แชร์แบ่งปันกับเพื่อนๆ ได้เลย

การทำโฆษณา Facebook หรือที่เราเรียกกันว่า “ยิงแอด Facebook” แต่ละครั้งเราต้องมานั่งปวดหัวตลอดว่าจะเลือกกลุ่มเป้าหมาย Facebook ตัวไหนดี กลุ่มนี้ไม่เวิร์คแล้วจะไปตรงไหนต่อได้หรือจะเป็นการทำโฆษณา Facebook ครั้งแรกก็ยังนึกไอเดียไม่ออก หรือหากลุ่มเป้าหมายที่ตัวเองต้องการไม่เจอ งั้นเรามาลองหาไอเดียร่วมกันดีกว่า แล้วนำไปปรับใช้กันดู

1. กลุ่มเป้าหมายของเราเป็นใคร?

กลุ่มเป้าหมาย

สำหรับการยิงแอด Facebook เราก็ต้องรู้ก่อนว่ากลุ่มเป้าหมายของเราเป็นใคร โดยหลักๆ Facebook จะมีสิ่งที่ต้องกำหนดเมื่อเราต้องทำโฆษณาแบบปกติอยู่ 3 – 4 ตัว ซึ่งหากเรามองตัวโฆษณา Facebook นี้ดีๆ ก็จะเหมือนกับ Market Segment การแบ่งส่วนตลาดนั่นเอง (แต่ Facebook เอามากำหนดแบ่งเป็นกลุ่มเป้าหมาย)

  1. กำหนดตำแหน่งที่ตั้ง
  2. กำหนดอายุ เพศ
  3. กำหนดตามความสนใจหรือพฤติกรรม
  4. ภาษา (แล้วแต่ธุรกิจจะใช้ ขึ้นอยู่กับสินค้าและบริการด้วย)
กลุ่มเป้าหมาย Facebook

คร่าวๆ ให้เราทำความเข้าใจกับสินค้าหรือบริการของเราก่อนว่ากลุ่มเป้าหมายของเราจะเป็นใคร แล้วเราถึงไปกำหนดใส่กลุ่มเป้าหมายใน Facebook อีกครั้งหนึ่ง

สมมติว่าขายหม้อทอดไร้น้ำมัน

กลุ่มเป้าหมายที่คาดว่าจะใช้งานอุปกรณ์ดังกล่าวอายุ 25 – 50 ปี เน้นกลุ่มคนที่ชอบทำอาหาร หรือมีงานอดิเรกเกี่ยวกับด้านอาหาร หรือเป็นคุณแม่บ้าน ส่วนตำแหน่งที่ตั้งไม่ว่าจะอยู่จังหวัดใดก็ใช้งานได้ อันนี้เดียวให้ Facebook บอกอีกทีว่าที่ไหนมีแนวโน้มมากที่สุดค่อยเน้นจุดนั้น

เมื่อได้ประมาณนี้เท่ากับว่าเราก็จะได้กลุ่มเป้าหมายเบื้องต้นมาแล้ว 1 ชุดนั่นเอง แล้วเดียวเราเอาไปเช็คกันว่าสิ่งที่เราคิดจะพอตรงกับกลุ่มเป้าหมายของ Facebook หรือไม่

2. 6W1H เอามาปรับใช้ให้เข้าใจสินค้าตัวเองมากขึ้น

6W1H

หากใครยังนึกไม่ออก สามารถใช้หลักการ 6W1H ที่เป็นทฤษฎีทำให้เราเข้าใจผู้บริโภคมากขึ้น แต่ประยุกต์ใช้กับสินค้าหรือบริการของตัวเอง ซึ่งนำมาวิเคราะห์ได้ใกล้เคียงกัน ช่วยในการทำความเข้าใจกับสินค้าหรือบริการคุณได้เช่นกัน และน่าจะเห็นภาพได้มากยิ่งขึ้น รวมถึงมันยังสามารถช่วยให้เรากำหนดกรอบของกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการนำเสนอได้ในระดับหนึ่งอีกด้วย

