การทำโฆษณา Facebook Ads เราสามารถทำได้ 2 วิธีคือ Boost Post กับ Facebook Ads Manager โดย 2 ตัวนี้ก็มีความแตกต่างกันอยู่พอสมควรในการทำโฆษณาของ Facebook แน่นอนว่าเดียววันนี้จะไขข้อข้องใจให้กับทุกคนว่ามันมีความแตกต่างยังไงกันแน่ และควรใช้ตัวไหนดี? ประเด็นที่เคย “เอ๊ะ” ในใจ วันนี้ต้องร้อง “อ๋อ” แน่นอน

1. Boost Post คืออะไร?

Boost Post Facebook

Boost Post คือ การกดโปรโมทบนหน้าเพจของตนเอง สามารถเลือกโปรโมทโพสต์ที่มีอยู่ หรือโปรโมทเพจก็ได้ การโปรโมทจะเน้นให้เข้าถึงผู้คนเยอะที่สุด ตามงบประมาณและระยะเวลาที่เราได้กำหนดสำหรับการ Boost Post ใน 1 ครั้ง

Boost Post หากเทียบแล้วก็เหมือนกับการทำโฆษณา Facebook Ads แบบ Awareness มากกว่า

Boost Post

หน้าตารูปที่ Boost Post

การ Boost Post ในตัวโพสต์หรือเพจของเรานั้น ช่วยให้เพจเราเข้าถึงผู้คนได้เป็นปริมาณที่มาก สร้างการมีส่วนร่วมกับผู้ที่เห็นโฆษณา (Engagement) แต่ผลลัพธ์ส่วนใหญ่ที่ได้จริงๆ จากการ Boost Post เห็นจะเป็นยอดการเข้าถึง การมีส่วนร่วมกับโพสต์เช่น กดไลก์ กดแชร์ คอมเมนต์โพสต์นั้นๆ เสียเป็นส่วนใหญ่ หากหวังจะให้มียอดขายคงยากนักสำหรับ Boost Post แต่ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เลย

Boost Post จะเรียกว่า “ยิงแอด” ก็ไม่ถูกนัก เพราะการบูทโพสต์เป็นการเน้นให้เข้าถึงแบบกว้างๆ ไม่ได้เจาะจงตรงกลุ่มเป้าหมายมากนัก

ขั้นตอนการ Boost Post สำหรับโพสต์ที่อยู่ในเพจ

ให้เลือกโพสต์ที่เราต้องการจะ Boost ก่อนว่าเราอยากใช้โพสต์ใดในการโฆษณา แล้วก็กดปุ่ม Boost Post หรือถ้าใช้ภาษาไทยจะเป็น “โปรโมทโพสต์” ให้เรากดเข้าไปได้เลย จากนั้นเราก็เลือกกลุ่มเป้าหมาย ระยะเวลาแล้วก็งบประมาณได้เลย

เลือกโพสต์จาก Facebook

เลือกโพสต์ที่ต้องการ Boost

กลุ่มเป้าหมาย Facebook

กำหนดกลุ่มเป้าหมาย

งบและระยะเวลา

กำหนดงบและระยะเวลา Boost Post

วิธีการกดโปรโมทเพจ

การกดโปรโมทเพจก็มีลักษณะเหมือนกันกับวิธีการ Boost Post ในเพจ สามารถใช้วิธีการเดียวกันได้เลย แต่สำหรับใครที่หาปุ่มโปรโมทไม่เจอ จะอยู่ตรงด้านบนสุดของเพจ ตามวงสีแดงของรูปภาพเลย

โปรโมทเพจ

รูปโปรโมทเพจ

2. Facebook Ads Manager คืออะไร?

Facebook Ads Manager คือ

Facebook Ads Manager คือ เครื่องมือสำหรับการทำโฆษณา Facebook Ads หรือที่เราเรียกว่า “ยิงแอด” เป็นเครื่องมือที่มีความละเอียดมากกว่า Boost Post พอสมควร และช่วยให้เลือกวัตถุประสงค์ในการทำโฆษณา Facebook Ads ที่มีอยู่ 3 ตัวเลือกใหญ่ๆ และอีก 11 วัตถุประสงค์ย่อยๆ ให้เลือกได้ตรงตามความต้องการ

facebook ads manager

หน้าตา Facebook Ads Manager

รวมกลุ่มเป้าหมายของสินค้าทุกชนิดไว้ใน E-Book เล่มเดียว ยิงแอดได้ตรงกลุ่มเป้าหมายยิ่งขึ้น

