แชร์แบ่งปันกับเพื่อนๆ ได้เลย

การใช้งานอินเทอร์เน็ตในทุกวันนี้เป็นเรื่องปกติของทุกๆ คนไปแล้ว ซึ่งอย่างน้อยในหนึ่งวันก็ต้องมีการใช้งาน 1 ครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาข้อมูล หาสิ่งบันเทิงใจ การใช้งานโซเชียลมีเดีย เรื่องเหล่านี้ก็ถือเป็นเรื่องปกติอย่างมาก

ทั่วไปแล้วเวลาเราต้องการค้นหาข้อมูลอะไรบนโลกออนไลน์ก็ตาม ที่ๆ คนทั่วโลกนิยมเข้าไปค้นหามากที่สุดก็คือ “Google” อย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะเค้าเป็นผู้ให้บริการด้าน Search Engine ที่จะรวบรวมเว็บไซต์ต่างๆ ของทั่วโลกเอาไว้และเมื่อเราค้นหาเรื่องราวใดๆ ก็ตามก็จะแสดงผลลัพธ์ออกมาให้เราเข้าไปเลือกชม

แต่รู้หรือสิ่งที่เราเห็นบน Google เรามองว่าข้อมูลเยอะสุดๆ แล้ว แต่ความจริงยังมีเบื้องหลังเว็บที่ค้นหาไม่เจออีกเพียบ มากกว่าสิ่งที่เราค้นเจอซะอีก โดยเว็บพวกนี้เราจะเรียกว่า Dark Web หรือ Deep Web แล้วทำไมต้องห้ามเข้ากันล่ะ ? 

Deep Web คืออะไร 

ตัว Deep Web ก็คือเว็บที่ยังไม่ได้ถูกรวบรวมดัชชีหรือเก็บข้อมูลแล้วส่งให้กับ Search Engine ของผู้ให้บริการเจ้าต่างๆ แต่อย่างไรก็ตาม Deep Web ส่วนมากก็ถูกต้องตามกฎหมายอยู่แล้วเช่น หน้าสมาชิกของเว็บไซต์ต่างๆ การเข้าถึง Google Drive หรือแม้กระทั่งการเข้าไปดูหนังของ Disney Hotstar หรือ Netflix สิ่งเหล่านี้ก็ล้วนแล้วแต่เป็น Deep Web ทั้งสิ้น

ที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือเหล่า Deep Web รวมถึงเว็บไซต์ต่างๆ ที่แสดงในผลของการค้นหาหากคิดเป็นเปอร์เซ็นต์จากเว็บที่มีทั้งหมดจริงๆ แล้วมันมีเพียงแค่ราวๆ 4 – 5% เท่านั้น ส่วนที่เหลืออยู่จะเป็น Dark Web ทั้งหมด

แล้ว Dark Web คืออะไร ?

Dark Web เกือบทั้งหมดของมัน 100% นั้นเป็นเว็บที่ผิดกฎหมาย ไม่สามารถเปิดเผย แสดงให้คนทั่วไปได้เห็นได้ ไม่สามารถค้นหาผ่าน Browser ปกติที่เราใช้งานอย่าง Chrome Microsoft Edge หรือเบราว์เซอร์อื่นๆ ได้ โดยมักจะต้องใช้เบราว์เซอร์พิเศษอย่าง TOR (The Onion Router) เข้าเท่านั้น

มันจะช่วยปกปิดตัวตนของผู้ที่เข้าไปท่องบน Dark Web ไม่ให้หน่วยงานต่างๆ รวมถึงรัฐบาลสามารถเข้ามาสอดส่องหรือตรวจสอบได้อย่างง่ายเหมือนกับเว็บอื่นๆ และด้วยการที่ตรวจสอบยากอย่างมากของมันทำให้มันกลายเป็นแหล่งรวมอาชญากรรมต่างๆ มากมายหลากหลายรูปแบบที่คุณอาจคาดไม่ถึง

