Facebook เป็นแพลตฟอร์ม Social Media ที่มีอัตราผู้ใช้งานสูงที่สุดในโลกกว่า 2,600 ล้านคน (ข้อมูลปี 2021) และทำให้ต่อวันนั้นมีคอนเทนต์ โพสต์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมายหลายสิบล้านโพสต์ต่อวันที่จะแสดงอยู่บน Facebook ดังนั้นแล้วทาง Facebook จำเป็นจะต้องเลือกคอนเทนต์ที่มีคุณภาพหรือคนๆ นั้นสนใจมาแสดงให้ผู้ใช้งานดู หากแสดงแต่สิ่งที่ไม่เกี่ยวข้อง หรือไม่น่าสนใจ สุดท้ายแล้วผู้ใช้งานก็จะหนีไปแพลตฟอร์มอื่น ซึ่งเจ้าของอย่างพี่มาร์คคงไม่ชอบอย่างแน่นอน

จากการที่ผู้ใช้งานเยอะ และโพสต์วันๆ นึงที่มีมากมายมหาศาล จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ “เพจโดนปิดกั้นการมองเห็น” ขึ้นมานั่นเอง แต่จริงๆ ก็มีวิธีแก้ไขอยู่เหมือนกันไม่ใช่ว่าจะแก้ไม่ได้เลย

1. สาเหตุที่ทำให้ถูกปิดกั้นการมองเห็น Facebook

วิธีแก้เฟสบุ๊คปิดกั้น

จากที่ได้เกริ่นไปตอนแรกว่า Facebook มีผู้ใช้งานมากมายมหาศาลต่อวัน ทำให้จำเป็นต้องกรองคุณภาพของโพสต์แต่ละโพสต์เพื่อให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล หาก Facebook ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนตรงนี้ และแสดงอะไรที่ไม่เข้ากันกับผู้ใข้งาน ก็จะทำให้ผู้ใช้งานอาจจะเปลี่ยนไปใช้แพลตฟอร์มอื่นๆ ก็ได้ ซึ่งมันคงไม่ดีนัก เพราะนั่นจะหมายความว่ารายได้ของ Facebook จะหายไปอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ต้องเข้าใจกับ “มาตรฐานชุมชน Facebook” ก่อน โดยแพลตฟอร์มเฟสบุ๊คถูกสร้างมาเพื่อแบ่งปันเรื่องราวต่างๆ ในชีวิต ครอบครัว และการแสดงความคิดเห็นต่างๆ บนโลกออนไลน์ที่เป็นไปตามความเหมาะสม มันคงจะไม่ดีนักเมื่อเราเข้า Facebook มาแล้ว เราต้องการเสพข่าวสารต่างๆ แต่ดันมาเจอแต่คนขายของบนนั้น เราก็คงไม่ชอบแน่นอน เพราะเลื่อนไปตรงไหนก็เจอแต่การขายของ

รวมถึงการโพสต์ที่ไม่เป็นประโยชน์ เพจที่โพสต์บ่อยๆ ก็ไม่ได้รับผลตอบรับที่ดีพอก็จะถูกลดการมองเห็นด้วยเช่นกัน

2. เข้าใจกับ AI Facebook แบบรวดเร็ว

อัลกอริทึ่มเฟสบุ๊ค

“วันๆ นึงโพสต์บนแพลตฟอร์มมีมากมายหลายล้านโพสต์ พนักงานตรวจสอบที่ดีและรวดเร็วที่สุดก็คือ AI นั่นเอง”

AI ของ Facebook ก็มีความฉลาดอยู่พอสมควร บางคนใช้การเลี่ยงคำหรือใช้คำที่ไม่มีความหมาย บางครั้งก็สามารถเลี่ยงได้ บางครั้งก็ไม่สามารถเลี่ยงได้ โดยบางคิดว่าระบบ AI ของ Facebook เองไม่ได้ฉลาดขนาดนั้น แต่จริงๆ มันฉลาดมากๆ (แต่บางเรื่องก็ไม่ไหวนะ ฮ่าๆ)

ยกตัวอย่างง่ายๆ ที่มักจะเจอเพื่อเลี่ยงไม่ให้ AI จับได้และถูกลดการมองเห็น

VาE, vาย, หรือใช้คำต่างๆ ที่ดูแล้วไม่เป็นประโยค จับใจความไม่ได้ ตัว AI Facebook ก็จะพยายามลดการมองเห็นของเราเช่นกัน แต่ที่บางคนบอกไม่มีผลนั้น ก็ขึ้นอยู่กับ AI Facebook ด้วยว่ามันจับหรือยังไม่จับ

รวมถึงรูปภาพที่ดูแล้วไม่เหมาะสม ถ้ารุนแรงมากอาจจะต้องถึงขั้นโดนแบนกันเลยทีเดียว

วิธีสังเกต ลองโพสต์ด้วยคำขายไปเรื่อยๆ จะสังเกตเห็นว่าแรกๆ ก็เยอะมาก หลังๆ การมองเห็นเริ่มลดลงแทบจะติดเหลือ 0 เลยทีเดียว แต่บางครั้งบอท Facebook มันก็ไม่จับ ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของบอทเค้าแหละ แต่ส่วนใหญ่ก็จะโดนแต่โดนช้าโดนเร็วแค่นั้นเลย

