าย เพียงแต่ว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกหากคุณอยากมียอดขายเพิ่มขึ้นก็จำเป็นต้องจ่ายเพื่อทำโฆษณา โปรโมทช่องทางต่างๆ เพื่อสร้างการรับรู้หรือให้กลุ่มเป้าหมายของเราเห็นโฆษณาและเลือกซื้อสินค้ามากขึ้น

สำหรับเครื่องมือโปรโมทที่ได้ผลที่สุดและหลายคนเลือกจะใช้ก็คือ “Affiliate” ปกติแล้วเวลาเราต้องการทำโฆษณาสักตัว เราอาจจะไปจ้าง Influencer ให้ช่วยรีวิวให้ และจ่ายค่าจ้างเป็นรอบๆ ไป แต่เมื่อ Affiliate เข้ามากลายเป็นว่าเรามีสองทางเลือกให้ทำได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับความสะดวก โดยผู้ขายกำหนดค่าคอมมิชชั่นเมื่อเกิดการสั่งซื้อเข้ามาได้

ยกตัวอย่างเช่น แอดขายรองเท้าคู่ละ 100 บาท ให้ค่าคอมมิชชั่น 15% ต่อการสั่งซื้อเข้ามา 1 ครั้ง เมื่อมีคนเอาสินค้าของแอดไปทำคลิปและแปะลิงค์ Affiliate ให้ลูกค้าเข้ามา และลูกค้ากดซื้อสินค้าผ่านลิงค์นั้น คนที่เราลิงค์สินค้าแอดไปโพสต์ก็จะได้เงินค่าคอม 15 บาท

ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นบน TikTok จริงๆ ก็ไม่ได้เยอะเท่ากับแพลตฟอร์มอื่นๆ เพราะมันมีเพียงแค่ค่าธรรมเนียมเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แถมถูกอย่างมาก แต่ข้อเสียเลยคือคนที่ขายสินค้าราคาต่ำกว่า 150 บาทอาจจะต้องเสียค่าธรรมเนียมแพงกว่าเพราะเค้าจะคิดเป็นคำสั่งซื้อขนาดเล็ก และทำให้ลูกค้าไม่อยากซื้อของเพราะต้องจ่ายส่วนต่างด้วย

สรุป

ส่วนค่าใช้จ่ายในด้านอื่นๆ จะเป็นการช่วยเพิ่มยอดขายและการทำโฆษณามากกว่า แอดแนะนำว่าช่วงนี้ TikTok กำลังมาแรงอย่างมาก หากใครกำลังหาข่องทางเพิ่ม TikTok ก็เป็นอีกช่องทางที่ดีไม่น้อยเลย แต่ต้องระวังเรื่องคอนเทนต์หรือสินค้าสักนิด ถ้าโดนแบนแล้วเงินที่เรามีค้างเอาไว้ในบัญชีมันจะถอนออกมาไม่ได้

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคิดค่าธรรมเนียมของ TikTok Shop ได้ที่นี่


แชร์แบ่งปันกับเพื่อนๆ ได้เลย
อยากให้ TikTok ปังต้องมาดูกับ10 วิธีการยอดฮิต ทำให้ติดชาร์ตบน TikTok

อยากให้ TikTok ปังต้องมาดูกับ10 วิธีการยอดฮิต ทำให้ติดชาร์ตบน TikTok

แชร์แบ่งปันกับเพื่อนๆ ได้เลย

ตอนนี้แอพพลิเคชั่น Social Media ที่มาแรงที่สุดคงหนีไม่พ้น TikTok ซึ่งในปีนี้ได้ทุบสถิติการดาวน์โหลดมากที่สุดในโลกอันดับ 1 ไปเป็นที่เรียบร้อย บทความนี้เราจะมาพูดถึงการทำคลิป TikTok ให้ฮิตติดกระแสกันดีกว่า

1. ทำคอนเทนต์ที่กำลังเป็นกระแส

ทุกช่วงย่อมมีคอนเทนต์เฉพาะกันอยู่แล้ว ยิ่งถ้าเราสามารถใช้กระแสตรงนั้นได้เป็นประโยชน์มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้เรามีโอกาสได้ติดหน้าแรกๆ ของ TikTok ได้ด้วยเช่นกัน

2. หาจุดเด่นของ Account ตัวเองให้เจอ

สังเกตรึเปล่าว่าถ้าเป็น YouTube แต่ละช่องก็จะมีแนวทางเป็นของตัวเองไปเลย เช่น ทำอาหาร ท่องเที่ยว ตลก และอื่นๆ ซึ่งจะเป็นหัวใจหลักที่ทำให้เราสามารถเพิ่มฐานแฟนๆ ได้อย่างเหนียวแน่น และเราก็จะทำคอนเทนต์ได้ดีมากขึ้นเพราะเป็นแนวทางของเราด้วย