Dark Web

รูปจาก GeeksforGeeks

นอกจากนี้บน Dark Web ยังเต็มไปด้วยอันตรายมากมาย และเตือนว่าไม่ควรเข้าไปเป็นอย่างยิ่ง ที่บนนั้นมีผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์อย่างมากมาย มีการวางไวรัส ตัวดักข้อมูลบนคอมพิวเตอร์ของเรา และยังแฝงไปด้วยแฮกเกอร์ตัวฉกาจมากมายที่อยู่บนนั้นพร้อมจะทำอันตรายกับคุณได้ทุกเมื่อ

บางครั้งคนที่เข้าไปเผลอกระทำใดๆ บน Dark Web แม้แต่นิดเดียวก็อาจจะทำให้ข้อมูลหลุดจนนำไปสู่การเอาข้อมูลไปก่ออาชญากรรมแบบคาดไม่ถึงได้ ทำให้ไม่ควรเข้าไปแบบสุ่มสี่สุ่มห้าเด็ดขาด

เนื้อหาบน Dark Web มีอย่างหลากหลายตั้งแต่เรื่องค้ายาเสพติดไปจนถึงกิจกรรมที่ไม่สามารถเล่าออกมาได้ จากผู้ที่เคยเข้าไปบน Dark Web ต่างก็ตกตะลึงและสร้างความหวั่นใจให้กับผู้คนที่เข้าไปดูอย่างถึงที่สุด

แต่สิ่งที่มีบน Dark Web จากคนที่เคยเข้าไปและเอามาแชร์ รวมถึงข้อมูลจากรัฐบาลประเทศต่างๆ ที่มีการจับตาดูพวกเว็บไซต์เหล่านี้ก็ได้เปิดเผยข้อมูลว่าบนนั้นจะมีทั้งคอนเทนต์ 

บน Dark Web มีอะไรอยู่ ?

ตลาดที่รวมสิ่งผิดกฎหมาย โดย Dark Web มักจะเป็นแหล่งรวมสินค้าหรือของที่ผิดกฎหมายซึ่งผู้ใช้สามารถซื้อและขายสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายได้หลากหลาย ซึ่งอาจรวมถึงยาเสพติด อาวุธปืน เอกสารปลอม ข้อมูลที่ถูกขโมย (เช่น ข้อมูลบัตรเครดิต) เครื่องมือแฮ็ก และอื่นๆ

สินค้าที่ขายบน Dark Web รูปจาก ABC News

การแฮ็กและอาชญากรรมไซเบอร์ เว็บไซต์ Dark Web บางแห่งรองรับแฮกเกอร์และอาชญากรไซเบอร์ พวกเขาอาจเสนอบทช่วยสอน เครื่องมือ และบริการที่เกี่ยวข้องกับการแฮ็ก การขโมยข้อมูลประจำตัว หรือกิจกรรมที่ผิดกฎหมายอื่นๆ

เนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องราวทางเพศ แม้ว่าจะเป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมคอนเทนต์ผู้ใหญ่แต่เราก็ยังสามารถค้นหากันได้เจอตามปกติ แต่อย่างไรก็ตามเนื้อหาของผู้ใหญ่บน Dark Web แตกต่างจากที่เราพบ เพราะนั่นอาจจะเป็นการถ่ายโดยที่ไม่เต็มใจ หรือแม้กระทั่งมีการก่ออาชญากรรมหลังคลิปจบก็ได้

หนังโหดสุดจิตตก เรื่องหนังหลายคนก็อาจจะมองว่าเป็นธรรมดาที่จะมี แต่สำหรับบน Dark Web แล้วมันเป็นหนังที่แตกต่างกับที่เรารู้จักก็เพราะหนังที่เราดูเป็นประจำก็ใช้ CG ในการถ่ายทำ ฉากต่างๆ ที่เกี่ยวกับการก่ออาชญากรรมก็เป็นเพียงฉากเท่านั้น แต่สำหรับบน Dark Web แล้วเนื้อหาที่พวกเค้าทำส่วนมากจะเป็น สนัฟฟิล์ม (Snuff flim) ที่ก่ออาชญากรรมจริงๆ เล่นจริง เจ็บจริง ทุกอย่างจริงหมด และเต็มไปด้วยเรื่องราวสุดจิตตกมากมายอีกด้วย