1. What สินค้าของคุณคืออะไร

แล้วทำไมกลุ่มลูกค้าของคุณต้องซื้อ ตรงนี้อาจจะมองหาจุดขายของผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณ เช่น หม้อทอดไร้น้ำมัน ช่วยเรื่องสุขภาพจากการไม่ใช้น้ำมัน หรือการบริการซ่อมรถยนต์เจ้าอื่นอาจจะซ่อมรถธรรมดาแต่งรถแบบทั่วๆ ไปได้ แต่ของเราสามารถปรับแต่งรถธรรมดาให้กลายเป็น Sport ได้ เป็นต้น

2. Where เราจะไปจัดจำหน่ายที่ช่องทางใดบ้าง

แล้วกลุ่มเป้าหมายจะเห็นสินค้าหรือบริการเราได้ที่ไหน? โดยบางสินค้าอาจจะเหมาะกับบางช่องทางเท่านั้น เช่น ขายอสังหาริมทรัพย์ เหมาะกับการขายบนเว็บไซต์มากกว่าเพราะลูกค้าต้องหาข้อมูลเพื่อตัดสินใจเยอะ ส่วนช่องทาง Social Media ต่างๆ เป็นตัวปูพรมให้ลูกค้าเข้าไปอ่านรายละเอียดต่างๆ บนเว็บไซต์ของเรา หรือถ้าหม้อทอดอาจจะขายบน Facebook, Instagram ได้ดีกว่าบนเว็บไซต์ หรือใช้ Twitter เป็นตัวส่งเสริมเทรนด์การใช้หม้อทอดไร้น้ำมันทำอาหาร

3. When เมื่อไหร่ที่กลุ่มเป้าหมายลูกค้าจะซื้อของเรา

ความถี่เป็นต่อวัน ต่อเดือน หรือต่อปี หรือครั้งเดียว ตรงนี้เหมือนจะไม่สำคัญ แต่จริงๆ แล้วสำคัญต่อการกำหนดราคาความคุ้มค่าในการขาย รวมถึงสำคัญต่อการหาลูกค้าด้วยเช่นกัน หากสินค้าของคุณขายให้ลูกค้าคนเดิมได้แค่ปีละครั้ง สินค้าชิ้นนั้นได้กำไรแค่ 5% ซึ่งน้อยมากๆ พอคุณเห็นและพิจารณาย้อนกลับมาคิดทีหลังมันอาจจะทำให้หมดกำลังใจได้เพราะรู้สึกไม่คุ้มค่า

4. Why เหตุผลที่ทำไมลูกค้าต้องเลือกเราหรือซื้อของเรา?

การซื้อสินค้าของกลุ่มเป้าหมายหรือทุกๆ คน ย่อมมีตัวเลือกในใจมากกว่าหนึ่งอยู่แล้ว (ยกเว้นแต่เป็นสินค้าที่ทำได้เจ้าเดียวในโลกนะ) ดังนั้นหากคุณอยากจะให้กลุ่มเป้าหมายเลือกคุณมากกว่า คุณก็ต้องทำให้ตัวเองมีจุดเด่นมากกว่าเจ้าอื่นให้ได้ เช่น ขายอุปกรณ์ Smart Home รักษาความปลอดภัยในบ้าน เจ้าอื่นอาจจะมีบริการสั่งซื้อแล้วมีวิดีโอสอนการใช้งานการติดตั้งมาให้ แต่เราทำให้เหนือกว่าและเพิ่มมูลค่าได้โดยการ “ออกไปติดตั้งให้ถึงบ้าน” เพียงแค่ลูกค้าบวกเงินเพิ่มอีก 500 บาท ก็มีช่างไปติดให้ถึงบ้านทันที เป็นต้น

