แชร์แบ่งปันกับเพื่อนๆ ได้เลย

การทำ SEO หากคุณได้หาอ่านบทความสอนแล้วเหมือนจะง่าย แต่ไม่ง่ายอย่างที่คิด ส่วนใครที่กำลังฝึกทำ SEO อยู่ก็จำเป็นจะต้องใช้เครื่องมือต่างๆ เพื่อให้การทำของเรามีความสะดวกและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในบทความนี้เราได้รวบรวม 10 เครื่องมือสำหรับทำ SEO โดยเฉพาะ ใช้งานง่ายแถมยังฟรีอีกด้วย

แนะนำเลยว่าคนที่ทำ SEO จริงๆ อย่างน้อยๆ ก็ควรมีเครื่องมือเหล่านี้ เพราะจะทำให้คุณง่ายต่อการติดตามผลลัพธ์รวมถึงการมอนิเตอร์ในเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับเว็บไซต์ของเราได้อีกด้วย

10 เครื่องมือช่วยทำ SEO ที่คุณควรมีติดไว้ (กดเลือกอ่านได้)

1. Alexa Traffic Rank

โดยมีการรวยรวมข้อมูลต่างๆ ของเว็บไซต์ไว้ที่ Alexa Traffic Rank และจะถูกจัดอันดับออกมา เหมาะสำหรับใช้ดูเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาคล้ายกับเราเพื่อสำหรับศึกษา และคีย์เวิร์ดเด่นประจำเว็บนั้นๆ และอย่าไปยึดติดกับอันดับที่ถูกจัดโดย Alexa มากนัก เพราะมันไม่ได้ส่งผลอะไรมาก บางทีเว็บดีๆ อันดับแย่ก็มีเยอะอยู่เหมือนกัน

ในปี 2022 เครื่องมือ Alexa Traffic Rank ได้ถูกยกเลิกไปเรียบร้อยและไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป เดียวแอดจะหาเครื่องมือใหม่ๆ มาแนะนำให้กันอีกครั้งหนึ่ง

Alexa Traffic Rank

2. Moz Bar

ไม่ว่าจะเป็นพวก Header, Internal Link, Title Text, Meta Description รวมถึงดูได้ด้วยว่าหน้าเว็บนี้เปิดให้ Google Index หรือไม่ และความเร็วในการโหลดเท่าไหร่ ซึ่งแปรียบเหมือนเป็นเครื่องมือที่คอยเช็คตรวจสอบโครงสร้างของเว็บไซต์เบื้องต้นว่าเราขาดตรงไหนหรือส่วนไหนครบแล้วบ้าง ตัว Moz Bar ก็สามารถช่วยเช็คได้ระดับหนึ่ง

Moz Bar

3. SEO Quake

ตัว SEO Quake จะเป็นอีกเครื่องมือที่ดีมากๆ ต่อการทำ SEO เพราะจะค่อนข้างวิเคราะห์ได้ละเอียดสุดๆ หากเปรียบเทียบกับหลายเครื่องมือ ไม่ว่าจะเป็น Page Info ที่บอกทั้ง Title Description Internal External link แม้กระทั่ง Server ของเว็บไซต์ นอกจากนี้ยังมี Page Audit ที่จะช่วยบอกจุดบกพร่องของเว็บไซต์ รวมถึงฟีเจอร์อื่นๆ อีกมากมาย ลองไปโหลดติด Google Chrome Extension แล้วลองใช้ได้เลย

SEO Quake

4. Ubersuggest Extension

Ubersuggest Extension ตัวนี้คือส่วนเสริมที่เราสามารถโหลดติดตั้งเข้ากับ Google Chrome ได้เลย ซึ่งเมื่อเราติตตั้งเรียบร้อยแล้วและมีการค้นหาบน Google เมื่อไหร่ มันก็จะบอก Volume Search ของคำที่เราค้นหานั้นๆ รวมถึงแนะนำคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับคำที่เราค้นหาอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีสรุปให้ด้วยว่าคีย์ที่เราค้นหาใน Google มีคนค้นหาต่อเดือนอยู่ที่เท่าไหร่

Ubersuggest Extension

5. Serprobot

Serprobot เป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับการตรวจสอบคีย์เวิร์ดที่เราทำว่าเราอยู่อันดับที่เท่าไหร่ การใช้งานก็ง่ายมากให้เราเปิดเว็บ Serprobot จากนั้นเราก็ใส่คีย์เวิร์ดที่เราทำแล้วกดวิเคราะห์ดู แล้วทางเว็บก็จะดึงข้อมูลมาให้ว่าคีย์เวิร์ดนี้หน้านี้ของเราติดอยู่อันดับที่เท่าไหร่ของ Google เครื่องมือตัวนี้มีความแม่นยำมากๆ หากไม่มั่นใจคุณก็สามารถเช็คควบคู่กับการ “เปิดโหมดไม่ระบุตัวตน” เพื่อตรวจสอบได้

