พูดถึง TenCent แล้วบางคนอาจจะรู้จัก บางคนอาจจะมีอาการ “อิหยังวะ” เกิดขึ้น เพราะไม่คุ้นเคยชื่อนี้มาก่อน แต่ถ้าแอดบอกว่าคือบริษัทของ ROV League of Legend JOOX Sanook.com หรือสมัยก่อนน่าจะรู้จัก QQ กันแน่ๆ เพราะพวกบริการเหล่านี้แอดคิดว่าใครๆ ก็ต้องเคยใช้งานกันมาบ้างสักครั้ง ซึ่ง Tencent เนี่ยก็เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในจีนเทียบเท่ากับพวก Alibaba และ Baidu ได้เลย แล้วเค้ามีกลยุทธ์อะไรเด็ดๆ ให้เราได้เอาไปใช้งานบ้าง มาหาคำตอบได้ในบทความนี้เลย

ต้นกำเนิดของ Tencent

TenCent ก่อตั้งโดย หม่า ฮั่วเถิง และเพื่อนร่วมชั้นสมัยเรียนอีก 4 คน ซึ่งช่วงแรกที่ TenCent ได้ทำคือโปรแกรมแชท ICQ เป็นโปรแกรมแชทเลียนแบบซอฟท์แวร์ ICQ ในสมัยนั้น แต่ถูกฟ้องร้องคดีละเมิดเครื่องหมายการค้าจึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น QQ แทน

และในปีต่อๆ มา TenCent ได้มุ่งมั่นพัฒนาบริการใหม่ๆ เพิ่มมากยิ่งขึ้น เช่น

ปี 2000 เปิดตัว Mobile QQ, QQ Mail, QQ Games, และ QQ.com

ปี 2005 เปิดตัว QQ Space (บล็อก) และ QQ Music

ปี 2011 เป็นปีที่แอพพลิเคชั่นแชทจาก TenCent ได้ดังเป็นพลุแตก เพราะเป็นช่วงเปิดตัว WeChat สำหรับสมาร์ทโฟน ภายใน 1 ปี WeChat มีผู้ใช้งานรวมกว่า 100 ล้านคน

ปี 2013 WeChat เปิดตัว WeChat Pay โดยผู้ใช้งานสามารถผูกบัญชีธนาคารของตัวเองกับ WeChat Wallet และรับโอนเงินจากผู้ใช้รายอื่นได้

และยังมีกิจการอื่นๆ อีกมากมาย และอีกชื่อของ TenCent ที่พอจะนิยามได้คือ TenCent เป็นยอดนักลงทุน เพราะซื้อหุ้นไปหลายบริษัท ทั้ง Spotify, Epic Games, Riot Games, JD Central และอื่นๆ อีกมากมาย

QQ

รูปโปรแกรม QQ จาก Sanook.com

ถอดรหัสความสำเร็จของ Tencent

มีอะไรบ้างที่ทำให้ TenCent กลายเป็น 1 – 3 บริษัทยักษ์ใหญ่ในจีน และติด 100 อันดับบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก

1. ขยายกิจการไปยังธุรกิจอื่นๆ

นอกจาก QQ และ WeChat แอพแชทชื่อดังในจีนที่เจ้าของคือ TenCent แล้ว ยังได้มีการลงทุนในธุรกิจอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งหากสังเกตแล้วจะเป็น Chain ที่มีความใกล้เคียงกันมากพอสมควรอย่างเช่น เกม, แอพสตรีมมิ่ง, เพลง, eCommerce และธุรกิจอื่นๆ อีกมากมาย โดย TenCent จะมีการเลือกลงทุนแบบเข้าซื้อกิจการและการซื้อหุ้นบางส่วน ซึ่งการทำแบบนี้ทำให้ TenCent กระจายความเสี่ยงได้ดีพอสมควร และยังไม่ต้องบริหารแบบเบ็ดเสร็จสำหรับธุรกิจที่ตนเองไม่เชี่ยวชาญด้วย ปล่อยให้เจ้าของบริหารและตัวเองก็ได้เงินปันผลจากหุ้นที่ตัวเองซื้อไว้แทน