5. Who สินค้าหรือบริการของเรา ใครเป็นกลุ่มเป้าหมายกันแน่?

สินค้าทุกชิ้นนั้นย่อมมีกลุ่มเป้าหมายหรือลูกค้าอยู่ในตัวอยู่แล้ว เพียงแต่เราต้องมองให้ออกว่ากลุ่มเป้าหมายจะเป็นใคร หลายคนที่คิดไม่ออกเพราะว่ามักจะเอาตัวเองเป็น “ผู้ขาย” มากกว่า “ผู้ซื้อ” ลองวางคำขายของคุณลงก่อน แล้วไปยืนในจุดที่ลูกค้าอยู่ว่าถ้าเป็นสินค้าหรือบริการตัวนี้ เราต้องทำยังไงถึงจะใช้มัน เราต้องทำอะไรอยู่ถึงจะได้ใช้มัน

6. Whom สินค้าของเราต้องมีปัจจัยจากคนรอบข้างมากระตุ้นในการซื้อหรือไม่?

หากสินค้าของเราจำเป็นต้องใช้ปัจจัยนั้นก็ต้องมองต่อว่าใครจะเป็นผู้มีอิทธิพลต่อกลุ่มเป้าหมายของเรา เช่น เราทำธุรกิจปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ย่านสถานศึกษา กลุ่มเป้าหมายอาจจะเป็นนักศึกษาที่อยู่ย่านนั้นก็จริง แต่อิทธิพลการตัดสินใจอาจจะอยู่ที่คุณพ่อคุณแม่เพราะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ หรือเราขายเครื่องสำอาง พบว่า Influencer A เป็นนักรีวิวเครื่องสำอาง และรีวิวเมื่อไหร่คนก็ซื้อมาใช้บ้างตลอด ดังนั้นแล้ว Influencer A อาจจะเป็นผู้มีอิทธิพลต่อกลุ่มเป้าหมายของคุณก็ได้

7. How ลูกค้าของเราจะซื้อได้อย่างไร ซื้อได้ที่ไหนบ้าง?

ตรงนี้ไม่น่าจะยากเท่าไหร่ เพราะว่าส่วนใหญ่แล้วลูกค้าก็มักจะซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์เป็นหลักในปัจจุบัน แต่ทีนี้ก็ต้องมาคิดต่ออีกว่ากลุ่มเป้าหมายของเราน่าจะไปอยู่แพลตฟอร์มใดบ้าง ยกตัวอย่างอีก ขายเสื้อผ้าแฟชั่นสุดเก๋สไตล์เกาหลี กลุ่มเป้าหมายก็มักจะอยู่ใน Facebook และ Instagram แต่อาจจะได้ใน Instagram เป็นหลักหากภาพสวย คุมโทนดี หากเราเอาเสื้อผ้าไปลงขายใน Twitter อาจจะได้ยอดขายไม่สู้ช่องทางอื่นๆ เท่าไหร่ ดังนั้นก็ต้องคิดกันเสียหน่อยว่าสินค้าหรือบริการของเรานั้นลูกค้าจะหาซื้อได้ที่ไหนบ้าง

ประหยัดต้นทุนในการทำโฆษณาลง 30% และค้นหากลุ่มเป้าหมายให้กับธุรกิจได้แม่นยำยิ่งขึ้นด้วย InterestPRO

3. เครื่องมือฟรี Facebook Audience Insights 

เครื่องมือ Facebook

เครื่องมือสุดเจ๋งจาก Facebook ที่จะช่วยบอกคุณได้แบบดีมากๆ เลยทีเดียวว่ากลุ่มเป้าหมายที่คุณคิดมานั้นตรงหรือไม่กับกลุ่มเป้าหมายที่อยู่ใน Facebook ซึ่งจะบอกทั้งรายละเอียดเกี่ยวกับความสนใจเพจ อายุ ที่อยู่อาศัย อุปกรณ์มือถือที่กลุ่มเป้าหมายนั้นใช้งานอยู่ งั้นเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า

เริ่มต้นเปิดหน้า Facebook Ads Audience Insights ขึ้นมาก่อนเลย แต่ต้องเปิดบนคอม iPad Tablet หรืออุปกรณ์ที่สามารถปรับแสดงผลเหมือนกับคอมพิวเตอร์ได้นะ หากใช้เวอร์ชั่นโทรศัพท์มันจะไม่สามารถแสดงผลได้