การจ้างวานทำสิ่งต่างๆ บน Dark Web มีบริการอย่างหลากหลายรูปแบบ ส่วนมากการจ้างวานนั้นจะเต็มไปด้วยเรื่องที่ผิดกฎหมาย

บอร์ดการพูดคุย มีฟอรัมและชุมชนต่างๆ ใน ​​Dark Web ที่หารือในหัวข้อต่างๆ มากมาย ตั้งแต่การแฮ็กและเทคโนโลยีไปจนถึงการเมืองและทฤษฎีสมคบคิด

นอกจากนี้ด้วยความที่ Dark Web จะเป็นที่หลบซ่อนของหลายคน และไม่สามารถระบุตัวตนของผู้ใช้งานได้ นอกจากจะเป็นแหล่งรวมตัวผู้ที่ทำผิดกฎหมายแล้ว บนนั้นก็ยังเต็มไปด้วยตำรวจไซเบอร์จากประเทศต่างๆ ที่ตามสืบสวนเรื่องราวต่างๆ บนนั้นด้วยเช่นกัน

ในบ้านเราเองก็เคยมีเรื่องราวโด่งดังเมื่อปี 2560 ที่ตำรวจในไทยได้จับนาย นายอเล็กซานเดอร์ แคส ชาวแคนาดา เจ้าของเว็บไซต์ Alphabay ที่เป็นเว็บไซต์แบบ Dark Web ใช้ในการค้ายาและทำสิ่งผิดกฎหมายต่างๆ โดยเค้าได้มาอาศัยอยู่ในไทยมาราวๆ 7 – 8 ปีแล้ว และได้มีการร่วมมือกับตำรวจมากถึง 6 ประเทศในการเข้าจับกุมครั้งนี้

จับกุมเจ้าของคอม Blue Pearl

ตำรวจไทยจับนายอเล็กซานเดอร์ เจ้าของดาร์กเว็บ Alphabet รูปจาก Thairath

โดยเว็บ Alphabay ก็เป็นหนึ่งในเว็บไซต์ Dark Web ที่ใหญ่ที่สุดในโลกมาแทนที่ Silkroad ที่ถูกทลายไปแล้วก่อนหน้านี้ ในการซื้อขายก็จะใช้สกุลเงิน Digital เป็นหลักในการแลกเปลี่ยนกัน หากเพื่อนๆ ได้ยินข่าวนี้แล้วยังไม่เก็ท แต่สาย IT ที่ติดตามข่าวเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์น่าจะรู้จักโครงการ “Blue Pearl” คอมประกอบที่แรงที่สุดในโลกที่ได้โพสต์ลงเว็บ Pantip ช่วงนั้นเกิดกระแสอย่างมากมายเลยทีเดียว แต่ภายหลังที่ถูกจับกุมไปแล้ว เค้าก็ได้ผูกคอเสียชีวิตในห้องขัง

เว็บ Alphabet รูปจาก Wikipedia

สุดท้าย เรื่องราวของ Dark Web ทางเราก็ไม่สนับสนุนให้ทุกคนไปลอง เพราะเต็มไปด้วยอันตรายเรื่องราวชวนหดหู่มากมายเต็มไปหมด เอาเป็นว่าฟังจากที่แอดเล่าก็เพียงพอแล้ว ถ้าเผลอเข้าไปโดยที่เราไม่รู้เรื่อง แทนที่เราจะได้เปิดหูเปิดตาแต่อาจจะได้คดีความกลับมาแทนก็เป็นได้ 


แชร์แบ่งปันกับเพื่อนๆ ได้เลย
Shopping cart0
There are no products in the cart!
Continue shopping