3. การทำโฆษณาด้วย Boost Post กับ Facebook Ads Manager ใช้ตัวไหนคุ้มค่าสุด

เปรียบเทียบ Facebook

ข้อสงสัยที่หลายๆ คนมีแน่นอนคือ Boost Post หรือ Facebook Ads Manager ตัวไหนมันจะคุ้มกว่า เลือกแบบไหนดี?

ทำแบบ Boost Post

แอดต้องบอกเลยว่า “อยู่ที่วัตถุประสงค์แต่ละคน” หากคุณต้องการเพียงแค่ การเข้าถึง การไลก์ การแชร์ หรือคอมเมนต์ ก็สามารถเลือกทำโฆษณาด้วยตัว Boost Post ก็ได้ ไม่จำเป็นถึงขั้นต้องใช้ Facebook Ads Manager เพราะก็เหมือนกับการเลือกวัตถุประสงค์แบบ Awareness บน Ads Manager นั่นเอง แต่ Boost Post ก็มีข้อดีคือ “สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว ง่ายมาก”

ทำด้วย Facebook Ads Manager

ถ้าหากคุณต้องการยอดขาย ต้องการให้ลูกค้าเข้ามาเยี่ยมชมหน้าร้าน อาจจะต้องใช้ Facebook Ads Manager ที่สามารถกำหนดได้อย่างละเอียดมากกว่าตัว Boost Post และยังมีวัตถุประสงค์ที่ตรงกับความต้องการของคุณ สามารถเลือกใส่ปุ่ม Call To Action ลงในชิ้นงานโฆษณา Facebook Ads ของคุณได้อีกด้วย

เช่น คุณเปิดร้านคาเฟ่แมว อยู่แถวสุขุมวิทและอยากให้คนมาที่คาเฟ่ของเราเพื่อมาเล่นกับน้อนแมว ก็สามารถยิงแอดเลือกได้เลยว่าอยากให้คนในสุขุมวิท รู้ว่าคาเฟ่อยู่ไหนเพื่อให้มาเล่นกับแมวเรา

ส่วนตัวแอดปกติใช้ Facebook Ads Manager อยู่แล้วในการทำโฆษณา Facebook Ads เพราะสามารถปรับตั้งค่าโฆษณาได้อย่างหลากหลาย เลือกการทำโฆษณาได้หลายแบบ เช่น ทำเป็นรูปภาพสไลด์ ทำเป็นคอลเล็กชั่นปรับแต่งอินสแตนท์เอ็กซ์พีเรียนซ์ เป็นต้น

โปรโมทเพจ

ตัวอย่างโฆษณาจากเพจ K SME

วิดีโอ Facebook Ads

ตัวอย่างวิดีโอโฆษณาจากเพจ LINE for Business 

Lead Generation

ตัวอย่างโฆษณา Lead Generation จากเพจ Google Ads

แถม Facebook Ads Manager ยังมีความละเอียดในด้านของการสรุปผลลัพธ์ และยังสามารถโหลดเก็บใส่เป็นไฟล์ Excel เพื่อทำเป็น Report ของเราเองก็ยังได้

4. เปรียบเทียบกันหมัดต่อหมัดระหว่าง Boost Post กับ Facebook Ads Manager

advantage facebook

จุดเด่น Boost Post vs Facebook Ads Manager 

5. ทริคเล็กๆ น้อยๆ

ทริคทำโฆษณา

– หากใครต้องการทำโฆษณา Facebook Ads ให้มีราคาถูกลง ควรใช้ Facebook Ads Manager ช่วยในการทำ

– Facebook Ads Manager สามารถเข้าผ่าน URL โดยตรงได้เลย ไม่ต้องเข้าไปที่เพจ ไปตัวจัดการโฆษณาก็ได้