แอดทดลองใช้งานเมื่อ วันที่ 01 มีนาคม 2564 พบว่าการระบุประเทศหรือจังหวัดอาจจะไม่ขึ้นโชว์แสดงผลในช่องที่กรอกว่าเราเลือกเป็นประเทศอะไรหรือจังหวัดใด แต่ข้อมูลจะเด้งโชว์หน้า Dashboard ตามปกติ ระวังสับสนดีๆ อันนี้แอดทดสอบจากคอมเพียงเครื่องเดียว เมื่อทดสอบกับเครื่องอื่นๆ แล้วได้ผลอย่างไรจะมาอัปเดตอีกครั้งจ้า

เข้าลิงค์แล้วก็จะเจอหน้าตาแบบรูปด้านล่าง ให้กดเลือก “ทุกคนบน Facebook”

FB Audience

ต่อมาในวงสีแดงให้เราใส่ประเทศหรือจังหวัดที่เราต้องการ แต่ในที่นี้แอดจะใส่ “ประเทศไทย” ลงไปเลย ส่วนที่ขีดเส้นใต้ไว้คือเราสามารถดูได้ว่าเราเลือกดูข้อมูลประเทศอะไรอยู่

เลือกประเทศไทย

เลือกเกณฑ์อายุที่เรากำหนดไว้ และเพศที่เราต้องการหากลุ่มเป้าหมาย Facebook ได้เลย

เลือกอายุ

ต่อมาให้เราใส่ความสนใจที่เราลิสต์ไว้เบื้องต้นลงไปได้เลย แล้วหน้า Dashboard ก็จะเปลี่ยนไป

ในรูปหมายเลข 1 แอดค้นหาในช่องด้วยคำว่า “ฟุตบอล”

หมายเลข 2 คือแอดกดมาที่ “การกดถูกใจเพจ”

ความสนใจ

เบื้องต้นส่วนตัวแอดจะดูก่อนว่าตรงการถูกใจเพจกับหมวดหมู่มีความสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายที่เรากรอกลงไปหรือไม่ เน้นว่าการถูกใจเพจถ้าสัก 3 – 6 อันดับแรกใกล้เคียงกับธุรกิจเราก็ถือว่ากลุ่มเป้าหมายนี้ไปต่อได้ (ส่วนตัวแอดพยายามให้ได้ 5 ถึง 6 กลุ่ม จะได้ตรงมากขึ้น) ส่วนหมวดหมู่เองก็เช่นกัน แต่ในภาพด้านล่างถ้าทำธุรกิจรับตัดเสื้อทีมบอล อาจจะต้องหา Scope กลุ่มเป้าหมายให้ได้ชัดเจนมากกว่านี้

ถูกใจเพจ

นอกจากนี้เราสามารถดูหัวข้ออื่นๆ ได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งที่ตั้ง กิจกรรม ข้อมูลประชากรศาสตร์ เพื่อที่เราจะได้นำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์คาดการณ์เกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมายได้

รวมข้อมูล

ทั้งนี้เวลาแอดทำจะใช้คู่กับ Facebook Ads Manager ด้วยในการค้นหา เนื่องจากว่าใน Audience Insight จะไม่บอกว่าจริงๆ แล้วกลุ่มเป้าหมายกลุ่มนี้เป็นความสนใจ หรือเป็นตำแหน่งงานกันแน่ เพื่อให้เลือกได้ตรงตามความต้องการก็เลยใช้คู่กัน ดูความแตกต่างได้จากภาพด้านล่างเลย

Ads Manager

Ads Manager มีบอกว่าเป็นความสนใจหรืออะไร

หากลุ่มเป้าหมาย

Audience Insights ไม่มีบอกว่าคืออะไร

หากเราหากลุ่มเป้าหมายที่ตรงกับความต้องการของเราได้แล้ว ก็นำกลุ่มเป้าหมายนั้นไปยิงแอด Facebook ได้เลยทันที

