รูปภาพสำหรับคนขายของคือสิ่งสำคัญอย่างมาก มันช่วยให้ลูกค้าเห็นสินค้าของเราว่าคืออะไร และช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับตัวสินค้าได้หากรูปนั้นถูกทำออกมาดี และเรื่องรูปภาพก็เป็นองค์ประกอบสำคัญที่มีส่วนช่วยเพิ่มยอดขายได้ด้วย โดยหลักๆ แล้วคนส่วนใหญ่ก็มักจะแต่งรูปภาพก่อนนำไปขึ้นขายก่อนเสมอ แล้วเราจะใช้แอพอะไรดี ? ในบทความนี้มีคำตอบให้กับคุณ

พูดถึงบทความกันก่อน

เวลาคุณจะเขียนบทความอะไรสักชิ้นหนึ่งคุณก็จะต้องนึกเรื่องกันก่อนว่าจะเขียนเรื่องอะไร ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณจะเขียนเกี่ยวกับเรื่องอาหาร มันก็จะเป็นหัวข้อประมาณ

– 10 อันดับอาหารตามสั่งที่คนที่นิยมสั่งมากที่สุด

– อาหารเด็ดประจำชาติอย่าง “ต้มยำกุ้ง” ทำไมถึงถูกใจคนทั้งโลก

– ร้านอาหารที่ได้ดาวมิชลินในเมืองไทย

สังเกตในประโยคที่ได้ยกตัวอย่างที่ได้ยกมา มันจะต้องมีคีย์เวิร์ดตัวหนึ่งที่คอยเป็นหัวข้อ และประกอบไปด้วยเนื้อคำอื่นๆ เพิ่มเติม พูดง่ายๆ คือ มันเป็นคำที่จะบอกหัวเรื่องที่เราเขียนนั่นเอง

Focus Keyword คืออะไร ?

Focus Keyword คือ คีย์เวิร์ดหลักหรือ Main Keyword ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาบทความหรือเกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณเองก็ได้ โดยมันอาจจะเป็นกลุ่มคำที่กว้างมาก เช่น โทรศัพท์ บ้าน รถยนต์ ร้านอาหาร รองเท้า เป็นต้น ซึ่งคำเหล่านี้ส่วนใหญ่คนก็จะใช้มันมาเป็น Focus Keyword ในการทำ SEO ด้วยเช่นกัน

Focus Keyword คืออะไร

จากรูปด้านบนสมมติว่าแอดอยากจะทำบทความเกี่ยวกับ “ร้านอาหาร” จึงได้เลือกคีย์เวิร์ดนี้เป็น Focus Keyword เพราะว่าแอดอยากให้เว็บไซต์ติดอันดับหน้าแรกๆ ของ Google ด้วยคำว่าร้านอาหาร จึงเลือกที่จะให้เจ้าคีย์นี้เป็น Main Keyword ของบทความไปเลย

เมื่อเราเอา Focus Keyword ของเราไปเช็คแล้วว่าคีย์นี้มี Volume ที่ดีและคิดว่าสามารถแข่งขันได้ สิ่งต่อไปที่เราจะทำกันก็คือหาคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้อง (Related Keyword) และหา Longtail Keyword มาช่วยในการทำ SEO เพิ่มเติม

ในด้านของการทำ SEO นั้นไม่ใช่แค่ Focus Keyword จะอยู่ในส่วนหัวเรื่องอย่างเดียว แต่เราต้องมีการกระจายเข้าไปยังเนื้อหาต่างๆ ให้ได้อย่างเป็นธรรมชาติมากที่สุด ไม่ต้องใส่ถี่เกินไปเพราะเดียว Google จะมองว่าเราตั้งใจ Spam Keyword และโดนลงโทษได้เช่นกัน ส่วนใหญ่มักจะใส่ Focus Keyword ลงในเนื้อหากันราวๆ 5 – 8 % เท่านั้นต่อจำนวนตัวอักษรทั้งหมด

Longtail Keyword คืออะไร ?

Longtail Keyword คือ คำที่มีความเกี่ยวข้องกับ Focus Keyword ที่มีความหมายเฉพาะเจาะจงหรือขยายความหมายของคำนั้นๆ ได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น จากเดิม Focus Keyword เราอาจจะมีคำอยู่ที่ 1 – 2 คำก็ได้ แต่ถ้าเราเติม Longtail Keyword ลงไปก็จะมีความยาวมากกว่า 3 คำขึ้นไป ทำให้ได้คำที่มีความเฉพาะและชัดเจนมากขึ้น แอดจะยกตัวอย่างจากหัวข้อเมื่อกี้คือ “ร้านอาหาร” แอดอยากรู้ว่าคีย์เวิร์ดร้านอาหารจะมีคำอะไรมาต่อท้ายบ้างก็ดูได้จากเครื่องมือช่วยค้นหาคีย์เวิร์ดได้เลย ในที่นี้แอดจะใช้ Ubersuggest ในการหา Longtail Keyword ต่อเลย

วิธีหา Longtail Keyword

อันนี้แอดได้ค้นหาเรียบร้อยแล้ว ก็จะมีคำที่เกี่ยวข้องกับ Focus Keyword อย่าง

  • ร้านอาหารใกล้ฉัน
  • ร้านอาหารญี่ปุ่น
  • ร้านอาหารเกาหลี
  • ร้านอาหารอารีย์

ซึ่งคำเหล่านี้จะเห็นได้ว่ามีการใส่คำเพิ่มขึ้นทำให้เราเห็นความหมายที่ชัดเจนและมีความเข้าใจได้มากขึ้น และเราสามารถประเมินต่อได้ว่าคีย์ไหนน่าจะมี Traffic หรือ Volume ที่จะส่งเข้าถึงเว็บเราได้อย่างเพียงพอ

