ในโลกของเรายุคปัจจุบันเข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ตอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้มีความสะดวกสบายมากขึ้น และจากเดิมที่เราจะติดต่อกับคนอื่นในต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ เราก็ต้องใช้การโทรหรือการส่งจดหมายเท่านั้น แต่ทุกวันนี้สามารถพิมพ์ข้อมูลผ่านอุปกรณ์เครื่องเล็กๆ อย่างมือถือหรือคอมพิวเตอร์ก็สามารถพูดคุยกันได้แล้ว แต่ประเด็นหลักในวันนี้เราจะมาพูดถึง Digital Marketing กัน

Digital Marketing คืออะไร ?

Digital Marketing คือ การทำการตลาดรูปแบบหนึ่งซึ่งอยู่บนพื้นฐานเดียวกับหลักของ Marketing พร้อมทั้งมีการนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วยในการทำการตลาด ซึ่งสามารถทำผ่านอุปกรณ์ต่างๆ อาทิเช่น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค iPad หรืออุปกรณ์ที่สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้

Digital Marketing เราสามารถใช้เครื่องมือของฝั่ง Facebook, Instagram, Twitter, LINE Official Account, Google หรือแม้กระทั่งของ eCommerce ก็ย่อมได้

ซึ่งมีความแตกต่างกับ Marketing สมัยก่อนตรงที่ช่วงนั้นยังไม่มีอินเทอร์เน็ต แพลตฟอร์มออนไลน์ที่แพร่หลาย นักการตลาดส่วนใหญ่ก็จะใช้การทำการตลาดผ่าน Bill Board, TV, โฆษณาป้ายรถเมล์ และอื่นๆ อีกมากมาย โดยจะเน้นในที่มีคนสัญจรเยอะ เห็นป้ายโฆษณาต่อวันได้เพื่อพึ่งพาการมองเห็นและการจดจำ แต่จะมีความยากตรงที่เราจะไม่รู้ว่าลูกค้าที่ได้มาเห็นสื่อจากทางไหน

ข้อดีของการทำ Digital Marketing

1. ทำให้เราสามารถติดตามกลุ่มลูกค้าได้ว่ามาจากช่องทางไหน

การที่เราทราบถึงที่มาลูกค้าจะช่วยให้เรานำข้อมูลตรงนั้นไปต่อยอด และสามารถอนุมาณได้ว่ากลุ่มลูกค้าของเราเป็นใคร และมาจากช่องทางไหนมากที่สุด รู้แม้กระทั่งเพศ อายุ อุปกรณ์ที่ใช้ รวมถึงคำที่ค้นหาได้ด้วยสำหรับบางแพลตฟอร์ม ส่วนหลักของ Digital Marketing จะมีอะไรบ้างเดียวอธิบายไว้ข้างล่าง

2. เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้นและรวดเร็วขึ้น

ยุคนี้คือยุคของโลกดิจิทัลอย่างแท้จริง ผู้คนใช้การติดต่อสื่อสารผ่าน Social Media เป็นหลักเริ่มมากกว่าการโทรแบบสมัยก่อนแล้ว และการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้มากขึ้นนั้นก็ทำให้แบรนด์หรือธุรกิจสามารถทำโฆษณาเพื่อสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้มากกว่าเดิมและรวดเร็วมากขึ้นหากเทียบกับการตลาดรูปแบบ Offline สมัยก่อน

และนอกจากนี้เรายังสามารถทำโฆษณาเพื่อวัดผลลัพธ์ได้อีกด้วยว่ากลุ่มเป้าหมายของเราตอบสนองต่อโฆษณาตัวไหนของเรามากที่สุด โดยการวัดจากเครื่องมือชี้วัดแต่ละแพลตฟอร์ม เมื่อเรามีข้อมูลที่มากพอก็จะสามารถทำโฆษณาชุดใหม่ให้ตรงใจกับผู้บริโภคได้มากขึ้นนั่นเอง

ส่วนประกอบของ Digital Marketing

1. Search Engine Optimization (SEO)

เป็นการทำบทความในเว็บไซต์เพื่อให้มีคนค้นหาเราเจอได้มากขึ้น และเพิ่ม Traffic ในการเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา การทำ SEO เป็นการทำแบบไม่มีค่าใช้จ่าย ใช้วิธีการทำแบบ Organic ล้วนๆ และต้องใช้ความอดทนในการทำ เนื่องจากว่าทุกเว็บไซต์ทุกธุรกิจก็ล้วนทำ SEO เช่นกัน ทำให้เกิดการแข่งขันบางคีย์เวิร์ดที่สูงเป็นอย่างมาก ส่วนประเภทคอนเทนต์สำหรับการทำ SEO ก็จะมีด้วยกัน 2 แบบคือ