Serprobot

6. Google Search Console

เครื่องมือสำหรับช่วยวิเคราะห์เว็บไซต์และคีย์เวิร์ดที่ถูกพัฒนามาจาก Google เองโดยตรง มันจะช่วยในการตรวจสอบคีย์เวิร์ดทั้งหมดของเว็บไซต์ การนับจำนวนผู้เข้าชมเว็บผ่านคีย์เวิร์ด รวมถึงปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนเว็บไซต์ทางเครื่องมือ Search Console ก็จะแจ้งเตือนให้เราแก้ไขอย่างถูกต้อง ซึ่งคนที่ทำ SEO ควรจะผูกติดกับเว็บไซต์ของตัวเองเป็นอย่างยิ่ง

Google Search Console

7. Google Analytics

อีกหนึ่งเครื่องมือที่ถูกพัฒนาโดย Google เอง เป็นบริการที่จะช่วยให้เราที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์ได้ทราบเป็นข้อมูลในเชิงสถิติว่าเว็บของเรามีผู้เข้าชมเท่าไหร่ รวมถึงมาจากคีย์เวิร์ดไหนบ้าง

ปัจจุบันตัว Google Analytics ปี 2022 ได้เปลี่ยนเป็นตัว GA4 ที่จะมีความละเอียดมากขึ้นด้วย และอีกหนึ่งปัญหาที่เข้ามาก็คือเรื่องของ Cookie PDPA ที่จะส่งผลต่อเรื่องของ Traffic การเข้าเว็บไซต์ และอาจจะได้จำนวนที่ไม่แน่นอนได้

Google Analytics

8. Yoast SEO & Rank Math

เครื่องมือตัวนี้จะอยู่ในเว็บไซต์ที่สร้างด้วย WordPress เป็น Plugin ตัวหนึ่งที่เราสามารถหาโหลดได้แบบฟรีๆ ต้องบอกว่ายังมีคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Plugin ว่าจะช่วยเพิ่มอันดับให้อัตโนมัติ แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่ มันเป็นตัวที่ช่วยให้ให้ “Guideline” แนวทางการทำที่ถูกต้อง โดยจะคอยเช็คทั้ง Keyword H1 H2 และส่วนอื่นๆ ในองค์ประกอบของบทความให้มีความครบถ้วนและสมบูรณ์มากที่สุด

รวมกลุ่มเป้าหมายของสินค้าทุกชนิดไว้ใน E-Book เล่มเดียว ยิงแอดได้ตรงกลุ่มเป้าหมายยิ่งขึ้น

9. iloveimg.com

จะถูกเรียกว่าเป็นเครื่องมือก็ไม่เชิง สำหรับใครที่ไม่สะดวกในการซื้อ Plugin Imagify บน WordPress ก็สามารถใช้วิธีการ “บีบขนาดรูป” ให้เล็กลงได้ เป็นอีกตัวที่มีความสะดวกมาก และสำคัญกับเว็บไซต์เช่นกันในเรื่องขนาดรูป เพราะยิ่งรูปเรามีขนาดไฟล์ใหญ่เท่าไหร่ก็จะส่งผลให้โหลดเว็บช้าเท่านั้น และ Google เองก็แนะนำว่าเว็บควรโหลดใช้เวลาไม่เกิน 3 วินาที

สมมติว่าไฟล์ขนาด 100KB ถ้าเอาไปลดไฟล์ในเว็บนี้ อาจจะเหลือน้อยกว่า 50KB หรือต่ำกว่าก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่ารูปนั้นองค์ประกอบหรือรายละเอียดมากน้อยแค่ไหน

วิธีลดขนาดไฟล์

10. Lighthouse

เป็น Extension ที่สามารถติดตั้งบน Chrome ได้เลย มันจะไว้ให้เราดู Page Speed แบบละเอียดหลายหัวข้อ อาทิเช่น Performance SEO Score Practices และอื่นๆ อีกมากมาย รวมถึงบ่งชี้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเว็บไซต์เราในด้านความเร็ว และเราสามารถนำข้อมูลตรงนี้ไปใช้ปรับปรุงเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้นได้

เช็ค Speed เว็บไซต์

สรุป

เครื่องมือเหล่านี้ยังเป็นเพียงแค่บางส่วนเท่านั้น แต่ที่เรารวบรวมมามันสามารถหาโหลดได้แบบฟรีๆ โดยที่เราไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม นอกจากนี้ยังช่วยอำนวยความสะดวกให้เราทำ SEO ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอีก นอกจากนี้ยังช่วยให้คุณวิเคราะห์ข้อมูลและนำไปต่อยอดในเว็บไซต์ได้อีกมากมาย หากใครสนใจตัวไหนก็ลองหยิบไปใช้กันดูได้เลย


แชร์แบ่งปันกับเพื่อนๆ ได้เลย
Shopping cart
There are no products in the cart!
Continue shopping