แชร์แบ่งปันกับเพื่อนๆ ได้เลย

น้ำสีดำในขวด พอเปิดปุ๊บต้องมีเสียงซ่าๆ และกลิ่นหอมของโคล่าอันเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่ว่าใครได้ดื่มแล้วก็ต้องชอบทั้งนั้น ยิ่งเย็นๆ ซ่าๆ ได้ดื่มแล้วจะรู้สึกดีมากเป็นพิเศษ ในเรื่องนี้เราจะพาไปทัวร์กับตำนานเครื่องดื่มน้ำดำอย่าง “โคคา โคล่า” ที่มีประวัติยาวนานมากกว่า 100 ปีและเป็นเครื่องดื่มยอดฮิตที่ได้รับความนิยมตลอดการ ซึ่งมีความน่าสนใจมากๆ เลยทีเดียว

Coca Cola บริษัทน้ำดำในตำนานที่มีอายุมากกว่า 100 ปี (กดเลือกอ่านได้)

ประวัติ Coca Cola

ประวัติของ Coca-Cola เริ่มต้นขึ้นในปี 1886 โดยเภสัชกรที่มีนามว่า ดร. จอห์น เพมเบอร์ตัน ที่อยู่ในเมืองแอตแลนตา ประเทศสหรัฐอเมริกา ครั้งแรกไม่ได้ตั้งใจทำเป็นน้ำอัดลมเหมือนในทุกวันนี้เลย แต่ด้วย ดร. จอร์น เพมเบอร์ตัน ตั้งใจจะคิดค้นเป็นสูตรยาเพียงเท่านั้น และส่วนผสมของมันในช่วงแรกก็จะมีโคเคนกับใบโคคาเป็นส่วนผสมหลักๆ โดยเค้าคาดหวังว่าจะช่วยรักษาอาการ “ติดมอร์ฟีน” ของเค้าได้

ผู้คิดค้นโค้ก

ดร. จอห์น เพมเบอร์ตัน

เมื่อได้โคคาโคล่าตามที่ ดร. จอห์น เพมเบอร์ตัน ได้คิดเอาไว้แล้วก็ได้เริ่มขายเป็นแก้วแรกที่ร้านขายยาชื่อว่า “เจคอบส์”ในตัวเมืองแอตแลนตา ช่วงแรกก็ไปได้ไม่สวยเท่าไหร่นัก ขายได้เพียง 9 แก้วต่อวันเท่านั้น นอกจากนี้ชื่อของ Coca Cola ถูกตั้งโดย “แฟรงค์ โรบินสัน” ที่เป็นนักบัญชีของจอห์น เพมเบอร์ตัน และถูกใช้จนมาถึงทุกวันนี้

คนตั้งชื่อโค้ก

คุณแฟรงค์ โรบินสัน

ต่อมาเภสัชกรอีกท่านที่มีนามว่า “เอซา กริกส์ แคนด์เลอร์” ก็ได้เข้าซื้อกิจการไปในราคา 2300 ดอลล่าร์สหรัฐและได้เริ่มก่อตั้งบริษัท Coca Cola ขึ้นมาอย่างเป็นทางการ โดยเมื่อเอซาเข้ามาเป็นเจ้าของกิจการแล้ว สิ่งแรกที่เค้าทำเลยคือ “การสร้างการรับรู้” ให้กับผู้คนให้ได้มากที่สุด โดยทำการตลาดเชิงรุกหาลูกค้าไม่ว่าจะเป็นการโฆษณาด้วยโลโก้ของ Coca Cola ในทุกๆ ที่ที่สามารถจะใส่โลโก้ลงไปได้

นอกจากนี้สมัยก่อนเมื่อจะวางขายพวกเครื่องดื่มผสมโซดาจะถูกวางขายอยู่ในร้านขายยา มีลักษณะคล้ายกับพวกน้ำอัดลมโบราณในบ้านเรา และช่วงนั้นมีให้เลือกมากถึง 100 กว่าชนิด และเอซาก็คิดว่าเป็นไปได้ยากมากหากลูกค้าจะเลือกซื้อเครื่องดื่มอย่าง Coca Cola ตอนนั้นเองจึงได้ปิ้งไอเดียในการที่จะทำให้ลูกค้าสนใจผลิตภัณฑ์ของบริษัท โดยเค้าได้ทำการขอรายชื่อลูกค้าประจำร้าน และมอบคูปองเครื่องดื่มให้กับลูกค้าของร้านฟรีๆ เป็นจำนวน 50 ท่าน