4. หาด้วยโปรแกรมเจาะกลุ่มเป้าหมาย InterestPRO

InterestPRO

กลุ่มเป้าหมายที่ Facebook แสดงอยู่นั้นมีจำนวนน้อยมากๆ ยิ่งสำหรับกลุ่มเป้าหมายลึกๆ แล้ว Facebook นี่ไม่เอาขึ้นมาโชว์เลยหากเราพิมพ์คำหรือคีย์เวิร์ดนั้นๆ ไม่ถูก แถมบางคำพิมพ์ตรงแล้วก็ยังไม่ขึ้นอีกต่างหาก ดังนั้นแล้วเนี่ย “โปรแกรมเจาะกลุ่มเป้าหมาย” ก็เป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยให้หากลุ่มเป้าหมายที่แอบซ่อนอยู่ของ Facebook ด้วยการดึง API จากโฆษณา Facebook ออกมาเป็นกลุ่มเป้าหมายให้เราเลือกได้เลย

ข้อนี้แอดจะหากลุ่มเป้าหมายด้วยโปรแกรมเจาะกลุ่มเป้าหมายของ InterestPRO นะครับ

ก่อนอื่นเลยให้เข้าเว็บนี้ https://interestpro.co/

เจาะกลุ่มเป้าหมาย

เบื้องต้นเราก็สามารถไปทดลองใช้งานฟรีได้นะ ส่วนของแอดใช้แบบเสียเงินเรียบร้อย

สมมติว่าแอดขายอาหารเพื่อสุขภาพจำพวกสลัดผัก สลัดอกไก่ ไข่ แซนวิซเพื่อสุขภาพ เดียวแอดลองหากลุ่มเป้าหมายจาก InterestPRO ก่อนว่าจะมีอะไรบ้าง แล้วแอดจะเอาไปใส่ใน Facebook Audience Insights ของ Facebook อีกทีว่ากลุ่มเป้าหมายนั้นตรงกับความต้องการของแอดรึเปล่า

สมัครฟรี

ทดลองใช้ฟรี

สมัครแพ็กเกจ

แพ็คเกจแบบเป็นสมาชิกเรียบร้อย

ในภาพด้านล่าง แอดลองหาคำง่ายๆ เลยเอาแบบกว้างมากๆ แอดไม่มีไอเดียกลุ่มเป้าหมายนี้ เลยต้องให้ InterestPRO ช่วยขุดขึ้นมาให้ว่ามันมีอะไรน่าสนใจบ้าง

เจาะเป้าหมาย

ต่อมาแอดรู้สึกว่ากลุ่มเป้าหมายที่เลือกมานั้น อาจจะยังดูไม่เจาะจงมากพอ เลยว่าจะหาอีกกลุ่มไว้เพื่อนำกลุ่มเป้าหมายนั้นมาจำกัดให้แคบลง และสร้างความแม่นยำให้กับชุดโฆษณามากขึ้น เลยจะหากลุ่มเป้าหมายคนเล่น “Fitness” มาเพิ่มสักหน่อย

แอดไม่รู้เลยว่ากลุ่มไหนกันแน่ที่อาจจะพอเข้ากันได้กับอาหารเพื่อสุขภาพของเราเลยเลือกมาก่อน เดียวมาเช็คใน Facebook Audience Insights อีกทีเดียวมาอธิบายเหตุผลให้ฟังนะว่าขายอาหารเพื่อสุขภาพ เกี่ยวอะไรกับฟิตเนส แต่ถ้าใครเข้าใจแล้วจุ๊ๆ ไว้ก่อนนะ

เลือกกลุ่มเป้าหมาย

ได้กลุ่มเป้าหมายแล้ว ทีนี้มาเข้าสูตรกันใน Facebook Audience Insights ทีละตัวได้เลย

กลุ่มเป้าหมายรูปด้านล่างไม่น่าจะเหมาะกับแอดเท่าไหร่ ถึงแม้จะมีฟิตเนสอยู่ด้วย แต่ไม่น่าจะกินสลัดร้านแอดอิ่มแน่ๆ ฉะนั้นจะตัดกลุ่มนี้ออก (จริงๆ แล้วแต่คนนะว่าจะใช้กลุ่มนี้หรือไม่ใช้ก็ได้ แต่ส่วนตัวแอดขอเช็คตัวอื่นก่อนเดียวกลุ่มเป้าหมายจะไปตีกันมากเกินไป)

