แชร์แบ่งปันกับเพื่อนๆ ได้เลย

ในประวัติศาสตร์โลกของเราเคยเกิดสงครามขึ้นหลายครั้งนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นสงครามระหว่างประเทศที่มีการเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สงครามระหว่างดินแดน หรือขยายอาณาเขตในอดีต ซึ่งทำให้หลายคนมองว่าการเกิดขึ้นของสงครามก็ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด

และคงหนีไม่พ้นการสูญเสียรวมถึงการดำเนินสงครามที่ต้องมีระยะเวลายาวนาน เกณฑ์คนไปเป็นทหารเพื่อการศึกสงครามเป็นจำนวนมาก แต่ในประวัติศาสตร์ของโลกเราก็เคยมีสงครามแปลกๆ เกิดขึ้นมาไม่น้อย แล้วมันแปลกยังไงกัน ?

เหตุการณ์สงครามในประวัติศาสตร์แปลกๆ ที่เคยเกิดขึ้นบนโลก (กดเลือกอ่านได้)

เปิดสงครามกับนกอีมู

สงครามนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 1932 ที่ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งตอนนั้นพึ่งจะจบสงครามโลกมามาดๆ ทำให้มีทหารผ่านศึกกลับบ้านมาเป็นจำนวนมาก และต้องการหาพื้นที่ในการอยู่อาศัย รวมถึงสร้างรายได้เพื่อเลี้ยงตนเอง ทางรัฐบาลออสเตรเลียเห็นดังนั้นจึงได้จัดสรรพื้นที่ให้กับทหารผ่านศึกกว่า 5,000 นาย ที่อยู่ในรัฐเวสเทิร์นของออสเตรเลีย ซึ่งช่วงนั้นพวกเศรษฐกิจอะไรต่างๆ ก็อยู่ระหว่างการฟื้นฟู ทำให้เรื่องการทำไร่ทำสวนราคาก็ไม่ได้ดีมากนัก

แต่สิ่งที่เป็นปัญหาจริงๆ ของทหารผ่านศึกคือ “นกอีมู” ที่มีจำนวนมากกว่า 20,000 ตัว เมื่อเป็นดังนั้น ทางรัฐบาลจึงได้ประกาศสงครามกับนกอีมูทันที โดยส่งทหารเข้าไป 2 – 3 นาย พร้อมกระสุนกว่า 10,000 นัด ซึ่งเหล่าทหารก็คิดว่างานนี้มันง่ายสุดๆ

รูปจาก All That’s Interesting

แต่สุดท้ายแล้วภายใน 1 สัปดาห์ หลังจากสาดกระสุนปืนกันฝุ่นตลบสามารถสังหารนกอีมูไปได้ 200 ตัวเท่านั้น ส่วนนกอีมูที่เหลือปลอดภัยดีทั้งหมด สุดท้ายรัฐบาลมองว่าไม่คุ้มจึงได้ให้ยกเลิกปฏิบัติการนี้ทั้งหมด กลายเป็นเหมือนทหารออสเตรเลียได้พ่ายแพ้ให้กับนกอีมู และนกอีมูเป็นฝ่ายชนะในสงครามครั้งนี้ ทำให้สงครามครั้งนี้สร้างเสียงเสียงหัวเราะและล้อเลียนกันมาจนถึงปัจจุบันเลย

สงครามนกอีมู

เกิดสงครามขึ้นเพราะหมู 1 ตัว

สงครามครั้งนี้เกิดขึ้นกับสหรัฐอเมริกากับอังกฤษที่เกือบจะรบกันเพราะเรื่อง “หมู 1 ตัว” เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่บริเวณ “เกาะซานฮวน” ที่ตั้งอยู่ระหว่างช่องแคบแห่งหนึ่งฝั่งหนึ่งเป็นของอังกฤษและอีกฝั่งเป็นของสหรัฐ