การลงทุนของ Tencent

รูปจาก china.usc.edu

2. การเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ

TenCent เป็นธุรกิจที่ใหญ่ติด 1 ใน 3 ของจีน และการทำธุรกิจภายในประเทศสำหรับ TenCent อย่างเดียวคงไม่พออีกต่อไป จึงได้มีการขยายกิจการไปยังต่างประเทศ และเป็นพันธมิตรกับธุรกิจของต่างประเทศทั้ง Warner Bros. HBO และเจ้าอื่นๆ อีก

รวมถึงในจีนเอง TenCent ก็ได้จับมือกับ Alibaba สร้างธุรกิจทางด้านการค้าเพื่อให้ดึงดูดผู้ใช้งาน และเพิ่มรายได้ให้กับ TenCent มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ TenCent ก็ยังจับมือกับ Alibaba ในการลงทุนด้านให้บริการเรียกแท็กซี่ Didi Chuxing (คล้าย Grab) ในการแข่งขันกับ UberChina ที่ช่วงนั้นกำลังเข้าตลาดจีน สุดท้ายก็ต้านกับ Didi ไม่ไหวจน UberChina ต้องถอยทัพกลับไป ซึ่งก็ทำให้ TenCent ได้ประโยชน์หลายๆ อย่าง

3. คิดและทำอย่างรวดเร็ว

คุณคงรู้อยู่แล้วว่าในจีนนั้นมี 3 ยักษ์ใหญ่อยู่ก็คือ Baidu Alibaba TenCent และทั้ง 3 นี่เองมีการแข่งขันกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการแข่งขันในประเทศจีนมีความดุเดือดอย่างมาก หากช้าแม้แต่นิดเดียวก็อาจจะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงให้กับบริษัทตัวเองได้ ทาง TenCent ก็จะคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ หรือหากภายในอุตสาหกรรมนั้นได้เกิดธุรกิจใหม่ที่เด่นขึ้นมา ทาง TenCent จะรีบเข้าไปเจรจาและร่วมเป็นพันธมิตรทันที เพราะไม่อย่างงั้นแล้วอีก 2 บริษัทที่เหลืออาจจะค้นพบก่อนและเริ่มทำผลิตเพื่อสร้างไปก่อนทำให้ตัวเองเสียโอกาสก็ได้

ซึ่งรายได้หลักจาก TenCent ถึงแม้จะมี WeChat และ QQ อยู่ในมือที่เป็น Social Media แต่รายได้หากเปรียบเทียบกับ Facebook แล้วพบว่า Facebook มีรายได้หลักมาจากการโฆษณา แต่ฝั่ง TenCent เองมีกำไรจากการโฆษณาที่น้อยมากๆ แต่จะได้กำไรในธุรกิจอื่นๆ เสียมากกว่า

กำไรบริษัท Tencent

รูปจาก china.usc.edu

คอร์สเรียนยิงโฆษณา Facebook พร้อมของแถมเฉพาะนักเรียนและเทคนิคพิเศษมากมาย

ในช่วงปี 2021 นี้เราจะเห็นได้ว่าตลาดจีนเริ่มรุกในไทยหนักมากขึ้นกว่าเดิม คำถามที่เกิดขึ้นกับคนทำธุรกิจและการขายของคือ “เราจะทำอย่างไรถึงจะสู้จีนได้ ?” ซึ่งวิธีการของ TenCent เองก็ได้ใช้ประโยชน์ในเรื่องของ Partner เข้ามาช่วยเหมือนอย่างตอนที่สู้กับ UberChina และเราเองก็สามารถจับมือเป็นพันธมิตรกับคนอื่นๆ ได้เช่นกันเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับตลาด แต่วิธีนี้น้อยมากที่คนจะทำ เนื่องจากว่ายังมีอีกหลายปัจจัยที่เราต้องคิดต่อ

สรุป

จากที่ได้เรียนรู้ถึงธุรกิจ Tencent การลงมือทำอย่างรวดเร็ว บางคนหรือบางธุรกิจมีทีม มีความคิดที่ดีแต่ถ้าไม่รีบลงมือทำเลยเราก็จะโดนเจ้าอื่นๆ เข้ามาตัดหน้า เพราะโอกาสมันไม่เคยคอยใคร ยิ่งใครที่คิดแล้วและเดียวค่อยลงมือทำนั้น ปัจจุบันคงไม่ทันคนอื่นแน่นอน ดังนั้นใครที่คิดจะทำอะไรให้รีบทำทันที เพราะเวลาและโอกาสมันไม่เคยคอยใครจริงๆ

Shopping cart
There are no products in the cart!
Continue shopping