เมื่อลูกค้าเหล่านั้นได้ลิ้มลองแล้วก็เกิดความประทับใจอย่างยิ่ง จนทำให้เกิดการบอกต่อกันเป็นวงกว้าง และในช่วงปลายทศวรรษนี้เองทำให้ Coca Cola ได้รับความนิยมไปทั่วอเมริกา และมียอดการขายเติบโตมากถึง 4000%

ถึงแม้ว่ายอดขายจะเติบโตขึ้นมากก็ตามและได้ขยายออกไปทั่วอเมริกาแล้ว แต่ทางบริษัทเองก็ยังคงคอยใช้การตลาดเชิงรุกที่ได้ผลลัพธ์ดีเยี่ยมอย่างการ “แจกคูปองเครื่องดื่มฟรี” และตกแต่งร้านด้วยธีมของ Coca Cola ที่จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของบริษัท

เมื่อสมัยก่อนเครื่องดื่ม Coca Cola ได้มีส่วนผสมอย่าง “โคเคน” อยู่ในเครื่องดื่มด้วยเช่นกัน ถึงแม้ว่าจะไม่ผิดกฎหมาย แต่ก็มีหลายคนเริ่มกังวลและตั้งคำถามมากขึ้น จนในที่สุด Coca Cola ก็สามารถกำจัดโคเคนออกได้หมด และเป็นเครื่องดื่มที่แสนอร่อยและปลอดภัยอย่างที่เราได้ดื่มมาจนถึงทุกวันนี้

 ที่มาของขวดโคคา โคล่าแบบที่เราเห็นในปัจจุบัน

ขวดโค้ก

โจเซฟ ไวท์เฮดและเบนจามิน โธมัส ทนายความชาวชัตตานูกาสองคน เดินทางไปแอตแลนตาเพื่อเจรจาเรื่องสิทธิในการบรรจุขวดโคคา-โคลา และบริษัท Coca-Cola Bottling Company เริ่มให้สิทธิ์ในการขายขวดในเมืองต่างๆ ทั่วสหรัฐอเมริกา และจากการที่ได้จัดจำหน่ายไปทั่วนี้เองทำให้เกิดคู่แข่งต่างๆ มากมายเต็มไปหมด

เมื่อเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น Coca Cola จึงอยู่นิ่งเฉยไม่ได้อีก จึงได้ติดต่อกับบรรดาโรงงานผลิตขวดต่างๆ มากถึง 8 แห่งจาก 10 แห่งทั่วอเมริกาให้ช่วยออกแบบขวดเฉพาะสำหรับโคคาโคล่า และพัฒนาขวดให้แตกต่างกับคู่แข่งคนอื่น ไม่ว่าขวดจะตั้งหรือจะนอนผู้บริโภคต้องรู้ได้ว่านี่คือโค้ก สำหรับรางวัลจากโจทย์นี้ก็คือเงิน 500 ดอลล่าร์สหรัฐ ในสมัยนั้นถือว่าเยอะมากๆ จนในที่สุดก็ได้รูปทรงขวดที่สมบูรณ์แบบ และมันยังถูกใช้มาจนถึงทุกวันนี้อีกด้วย

ทรงขวดโค้ก

ดีไซน์ของขวดโค้กที่ได้ออกแบบ

รวมกลุ่มเป้าหมายของสินค้าทุกชนิดไว้ใน E-Book เล่มเดียว ยิงแอดได้ตรงกลุ่มเป้าหมายยิ่งขึ้น

ฟังเรื่อง “ประวัติ Coca Cola” ผ่าน YouTube

สรุป

ถึงแม้ว่า Coca Cola เครื่องดื่มโซดาที่แสนอร่อยจะเกิดขึ้นมาจากความบังเอิญ แต่ก็ไม่ง่ายเหมือนกันกว่าจะมาอยู่ในจุดที่สามารถครองใจผู้บริโภคได้ ทั้งต้องใช้กลยุทธ์การตลาดเชิงรุกในการเข้าไปหาลูกค้าก่อน ไหนจะเจอคู่แข่งเลียนแบบแทบจะถูกอย่างจนนำไปสู่การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ใหม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองทุกธุรกิจก็ต้องล้วนพบเจอทั้งสิ้น ถ้าเกิดวันนั้น Coca Cola ไม่เปลี่ยนแปลงไป และเลือกที่จะอยู่เฉยๆ แอดว่าก็คงไม่มี Coca Cola คงอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ได้แน่นอน

อ้างอิงจาก

 


แชร์แบ่งปันกับเพื่อนๆ ได้เลย
Shopping cart
There are no products in the cart!
Continue shopping