รูปจาก Wikipedia

ซึ่งตอนนั้นเหล่าชาติมหาอำนาจต่างก็ให้ทั้งสองประเทศแบ่งกันใช้เกาะไปก่อนจนกว่าจะหาข้อสรุปได้ ต่างฝ่ายต่างก็ส่งคนเข้ามาอยู่บนเกาะเพื่ออ้างกรรมสิทธิ์ของเกาะเป็นของตัวเอง อยู่มาวันนึง ไลแมน คัลตาร์ เกษตกรชาวอเมริกาก็ได้ออกไปทำสวนตามปกติ แล้วพบกับหมูเข้ามาทำลายพืชผลของตัวเองจึงได้ยิงหมูตัวนั้นตายเพราะคิดว่าเป็นหมูป่าไม่มีเจ้าของ

ต่อมาคนของประเทศอังกฤษที่เป็นเจ้าของหมูก็ได้เดินทางมาเจรจาค่าเสียหายแต่ไลแมนก็ไม่ยอมจ่าย ทางเจ้าของหมูจึงบอกว่าจะไปรายงานเจ้าหน้าที่อังกฤษ ทางไลแมนเองก็กลัวจึงได้ไปแจ้งเจ้าหน้าที่สหรัฐด้วยเหมือนกัน เมื่อเรื่องเป็นแบบนี้ทางอังกฤษจึงได้ส่งเรือรบเข้ามา 3 ลำ พร้อมกับทหารอีกกว่า 2,000 คน เข้ามาตรึงกำลัง ทางสหรัฐเองก็ส่งทหารเข้ามาตรึงกำลังเช่นกัน

รูปจาก Wikipedia

สุดท้ายแล้วหลังตรึงกำลังกันกว่า 12 ปี จักรพรรดิวิลเฮล์มที่ 1 แห่งเยอรมณีได้เป็นประธานอนุญาโตตุลาการในการตัดสินให้สหรัฐเป็นฝ่ายชนะ สรุปคือสงครามครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตเพียงแค่ “หมู 1 ตัว” เท่านั้น สงครามนี้จึงถูกเรียกว่าสงครามหมูนั่นเอง

สงคราม 38 นาที

สงครามนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 1896 ระหว่างอังกฤษกับแซนซิบาร์ ความขัดแย้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่สุลต่านฮาหมัด บิน ทูไว ได้เสด็จสวรรคตกระทันหัน และหลานชายอย่าง คาลิด บิน บาร์กาช ก็ได้ประกาศเป็นสุลต่านองค์ใหม่ทันทีโดยที่ไม่ได้รับอนุมัติจากรัฐบาลอังกฤษ

คาลิด บิน บาร์กาซ รูปจาก Wikipedia

ซึ่งสมัยนั้นแซนซิบาร์เป็นหนึ่งในรัฐที่ปกครองโดยอังกฤษ และทางอังกฤษก็ต้องการให้คนของทางอังกฤษปกครองมากกว่า หลังจากนั้นคาลิด บิน บาร์กาช ก็ได้ระดมกำลังพลกว่า 3,000 คนพร้อมกับเรือ HHS Glasgow ที่ได้พระราชทานจากสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย แต่ทางอังกฤษก็ได้เริ่มต้นจากการเจรจาก่อนแต่ก็ไม่เป็นผลแต่อย่างใด หลังจากที่กองกำลังเสริมของอังกฤษมาถึงเพิ่มเติมก็ได้เตือนอีกครั้ง โดยให้ย้ายออกจากพระราชวังก่อน 9 โมง

สุดท้ายไม่ได้ผลเช่นเดิมแล้วก็ได้เกิดการปะทะขึ้นตอน 9.02 น. จึงได้เริ่มถล่มใส่พระราชวังแซนซิบาร์ ซึ่งพระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นมาจากไม้ และไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้พร้อมรับกับการโจมตีด้วย สุดท้ายแล้วพระราชวังเสียหาย ทหารฝ่ายแซนซิบาร์บาดเจ็บกว่า 500 คน เรือ HHS Glasgow ก็ถูกทำลาย ส่วนอังกฤษทหารบาดเจ็บเพียงแค่ 1 คน ตอนเวลา 9.40 นาทีทางแซนซิบาร์ก็ได้ประกาศยอมแพ้ไป ระยะเวลาสงครามครั้งนี้ก็เท่ากับว่าเปิดศึกกันเพียงแค่ 38 นาทีเท่านั้น นับเป็นสงครามที่สั้นที่สุดในประวัติศาสตร์