– Facebook Ads จะมีความหลากหลายมากขึ้นเมื่อทำด้วย Facebook Ads Manager เพราะสามารถเลือกรูปแบบได้ทั้ง Carousal Instant Experience Photo Slide และอื่นๆ

– หากไม่มั่นใจกลุ่มเป้าหมายที่เรามีอยู่ สามารถเอากลุ่มเป้าหมายไปเช็คได้ที่ Facebook Audience Insight เพื่อดูรายละเอียดกลุ่มเป้าหมายเพิ่มเติมได้

– หากต้องการทำโฆษณา Facebook Ads แนะนำว่าให้ทำผ่านคอมพิวเตอร์แทนโทรศัพท์มือถือจะดีกว่า เพราะเราสามารถกำหนดข้อมูลได้ละเอียด อีกทั้งข้อมูลบางส่วนยังไม่ถูกตัดหายไปอีกด้วยสำหรับในคอมพิวเตอร์

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : ยิงแอด Facebook ผ่านคอมพิวเตอร์ vs โทรศัพท์มือถือ

การใช้งาน Boost Post และ Facebook Ads Manager เหมาะกับอะไร?

วิธีทำโฆษณา Facebook

Boost Post

เหมาะกับการเน้นการเข้าถึงหรือคนที่ไม่ได้ต้องการยอดขาย สามารถทำได้ง่าย รวดเร็ว สะดวก แต่ขาดความแม่นยำ และประสิทธิภาพน้อยกว่า เหมาะกับการสื่อสารแบรนด์แบบกว้างๆ เน้นให้คนจำได้ หรือแนะนำสินค้า ธุรกิจใหม่ๆ ของตนเอง

นิยาม Boost Post เรียบง่าย รวดเร็ว เข้าถึงกระจาย

Facebook Ads Manager

เหมาะกับการทำโฆษณาแบบละเอียด ต้องการผลลัพธ์ที่ดี อย่างเช่น ยอดขาย การเข้าชมเว็บไซต์ การคลิกลงทะเบียนที่ลิงค์ หรือการเยี่ยมชมหน้าร้านค้าของเรา ตัวนี้อาจจะใช้เวลาเตรียมนานกว่าโฆษณาแบบ Boost Post หน่อย เพราะมีรายละเอียดปลีกย่อยที่เยอะกว่าพอสมควร และยังกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจนหากเรามีข้อมูลที่เพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ Customer Audience, Lookalike ในการช่วยกำหนดกลุ่มเป้าหมายอีกด้วย

นิยาม Facebook Ads Manager ช้าแต่ชัวร์ เพราะกลัวไม่แม่นยำ

เมื่อเราทำ Facebook Ads ไม่ว่าจะเป็นการ Boost Post หรือใช้งาน Facebook Ads Manager ก็ย่อมต้องใช้ความรอบคอบและพิจารณา พร้อมทั้งเก็บข้อมูลจากผลลัพธ์ที่ได้มากทุกครั้ง ถึงแม้จะทำได้ง่ายทุกตัวเมื่อชำนาญแล้วก็ตาม แต่ก็อย่าลืมติดตามผล หมั่นพัฒนา และปรับปรุงโฆษณาอยู่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เรา

สรุป

หากต้องการทำโฆษณาให้ได้ผลดีที่สุด ส่วนใหญ่มักจะใช้การยิงแอดโฆษณา Facebook Ads ผ่าน Facebook Ads Manager กันเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากว่าการเลือกตัววัตถุประสงค์สำหรับการทำโฆษณามีความสำคัญเป็นอย่างมาก ถามว่าแล้วถ้าอยากใช้ Boost Post ได้รึเปล่า แอดก็ต้องตอบว่าได้ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลว่าต้องการโฆษณาไปเพื่ออะไร เช่น เพื่อยอดขาย เพื่อให้เข้าถึงมากที่สุดแต่ไม่ต้องการยอดขาย ต้องการให้คนชมหน้าร้าน ฯลฯ เครื่องมือของ Facebook ย่อมมีประโยชน์ทุกตัวแน่นอนหากคุณเข้าใจและใช้งานมันเป็น

Shopping cart
There are no products in the cart!
Continue shopping