ลองหาความสนใจ

ส่วนอันล่างแอดว่าโอเคสำหรับแอดแล้ว ก็จะบันทึกลงไปในโน้ตเพื่อเก็บไว้ใส่ในช่อง Interest ของ Facebook Ads Manager เลย

ได้กลุ่มเป้าหมาย

หากเพื่อนๆ มีกลุ่มเป้าหมายอยู่ในมือแล้วแต่ยังไม่มั่นใจว่าจะตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการรึเปล่า เราก็สามารถนำกลุ่มเป้าหมายดังกล่าวไปเช็คได้ใน Facebook Ads Audience Insights ได้เลย หากกลุ่มเป้าหมายตรง เราก็ค่อยก้อปไปไว้สำหรับยิงโฆษณา Facebook ต่อไป

ก้อปกลุ่มเป้าหมาย

5. ไอเดียหากลุ่มเป้าหมาย Facebook

ไอเดียโฆษณา

ทำโฆษณา Facebook Ads แต่ละครั้งเราแทบจะหากลุ่มเป้าหมายใหม่เกือบทุกรอบ หรือสำหรับคนที่ทำแอด Facebook ใหม่ๆ อาจจะยังงงว่าต้องกำหนดกลุ่มเป้าหมายยังไง หรือจะต้องใส่ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายสินค้า

ต้องบอกเลยว่าอาจจะไม่ได้ผล เพราะสิ่งที่คิดกับสิ่งที่ Facebook มี กลุ่มเป้าหมายเค้าไม่ได้ตรงเป๊ะๆ ขนาดนั้น เราจึงต้องมาหากลุ่มเป้าหมายเพิ่มเติมผสมผสานเพื่อให้ลงตัวมากยิ่งขึ้น เหมือนกับการผสมสีต่างๆ ให้ได้สีที่เราต้องการนี่แหละ

ใส่กลุ่มเป้าหมายแบบผสม

การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย Facebook ไม่จำเป็นเพียงแค่เราต้องใส่ชื่อตรงๆ หรือใส่ให้ตรงกับตัวสินค้าเท่านั้น เราสามารถนำกลุ่มเป้าหมายมาผสมรวมกันได้หากเป็นพฤติกรรมใกล้เคียงกันเพื่อให้โฆษณา Facebook ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการมากที่สุด ตัวอย่างเช่น ขายครีมทาผิว ก็สามารถใส่กลุ่มเป้าหมายเครื่องสำอางหรือคลินิกเสริมความงามได้ เพราะจัดอยู่ในหมวดที่ใกล้เคียงกัน

ไปส่องในเพจที่ใกล้เคียงกับเรา

ลองไล่ดูจากเพจคนอื่นว่าคนที่มาคอมเมนต์หรือมาถูกใจเพจเค้าบ่อยๆ ที่ทำไมถึงมา ลักษณะพฤติกรรมเป็นอย่างไร เพื่อที่เราจะได้นำมาปรับปรุงโฆษณาของเราและกลุ่มเป้าหมายของเรา ดังตัวอย่างข้างล่าง สมมติแอดทำเพจเกี่ยวกับคลิปวิดีโอ ก็เข้าไปดูเพจที่ใกล้เคียงกับเราว่ากลุ่มเป้าหมายเป็นใคร ลักษณะเป็นอย่างไรในเบื้องต้น และนำมาวิเคราะห์ต่อเพื่อทำโฆษณาหรือคอนเทนต์ต่างๆ

ดูในคอมเมนต์

ไปไล่ดูจากโฆษณาที่ส่งมาหาเรา

เราสามารถเข้าไปเลือกดูโฆษณาของคู่แข่งหรือบุคคลที่ทำธุรกิจใกล้เคียงกับคุณ และยังสามารถแอบดูกลุ่มเป้าหมายเบื้องต้นได้อีกด้วย สามารถทำตามรูปด้านล่างได้เลย