Tip พิเศษ

หากคุณไม่มีเครื่องมือช่วยค้นหาคีย์เวิร์ด สามารถดูได้จาก Google ตรง “การค้นหาที่เกี่ยวข้อง” ก็ได้ จะเห็นได้ว่ามันมีคำอื่นๆ ที่คนค้นหาอยู่ เราสามารถเอาชื่อเหล่านี้มาตั้งทำ Longtail Keyword ได้เช่นกัน จากรูปด้านล่างแอดลองค้นหาด้วยคียเวิร์ด “iPhone” และอันที่ขีดเส้นใต้สีแดงไว้ก็คือ “Longtail Keyword” นั่นเอง

หา longtail keyword

ทำไมถึงต้องมี Longtail Keyword

อย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นว่า Longtail Keyword มันจะเหมือนเป็นตัวเพิ่มความเข้าใจและสามารถอธิบายความหมายได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น รวมถึงถ้าเราทำ SEO ยิ่งเราทำได้เจาะจงมากเท่าไหร่ โอกาสที่ลูกค้าจะเจอเว็บไซต์ของเราก็จะมากขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้การแข่งขันถ้าเปรียบเทียบกับ Focus Keyword การที่เราทำ Longtail เข้าไปสู้ก็มีโอกาสที่จะติดได้ง่ายกว่า และยังเป็นการ Support ช่วยผลักดันให้ตัวคีย์เวิร์ดหลักที่เราต้องการติดอันดับได้ง่ายและไวยิ่งขึ้นอีกด้วย

ดังนั้นแล้วเนี่ย ความสำคัญของ Longtail ก็มีไม่แพ้กับ Focus Keyword เลย แต่คุณจะต้องเลือกให้ดี และใช้คีย์ที่มีลูกค้าค้นหาจริงๆ จะช่วยได้มากกับการทำให้เว็บไซต์ติดอันดับจากการทำ SEO

คอร์สเรียนยิงโฆษณา Facebook พร้อมของแถมเฉพาะนักเรียนและเทคนิคพิเศษมากมาย

แนวทางในการเอา Focus Keyword และ Longtail Keyword มาเขียนบทความ

มาลงสนามจริงกันเลยดีกว่า ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ Padveewebschool ที่ทำให้ได้แนวทางการอธิบายให้ผู้อ่านได้เข้าใจง่ายมากขึ้น

สำหรับแนวทางการทำยกตัวอย่างสมมติว่าแอดอยากทำบทความเกี่ยวกับ “เคสโทรศัพท์” และได้ค้นหา Research แล้วว่ามี Traffic ที่ดีมากๆ และน่าสนใจเลยทีเดียว แต่ไม่รู้ว่าจะแต่งยังไง แอดเลยลองค้นหาใน Google ด้วย Focus Keyword ที่แอดจะทำคือ “เคสโทรศัพท์” เลย

หาคีย์เวิร์ดทำ SEO

ตรงจุดนี้เองที่มันจะเป็นส่วนประกอบในการช่วยให้เราแต่งหัวข้อให้มีทั้ง Focus Keyword และ Longtail Keyword ได้ ให้เราเลื่อนลงมาด้านล่างมันจะมีคำว่า “การค้นหาที่เกี่ยวข้อง” มันก็จะมีหลากหลายคำให้เราได้เลือกใช้และมีคนค้นหาด้วยคำดังกล่าวด้วย

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง

เมื่อเราเห็นการค้นหาที่เกี่ยวข้องแล้ว ให้เราเอามาลองผสมในประโยคชื่อของเราได้เลยเพื่อทำ SEO Title และห้ามลืมเด็ดขาดว่าต้องตั้งชื่อแล้วดูธรรมชาติและอ่านให้รู้เรื่องด้วย งั้นเดียวแอดจะลองแต่งแบบคร่าวๆ เป็นตัวอย่าง

  • 10 เคสโทรศัพท์ Samsung และ iPhone แบบกันกระแทกยอดนิยม
  • เคสโทรศัพท์ iPhone กันกระแทก รุ่นไหนดี รุ่นไหนเด่น

ลองดูอีกสักอัน

ทำคีย์เวิร์ด SEO
  • หูฟังไร้สายของ JBL รุ่นไหนดีประจำปี 2021
  • หูฟังไร้สายยี่ห้อไหนดีที่ใช้กับไอโฟนได้ 2021

การที่เราตั้งชื่อ Title ให้มีทั้ง Focus Keyword และ Longtail Keyword ผสมกันจะช่วยให้ลูกค้าหาเราเจอได้ง่ายขึ้น เพราะมันจะมีโอกาสในการติดอันดับได้หลายคำทำให้ติดอันดับได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

Focus Keyword & Longtail Keyword ดูยังไง

สอนทำ SEO

สรุป

ขั้นตอนที่สำคัญต่อการทำ SEO ก่อนที่จะเริ่มทำอย่างอื่นเลยก็คือ “การหา Keyword” โดยเราต้องเลือกคีย์เวิร์ดที่มี Volume และมี Traffic ดี นอกจากนี้การหา Longtail Keyword ด้วยเช่นกันเพื่อให้มันส่งเสริมการติดอันดับและการค้นหาเว็บไซต์ของเราเจอได้ง่ายขึ้นและมันจะช่วยเพิ่มยอดขายของเราได้อีกด้วย

และอย่าลืมว่าในการทำ SEO ก็ยังมีส่วนอื่นๆ ที่เป็นองค์ประกอบต่อการทำอีกด้วย เช่น On – Page Structure, Speed Website, Mobile Friendly และอื่นๆ อีกมากมายที่คุณต้องให้ความสำคัญด้วยเช่นกัน

Shopping cart
There are no products in the cart!
Continue shopping