พระราชวังที่ถูกถล่มหลังจบสงคราม 38 นาที รูปจาก Ancient Origins

สงคราม 335 ปี

สงครามนี้เกิดขึ้นเมื่อราวๆ ปี 1651 – 1986 โดยเป็นการทำสงครามระหว่างเนเธอร์แลนด์กับเกาะซิลลี่ เป็นเพียงเกาะเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ สงครามนี้จริงๆ เป็นการรบกันของทั้งสองกลุ่มคือ กลุ่มรัฐสภาที่นำโดย Oliver Cromwell กับกลุ่มกษัตริย์นิยมที่มีผู้นำคือ King Chales ที่ 2

King Chales ที่ 2  รูปจาก bio.Biography.com

ช่วงแรกๆ กลุ่มกษัตริย์นิยมก็ถือไม้ต่อสามารถชนะได้อย่างงดงาม แต่ภายหลังได้ถูกกดดันเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ต้องมาตั้งหลักที่เกาะซิลลี่ สาเหตุที่เนเธอร์แลนด์เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ซึ่งสมัยนั้นก็คือสาธารณรัฐดัตช์ก็เพราะว่าผู้ที่สนับสนุนดัตช์ก็คือ ฝ่ายรัฐสภา ตอนนั้นได้มีการปะทะกันของเรือดัตช์กับเรือของกลุ่มกษัตริย์นิยมขึ้นจนเกิดความเสียหาย ทำให้ทางดัตช์เห็นแล้วว่าตอนนี้ฝ่ายดังกล่าวกำลังอ่อนกำลังลงอย่างมาก

จึงถือโอกาสในการกดดันให้ยอมมอบแต่โดยดี และยอมจ่ายค่าเสียหายให้กับทางดัตช์ด้วย ตอนแรกทางฝ่ายกลุ่มกษัตริย์นิยมไม่ยอมรับข้อเรียกร้องดังกล่าวมาแม้แต่น้อย จนทางดัตช์ก็ได้ส่งเรือเข้าไปปิดล้อมเกาะเป็นระยะเวลากว่า 3 เดือน สุดท้ายแล้วทางฝ่ายนั้นก็ได้ยอมรับข้อตกลงและก็ถอยเรือกลับไป

แต่ๆๆ ทั้งสองฝ่ายเหมือนจะลืมอะไรไปบางอย่างจนระยะเวลาผ่านมากว่า 335 ปี เมื่อมีนักประวัติศาสตร์ท้องถิ่นแห่งเกาะซิลลี่ที่ชื่อ Roy Duncan ได้พบเรื่องราวของสงครามครั้งนี้ และพยายามหาใบประกาศยุติสงครามระหว่าง 2 ประเทศนี้แต่ไม่ว่าจะค้นหาอย่างไรก็ไม่พบ สุดท้ายแล้วดันแคนจึงได้ติดต่อไปที่สถานทูตเนเธอร์แลนด์ประจำกรุงลอนดอน

คุณ Roy Duncan รูปจาก Isles Of Scilly Council

และเมื่อวันที่ 17 เมษายน 1985 ไรน์ ฮิวเดโคเพอร์ เอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ประจำกรุงลอนดอนก็ได้ไปเยี่ยมเยือนหมู่เกาะซิลลี่ และลงนามยุติสงครามระหว่างหมู่เกาะซิลลี่กับเนเธอร์แลนด์อย่างเป็นทางการ และปิดฉากสงครามที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ซึ่งกินแวลาไปกว่า 335 ปีเลยทีเดียว

ผลสรุปของสงครามครั้งนี้คือ ไม่มีผู้เสียชีวิต ไม่มีการต่อสู้ใดๆ ไม่มีกระสุนปืนถูกใช้แม้แต่นัดเดียว พูดง่ายๆ คือปราศจากความรุนแรงทุกรูปแบบและไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตแม้แต่คนเดียว แต่ที่สงครามยาวนานขนาดนี้เพราะทั้งสองฝ่ายต่างก็ลืมยุติสงคราม และฝ่ายเนเธอร์แลนด์เองก็ลืมประกาศชัยชนะต่อหมู่เกาะซิลลี่ด้วย


แชร์แบ่งปันกับเพื่อนๆ ได้เลย
Shopping cart0
There are no products in the cart!
Continue shopping