Lazada

วิธีแอบดูโฆษณาที่ส่งมาหาเรา

วิธีดูโฆษณา

กลุ่มเป้าหมายที่ Facebook Ads ส่งมา

หาไอเดียโฆษณาเพื่อเอามาปรับใช้กับเพจตัวเองด้วย Facebook Ads Library

เริ่มต้นให้เราเข้าลิงค์นี้ก่อน : Facebook Ads Library เมื่อเข้าเรียบร้อยแล้วก็ทำการกรอกชื่อเพจที่เราต้องการลงในกรอบที่แอดวงไว้เลย อ้อ!! อย่าลืมกดเลือกทั้งหมดนะ ไม่ต้องเลือกประเด็นทางการเมือง

Ads Library

ในตัวอย่างแอดจะกรอกเป็นเพจ Google Ads เท่านี้เราก็จะเห็นโฆษณาของ Google Ads แล้วว่ามีโฆษณาอะไรบ้าง เขียนแคปชั่นยังไง ยิ่งเป็นการยิงแอดจากโพสต์เราก็สามารถไปค้นหาในเพจได้เลยว่าผลตอบรับดีหรือไม่กับการทำโฆษณารูปแบบนั้น แล้วเราก็นำไปปรับใช้เอา

FB Library

สรุป

การหากลุ่มเป้าหมาย Facebook เท่าที่เจอส่วนใหญ่มักจะนึกไม่ค่อยออก หรือไม่รู้ว่ากลุ่มเป้าหมายของสินค้าตัวเองเป็นอย่างไร เบื้องต้นเราสามารถเอากลุ่มเป้าหมายที่เราคิดไว้ในใจไปเช็คใน Facebook Audience Insights

เพื่อเช็ครายละเอียดว่ากลุ่มเป้าหมาย Facebook นั้นมีความเกี่ยวข้องหรือน่าจะเป็นกลุ่มเป้าหมายของเราหรือไม่ เท่านี้ก็ช่วยสำหรับการกำหนดกลุ่มเป้าหมายเพื่อยิงแอด Facebook ได้แล้ว

หรือถ้าต้องการประหยัดค่าโฆษณา Facebook ก็ใช้โปรแกรมเจาะกลุ่มเป้าหมายของ InterestPRO ให้ช่วยหากลุ่มเป้าหมายที่แอบอยู่ และจะช่วยให้คุณประหยัดค่าโฆษณามากขึ้น

แต่อย่าลืม!! ต้องเข้าใจสินค้า พฤติกรรมลูกค้า ด้วยหลัก 6W1H ด้วยนะ ไม่งั้นกลายเป็นว่าคุณก็จะโพสต์หรือทำคอนเทนต์ไม่ได้ตรงใจกับกลุ่มเป้าหมายมากเท่าที่ควร

 

ถึงตาของคุณบ้างแล้วล่ะ

การทำโฆษณา Facebook ให้ได้ผลและประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากการโฟกัสไปที่กลุ่มเป้าหมาย Facebook แล้วก็เช็คคอนเทนต์ รูปภาพ รูปแบบการโฆษณาของเราด้วยว่าตอบโจทย์กับกลุ่มเป้าหมายหรือไม่ เพราะองค์ประกอบที่เล่ามาก็อยู่ในส่วนหนึ่งของการทำแอดให้ปัง ออเดอร์เป็นร้อยเป็นพันด้วย ถ้าอ่านจนจบถึงตรงนี้ ก็พร้อมที่จะไปลุยกันได้เลย

หรือใครยังไม่พร้อม ยังไม่มีความรู้ในการยิงแอด Facebook Instagram ก็กดอ่านบทความเพิ่มเติมได้เลย เนื้อหามีสอดแทรกเคล็ดลับอื่นๆ เพิ่มเติมไว้ด้วย


แชร์แบ่งปันกับเพื่อนๆ ได้เลย
Shopping cart
There are no products in the cart!
Continue shopping