3. เฟสโดนปิดกั้นทําไงดี ? วิธีแก้ไข facebook โดนปิดกั้นการมองเห็น

เฟสบุ๊คโดนปิดกั้นทำยังไง

หลายคนกำลังรอคอยจนถึงช่วงนี้อยู่ใช่มั้ยยย (สารภาพมานะ) ที่ตอนแรกดูยืดๆ ยาวๆ คืออยากจะเกริ่นให้เข้าใจกับ Facebook ก่อนว่าทำไมถึงปิดกั้น เข้าใจกับ AI Facebook ว่ามันจับอะไร งั้นเรามาดูกันดีกว่าว่าจะแก้ไขยังไงกันได้บ้าง เมื่อเพจโดนปิดกั้นการมองเห็น

1. ปรับปรุงโพสต์ให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น

การทำโพสต์ที่มีคุณภาพนั้น ช่วยทำให้กลุ่มเป้าหมายเกิดความสนใจกับโพสต์มากขึ้น และยังเป็นการสร้างโพสต์ที่มีประโยชน์ต่อกลุ่มเป้าหมาย หาก Facebook เห็นแล้วว่าโพสต์นั้นมีประโยชน์จริงๆ มันก็จะนำส่งให้มองเห็นมากขึ้นโดยอัตโนมัติเอง

ในความหมายของคุณภาพก็คือ อาจจะแนะนำประโยชน์สินค้า เช่น ขายเครื่องกรองน้ำ ก็อาจจะทำเป็นรูปง่ายๆ เป็นประโยชน์จากเครื่องกรองน้ำ ส่วนในคอนเทนต์ก็อธิบายแคปชั่นคร่าวๆ และปิดท้ายด้วยการขายสัก 1 – 2 บรรทัดก็พอ

2. ไม่ขายของถี่เกินไป

การใช้โพสต์ที่เกี่ยวข้องกับการขายของแบบโจ่งแจ้งเลย จะสังเกตได้ว่ายอดการเข้าถึง การมองเห็นน้อยกว่าโพสต์ที่ให้เป็นสาระหรือเรื่องทั่วๆ ไป ก็เพราะว่า Facebook คือแพลตฟอร์มแห่งการแบ่งปันเรื่องราวในชีวิตประจำวัน พูดคุยเรื่องทั่วไป หัวข้อต่างๆ และ Facebook ไม่ชอบแน่นอนหากผู้ใช้งานเปิดแพลตฟอร์มเค้าขึ้นมาแล้วเจอแต่การขายของ จึงทำให้โพสต์การขายของถูกลดการมองเห็นลง

3. ลองทำคอนเทนต์ที่ให้ประโยชน์ก่อนบ้าง

การให้คือสิ่งที่ดีที่สุด โดยเฉพาะคอนเทนต์ที่ให้ความรู้ สิ่งที่เป็นประโยชน์ก็มักจะได้รับผลตอบรับที่ดี แต่คอนเทนต์นั้นจะต้องตรงกับบทบาทของเพจ เช่น เพจขายเสื้อผ้าก็อาจจะให้ความรู้เกี่ยวกับประเภทของวัสดุที่เอามาทำเสื้อผ้าว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร หรือเพจขายอาหารอาจจะอธิบายสรรพคุณประโยชน์ของวัตถุดิบในอาหารของเรา เป็นต้น

หากไม่รู้จะเขียนคอนเทนต์ยังไง ลองอ่านบทความนี้ดูนะ เขียนคอนเทนต์แบบไหนดี ให้ถูกใจทั้งผู้เขียนและผู้อ่าน

และคนจะไม่หยุดดูเลยถ้าเขียนพาดหัวไม่น่าสนใจ ดังนั้นแล้วอย่าลืมเขียนพาดหัวให้ดูน่าสนใจด้วยนะ เพราะเปรียบเสมือนเป็น First Impression ที่จะช่วยให้หยุดนิ้วคน พร้อมกับเพิ่มโอกาสในการแวะเข้ามายังเพจหรือร้านของเราได้

4. อย่าทำผิดกฎ Facebook

การทำผิดกฎของ Facebook ก็ส่งถึงต่อการปิดกั้นได้เหมือนกัน สำหรับกฎของ Facebook เราก็สามารถหาอ่านได้ทั่วไป เมื่อเราทำผิดกฎ เบื้องต้นเราก็โดนเพียงแค่ลดการมองเห็นลง แต่เมื่อไหร่ที่ผิดบ่อยๆ และร้ายแรงมากขึ้น จะส่งผลทำให้เพจและบัญชีของเราโดนแบนได้

5. ยิงแอด Facebook บ้าง หากลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ

Facebook ที่ลดการมองเห็นส่วนหนึ่งก็มาจากคนใช้งาน จึงต้องบีบให้ลดการมองเห็นและในที่สุดก็ซื้อโฆษณาเพื่อให้เข้าถึงและขายสินค้าได้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งถ้าเรายังขายในเพจหรือเฟสส่วนตัวอยู่ เราก็จะได้ลูกค้าเดิม ไม่มีกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ มาเพื่อให้เราขายสินค้าได้เพิ่ม การยิงแอด Facebook เราสามารถยิงแอดได้ผ่านทั้งโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ หากใครไม่เคยยิงแอด Facebook เลยก็สามารถหาศึกษาได้ในบทความของ Marketing In Secret เลย ส่วนใครที่กำลังกังวลเรื่องกลุ่มเป้าหมาย ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลไปเพราะเราสามารถยิงเพื่อวัดผลกลุ่มเป้าหมายนั้นก่อนก็ได้ หรือตอนนี้ก็มีโปรแกรมเจาะกลุ่มเป้าหมาย ให้เราได้ลองใช้ ช่วยลดค่าโฆษณาและเพิ่มความแม่นยำ

4. ตัวอย่าง Tie – in ยังไงให้ดูเนียน

tie in สินค้ายังไง

การอธิบายสินค้าที่เหมือนกับการ Tie – In ก็ช่วยได้เหมือนกัน ยิ่งเป็นการเล่าเรื่องที่เหมือนว่าเรานั้นแค่บอกเล่าให้กับเพื่อนๆ ฟังในเรื่องราวดังกล่าว ก็ช่วยเลี่ยงในการถูกลดการมองเห็นได้เหมือนกัน

แต่แนะนำว่าถ้าอยากเขียน Tie – In พยายามเขียนให้เป็นธรรมชาติจะดีกว่า เพราะจะได้ทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่าเราไม่ได้ขายจนเกินไป รวมถึงสามารถอ่านได้แบบเพลินๆ และยังเป็นการเลี่ยงการถูกปิดการมองเห็นจาก Facebook อีกด้วย แต่ถ้าเขียนแบบให้ดูเป็นธรรมชาติแล้วรู้สึกยาก ก็เขียนรีวิวตรงๆ ไปเลยก็ได้แต่ไม่ใช่รีวิวแบบขายจัดๆ นะ

ยกตัวอย่างเช่น

“บราวนี่ช็อกโกแลตแน่นมากกก เนื้อไม่ทรายเลย ชิ้นกำลังพอดีคำ กินแล้วฟินมากกกก ไม่ลองยังไงไหวต้องจัดแล้วนะแบบนี้” พร้อมกับโพสต์รูปภาพสวยๆ สักรูป แน่นอนถ้าเป็นเพจโพสต์ยังไงก็รู้ว่าขาย เป็นอีกวิธีที่ช่วยเลี่ยงได้เหมือนกัน

อีกตัวอย่างมาจากเพจ “น้ำพริกแคบหมูยายน้อย” ที่เอาการขายแบบ Bully แบรนด์ตัวเองมาเล่น จนทำให้ขายดิบขายดี และลูกเพจก็ได้รับความสนุกสนาน ดูจากตัวเลขยอดไลก์ ยอดแชร์ ยอดคอมเมนต์แต่ละโพสต์ในเพจก็รู้แล้ว

น้ำพริกแคบหมูยายน้อย

แต่การ “ว่า (Bully)”แบรนด์ตัวเองแล้วดังนั้นก็ทำได้ยากพอสมควร ไม่ใช่ว่าใครจะทำก็ได้ ดังนั้นหากอยากเล่นบทบาทแบบเพจน้ำพริกแคบหมูยายน้อยอาจจะต้องคิดดีๆ หน่อยก่อนทำ ไม่งั้นเดียวจะเป็นดราม่าได้

สรุป

เพจโดนปิดกั้นการมองเห็น มีอยู่จริง เนื่องจากว่ามีหลายๆ ปัจจัย รวมถึงพื้นที่บนโลกโซเชียลมีเดียเริ่มแน่นขึ้นทุกวัน ทำให้แพลตฟอร์มต่างๆ เริ่มที่จะใช้ AI เข้ามาช่วยคัดโพสต์ที่มีประโยชน์ต่อผู้ใช้งานจริงๆ เพื่อไม่ให้เอาสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ไปโชว์ จนทำให้ผู้ใช้งานหนีไปแพลตฟอร์มอื่นๆ แทน ดังนั้นแล้วเนี่ยการขายอย่างเดียวอาจจะไม่ใช่ทางออกที่ดีอีกต่อไป เพราะว่านอกจากถูกลดการมองเห็นลงแล้วเนี่ย ยังทำให้ลูกค้าเบื่ออีกด้วย

สิ่งที่ต้องทำคือ อาจจะหาแนวทางการเขียนคอนเทนต์รูปแบบอื่นๆ เช่น คอนเทนต์สบายๆ 10% ขาย 20% อีก 70% ก็คือประโยชน์ต่างๆ เป็นต้น