1.1. Evergreen Content เป็นการเขียนคอนเทนต์ด้วยคีย์เวิร์ดที่มีคนค้นหาอยู่ตลอดเวลา พูดกันง่ายๆ คือเป็นคอเทนต์ที่สดใหม่เสมอไม่ว่าจะเปิดดูตอนไหนก็ตาม สำหรับคนทีทำ SEO บนเว็บไซต์แล้วล่ะก็ มักจะทำคอนเทนต์ประเภท Evergreen กันเยอะเลย

1.2. Topical Content เป็นการทำคอนเทนต์แบบกระแสหรือพูดง่ายๆ ก็คือ อะไรกำลังเป็นหัวข้อที่คนพูดถึงเยอะๆ เราจะจับมาเขียนคอนเทนต์ ซึ่งเหมาะมากกับเว็บไซต์ประเภทข่าว แต่จริงๆ เว็บทั่วไปก็สามารถทำได้

สำหรับใครที่อยากเข้าใจเรื่องการเขียน Content มากกว่านี้ ลองอ่านบทความ เขียนคอนเทนต์แบบไหนดี? ให้ถูกใจทั้งผู้เขียนและผู้อ่าน

2. Paid Search

Paid Search หรือ Pay Per Click (PPC) เป็นการทำการตลาดผ่านการค้นหาโดยการจ่ายเงินและเลือกคีย์เวิร์ดที่เราต้องการ และทางแพลตฟอร์มจะนำเว็บไซต์หรือร้านค้าของเราไปอยู่อันดับแรกๆ จากการค้นหาของลูกค้าด้วยคีย์เวิร์ดที่เราเลือกนั่นเอง

ซึ่งการทำ Paid Search เรามักจะพบได้กับการโฆษณาผ่าน Google มากกว่า แต่สำหรับช่องทาง eCommerce อย่าง Shopee หรือ Lazada ก็สามารถทำ Paid Search เพื่อโฆษณาสินค้าของตัวเองได้เช่นกัน วิธีนี้สำหรับใครที่มีข้อมูลพฤติกรรมลูกค้าอยุ่แล้วจะทำได้ค่อนข้างคุ้มค่าพอสมควร

3. Social Media Marketing

Social Media คือ แพลตฟอร์มที่เป็นเหมือนกับสังคมออนไลน์ที่มีผู้ใช้งานอยู่เป็นจำนวนมาก โดยจะมีการแบ่งปันเรื่องราวต่างๆ ชีวิตประจำวัน สิ่งที่พบเจอ หรือเขียนเล่าเรื่องราวของตัวเองด้วยรูปภาพ วิดีโอ เขียนเนื้อหา และอื่นๆ

สำหรับ Social Media กับการทำ Digital Marketing ที่เราคุ้นเคยกันอย่างมากก็คือ การยิงแอด Facebook ซึ่งการยิงแอดจะช่วยให้เราเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้นกว่าปกติ รวมถึงตอบโจทย์ความต้องการของผู้ลงโฆษณาได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการ

  • สร้าง Awareness
  • สร้าง Engagement
  • เพิ่มยอด Like & Share ของเพจหรือโพสต์
  • เพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจตัวเอง
  • เพิ่มคนเข้าเว็บไซต์

และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งแต่ละแพลตฟอร์มก็จะมีวัตถุประสงค์การทำโฆษณาที่แตกต่างกันไปตามจุดมุ่งหมาย ดังนั้นสำหรับ Social Media เป็นอีกองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้สำหรับการทำ Digital Marketing กันเลยทีเดียว

4. E-Mail Marketing

เป็นวิธีที่ใช้กันมาช้านานสำหรับการตลาดผ่านอีเมล เนื่องจากว่ายุคแรกๆ ยังไม่มีโซเชียลมีเดียแพร่หลายเหมือนในปัจจุบัน จึงเลือกใช้อีเมลในการสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายแทน ซึ่งวิธีนี้ปัจจุบันได้รับความนิยมน้อยลง แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีคนใช้ ยังมีหลายคนใช้อยู่เช่นกัน แต่จะใช้นิยมสำหรับการติดตามข่าวสารมากกว่า