3. ชาเลนจ์ของ TikTok ก็ควรเข้าร่วมนะ

TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่แทบจะสร้างกระแสสำหรับช่วงนั้น หรืออะไรที่เป็นกระแสอยู่ TikTok ก็จะจับมาให้ผู้ใช้งานมีส่วนร่วมในการเล่นได้ ซึ่งช่วยเพิ่มการมองเห็นได้ไม่น้อย

4. Hashtag ให้เหมาะสมกับช่องและคลิปของเรา

ทุกแพลตฟอร์มรวมถึง TikTok ตัวเครื่องมือ Hashtag มีส่วนช่วยทำให้เกิดการมองเห็นวิดีโอของเรามากยิ่งขึ้น ดังนั้นควรเลือกใช้ให้ดี เป็นอีกตัวช่วยที่เสริมพลังให้กับวิดีโอของเราได้มากเลย

5. คอนเทนต์เบาสมองคือของขายดี

TikTok เป็นช่องทางที่คนเข้าไปเพื่อผ่อนคลายกันมากกว่า คอนเทนต์อะไรที่เบาสมองแล้ว ช่วยเรียกยอดได้ค่อนข้างดี แต่ !! เบาสมองอย่างเดียวอาจจะไม่พอ แฝงความตลกไปด้วยเล็กน้อยก็จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับคลิปได้

คอร์สเรียนยิงโฆษณา Facebook พร้อมของแถมเฉพาะนักเรียนและเทคนิคพิเศษมากมาย

6. ลิปซิงค์กันสักหน่อยก็เวิร์ค

คลิปจำพวกลิปซิงค์นี้เป็นอะไรที่นิยมมากบน TikTok ไม่ว่าจะเพลง หรือ Cover วิดีโอเด็ดๆ อันนี้เรียกยอดวิวได้ดีเช่นกัน

7. คลิปสั้น ชัดเจน กระชับ

เข้าใจระบบของ TikTok ก่อนว่าเป็นแพลตฟอร์มที่ลงวิดีโอแบบสั้น ดังนั้นคลิปเราจะต้องกระชับ สื่อสารได้อย่างชัดเจน หากวิดีโอยาวเกินไปจะทำให้ถูกเลื่อนผ่านได้ง่าย

8. ลงอย่างสม่ำเสมอ

ขาดไม่ได้เลยไม่ว่าจะทำคอนเทนต์ในที่ไหนๆ ความต่อเนื่องเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก เพราะหากเรามีฐานแฟนคลับเมื่อไหร่ แน่นอนว่าพวกเขาก็อยากที่จะดูเรา รวมถึงเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเราและผู้ติดตามด้วย นอกจากนี้การลงคคอนเทนต์บ่อยก็แสดงถึงการที่เราให้ความใส่ใจ และไม่ได้ทิ้งหาย ที่สำคัญมันช่วยให้เราได้ผู้ติดตามใหม่ๆ เพิ่มด้วย

9. เวลาที่เหมาะสม ช่วยติดปีกให้ยอดเข้าชม

ถึงแม้ว่าจะมีคนใช้งานอยู่เสมอ ช่วงเวลาแต่ละช่วงก็มีผู้ใช้งานที่ไม่เท่ากัน โดยส่วนมากคนเข้า TikTok เพื่อหาอะไรดูก็ช่วงหลังเลิกงานหรือระหว่างพักกลางวัน ดังนั้นเราอาจจะต้องดูว่ากลุ่มเป้าหมายของเราออนไลน์ช่วงเวลาไหนบ้าง จะได้ลงคลิปให้เหมาะสมกับช่วงที่แฟนๆ ของเราสะดวก

10. แปะช่องทาง TikTok ของเราในที่ต่างๆ

วิธีที่ง่ายสุดๆ สำหรับการเพิ่มยอดแฟนๆ และการมองเห็นด้วยการที่เรานำลิงค์ TikTok ของเราไปแชร์ไว้ใน Facebook, Twitter, LINE, YouTube หรือช่องทาง Social Media อื่นๆ วิธีนี้มีโอกาสช่วยเพิ่มฐานแฟนคลับและเพิ่มยอดการมองเห็นได้

ฟัง 10 วิธีการยอดฮิต ทำให้ติดชาร์ตบน TikTok ผ่าน YouTube

สรุป

10 วิธีนี้หากใช้ให้ดี จะสามารถช่วยเพิ่มได้ทั้งผู้ติดตามและยอดวิวได้เยอะพอสมควร หากคุณเพิ่งเริ่มต้น ก็อาจจะค่อยๆ หาแนวทางเป็นของตัวเองก่อน และเริ่มปั้นตามแนวทางที่แอดแนะนำไว้ พอทำไปเรื่อยๆ เริ่มจับจุดได้ รับรองว่าปังแน่นอน


แชร์แบ่งปันกับเพื่อนๆ ได้เลย
Shopping cart
There are no products in the cart!
Continue shopping