แม้จะได้ผลลัพธ์ที่ยากกว่าแต่ก็ยังสามารถติดตามได้ว่าหากเราส่งอีเมลรูปแบบนั้นไปจะมีคนเปิดกี่คน อ่านแล้วกี่คน ส่งไม่ได้กี่คน และมันก็มีเครื่องมือสำหรับติดตามอีเมล Marketing อยู่หลากหลายชนิดเช่น Mailchimp, SaleForce, Leadfeeder และอื่นๆ อีกมากมาย สำหรับ Marketing In Secret ก็ใช้ E-mail ในการส่งบทความดีๆ ให้กับคนที่ Subscribe เหมือนกัน ถ้าคุณไม่เชื่อก็ลองซับดูเลย

5. Content Marketing

เป็นวิธีที่สำคัญอย่างมากกับการทำ Digital Marketing เพราะทุกอย่างล้วนมีจุดเริ่มต้นจาก คอนเทนต์ก่อน เพื่อเป็นสารในการส่งไปหากลุ่มเป้าหมายเพื่อที่จะได้เข้าใจกับธุรกิจหรือแบรนด์เรามากยิ่งขึ้น สำหรับการทำคอนเทนต์ไม่ได้มีเพียงแค่ตัวหนังสืออย่างเดียว แต่ยังมีรูปภาพ วิดีโอ Infographic ประกอบ และอื่นๆ อีกมากมาย ตรงนี้มีความสำคัญอย่างมากกับแต่ละแพลตฟอร์ม และเราต้องรู้จักเลือกใช้ให้ถูกด้วย ยกตัวอย่างเช่น

“Instagram เป็นแพลตฟอร์มที่เน้นรูปภาพเป็นหลัก เราก็ควรที่จะเน้นรูปภาพที่โดดเด่น คุมโทน ทำให้สะดุดตา” อาจจะต้องมีการแต่งรูปบ้างเล็กน้อย

“TikTok เป็นแพลตฟอร์มสำหรับวิดีโอสั้น การทำคอนเทนต์จึงต้องเลือกทำเป็นวิดีโอสั้นๆ ความยาวไม่เกิน 1 นาที และตั้งแต่ต้นจนจบคลิปต้องทำให้ผู้ชมรู้ได้ว่าเราต้องการสื่อสารอะไร”

คอร์สเรียน LINE Official Account พื้นฐาน เนื้อหาครบถ้วน พร้อมใช้งานเป็นทันที

6. Mobile Marketing

เป็นเครื่องมือทางการตลาดอีกตัวที่มีความสำคัญอย่างมากในปัจจุบัน หากย้อนกลับไปสมัยก่อนนั้นการที่คนจะเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ ก็ต้องใช้คอมพิวเตอร์ในการเข้าไปใช้งานถึงจะเริ่มอยู่บนโลกออนไลน์ได้ แต่ปัจจุบันสะดวกมากกว่านั้น โดยผู้ใช้งานส่วนใหญ่มักเสพคอนเทนต์ต่างๆ ผ่านโทรศัพท์มือถือเป็นหลัก ดังนั้นพวกเขาจะได้เห็นข้อความต่างๆ จาก Notification ผ่าน App ทีติดตั้งไว้ รวมถึงแบรนด์ยังสามารถสื่อสารผ่านโทรศัพท์มือถือได้ง่ายขึ้นแต่ก่อนด้วย

สำหรับบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้เป็นเจ้าของแอพพลิเคชั่น เราก็สามารถใช้ Notification แจ้งเตือนลูกค้าเป้าหมายของเราได้ผ่านแพลตฟอร์มที่มีแอพเป็นของตัวเอง เช่น Facebook, Instagram, Twitter, LINE OA, eCommerce ต่างๆ ได้ด้วยเช่นกัน

7. Affiliate Marketing

การทำ Affiliate Marketing คือ การทำการตลาดออนไลน์ที่สามารถนำลิงค์ของสินค้าและบริการนำมาโพสต์บนช่องทางออนไลน์ เมื่อลูกค้ากดเข้าไปที่ลิงค์แล้วและเกิดการซื้อสินค้าหรือบริการขึ้นตามเงื่อนไขที่ตกลง ผู้ที่นำลิงค์ไปโพสต์ก็จะได้รับเงินด้วย การทำ Affiliate Marketing ก็เป็นผลดีสำหรับเจ้าของแบรนด์อย่างมาก ยิ่งเราให้ค่าตอบแทนสูงมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีคนเอาสินค้าหรือบริการของเราไปโปรโมทมากเท่านั้น แต่ทั้งนี้เราต้องคิดกำไรให้รอบคอบด้วย เพราะถ้าคิดไม่ดีแล้วเราจะมีแต่เสียกับเสียได้จากการขาดทุนนั่นเอง

Shopping cart
There are no products in the cart!
Continue shopping